ตลาดทัวร์ไทยไปนอก 3 แสนล้านเริ่มขยับ รับยุโรป-เอเชียทยอยเปิดประเทศ ชี้ดีมานด์รออยู่เพียบ สทท. เตรียมชงนายกฯ “บิ๊กตู่” ปลดล็อค Test & Go เข้าประเทศ “ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส-ยูนิไทย” พร้อมกลับมาทำตลาด ขณะที่กลุ่ม “เน็กซ์ บุ๊คกิ้ง” เผยปีนี้ทัวร์ดูบอลหงอย เหตุต้นทุนพุ่งความเสี่ยงสูง
นายสุทธิพงษ์ เผื่อนพิภพ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) (นักท่องเที่ยวขาออก) หรือสมาคมทัวร์เอาต์บาวนด์ นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมของตลาดทัวร์เอาต์บาวนด์ หรือตลาดคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศขณะนี้เริ่มขยับตัว หลายบริษัทเริ่มเรียกพนักงานกลับมาทำงาน และพัฒนาแพ็กเกจทัวร์ต่างประเทศขายกันบ้างแล้วในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ปัจจัยหลักมาจากการที่หลาย ๆ ประเทศ ทั้งในกลุ่มประเทศยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชีย รวมถึงในภูมิภาคอาเซียน ได้ทยอยเปิดประเทศและปลดล็อกเงื่อนไขการเข้าประเทศให้มีความสะดวกสูงสุดในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในยุโรปที่ประกาศเปิดรับคนต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วเท่านั้น อาทิ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, สวิตเซอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, จอร์เจีย, ออสเตรเลีย, สเปน, อิตาลี, ดูไบ, เวียดนาม, สิงคโปร์ ฯลฯ
ดีมานด์ “เที่ยวนอก” รออยู่เพียบ
ขณะเดียวกันดีมานด์ความต้องการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศของกลุ่มคนไทยบางกลุ่มก็มีรออยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน ทำให้เห็นกระแสการตอบรับของการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเริ่มกลับมาแล้ว
“ตลาดที่ถือว่าได้รับการตอบรับดีที่สุดขณะนี้คือ สวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นประเทศที่เดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่เน้นซีซันนิ่ง และเป็นประเทศที่คนไทยเชื่อมั่นในเรื่องของความปลอดภัยจากภัยโควิดด้วย โดยขณะนี้พาสปอร์ตคนไทยไปกองอยู่ที่สถานทูตสวิสแล้ว ส่วนตลาดต่อไปที่คาดว่าจะกลับมาคึกคักในเวลาอันใกล้นี้คือ ตุรกี ดูไบ เป็นต้น” นายสุทธิพงษ์กล่าว
และว่า สำหรับสหราชอาณาจักรหรืออังกฤษ แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นฤดูกาลของการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษ แต่นโยบายประเทศยังไม่ค่อยชัดเจนนัก ขณะที่ขั้นตอนและเงื่อนไขในการขอวีซ่ายังมีปัญหาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะประเด็นของค่าธรรมเนียม
ชงบิ๊กตู่เลิก Test & Go ขาเข้า
นายสุทธิพงษ์กล่าวด้วยว่า แม้ว่ากระแสของความต้องการออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศของคนไทยจะกลับมาแล้วบางส่วน แต่ในมุมของการทำการตลาดสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการไทยยังมีอุปสรรคอยู่พอสมควร เนื่องจากยังติดเงื่อนไขของ Test & Go เมื่อเดินทางกลับเข้าประเทศ ที่ระบุให้ต้องจองทำการตรวจ RT-PCR Test 1 ครั้งในวันแรกที่เดินทางมาถึง และจองโรงแรม 1 คืน
โดยประเด็นของอุปสรรคดังกล่าวนี้ ทางสมาคมได้หารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ไปแล้ว และทาง สทท.เตรียมนำเสนอให้นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) พิจารณาปลดล็อกเงื่อนไขดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ไปต่างประเทศ และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะยกเลิกเงื่อนไขดังกล่าวเร็ว ๆ นี้แน่นอน
ขาใหญ่ “ควอลิตี้ฯ-ยูนิไทย” ขยับ
นายธนพล ชีวรัตนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส จำกัด เอเย่นต์ทัวร์รายใหญ่ ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ในทิศทางเดียวกันว่า ภาพรวมของกลุ่มผู้ประกอบการทัวร์ในขณะนี้เริ่มกลับมาเปิดธุรกิจกันบ้างแล้ว โดยในส่วนของบริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรสนั้นได้ทยอยเปิดตัวโปรแกรมทัวร์ต่างประเทศแล้ว อาทิ ทัวร์เวียดนาม, ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ และประเทศในภูมิภาคยุโรป
ส่วนตลาดอื่น ๆ นั้นยังมองนโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่นิ่ง และบางส่วนยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทำให้ผู้ประกอบการประเมินต้นทุนการดำเนินธุรกิจยาก อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินว่ากระแสการออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศของคนไทยจะเริ่มคึกคักตั้งแต่เดือนเมษายน และมีความชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 นี้เป็นต้นไป
เช่นเดียวกับนายเอนก ศรีชีวะชาติ ประธานบริษัท ยูนิไทย จำกัด เจ้าของฉายา “โปรไฟไหม้” ที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับกลุ่มยูนิไทยนั้นได้พยายามอัพเดตมาตรการของประเทศปลายทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาช่องทางและโอกาสทำการตลาดพาคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศมาโดยตลอดในช่วงที่ผ่านมา นับตั้งแต่จัดทัวร์พาคนไทยไปฉีดวัคซีนในช่วงที่ประเทศไทยยังรับมอบวัคซีนในปริมาณที่น้อยกว่าความต้องการ
จากนั้นได้ทยอยขยายตลาดไปยังประเทศอื่น ๆ ในยุโรป อาทิ อิตาลี, ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์, ตุรกี ฯลฯ รวมถึงเวียดนาม ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มคนไทยที่นิยมเที่ยวต่างประเทศในระดับที่ค่อนข้างดี อาทิ ทัวร์อิตาลี ราคาเริ่มต้น 69,999 บาท ทัวร์จอร์เจีย ราคาเริ่มต้น 38,999 บาท ทัวร์ตุรกี ราคาเริ่มต้น 25,999 บาท ทัวร์เวียดนาม ราคาเริ่มต้น 18,999 บาท เป็นต้น
ทัวร์ดูบอลอังกฤษปีนี้หงอย
นายภัทรธร มีคล้ำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็กซ์ บุ๊คกิ้ง จำกัด เจ้าของทัวร์ ทริปเปิ้ล เอ็นจอย และเน็กซ์ ทัวร์ บริษัทนำเที่ยวที่เชี่ยวชาญตลาดทัวร์ดูฟุตบอลอังกฤษ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ก่อนวิกฤตโควิดแพ็กเกจทัวร์ดูฟุตบอลอังกฤษได้รับความนิยมอย่างมากจากกลุ่มคนไทย รวมถึงกลุ่มคอร์ปอเรต และปัจจุบันก็ยังมีดีมานด์ระดับหนึ่ง
ก่อนหน้านี้บริษัทได้เปิดขายแพ็กเกจทัวร์ดูฟุตบอลไปแล้วหลายแมตช์ อาทิ ทัวร์ดูบอลอังกฤษ พรีเมียร์ลีก ศึกแดงเดือด 8 วัน 5 คืน คู่ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งปิดการขายไปแล้วหลายกรุ๊ป แต่เมื่อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนระบาดหนักในอังกฤษในช่วงปลายปี 2564 ที่ผ่านมา ทำให้บริษัทตัดสินใจยกเลิกโปรแกรมทัวร์และคืนเงินลูกค้าไปทั้งหมด เนื่องจากได้รับผลกระทบค่อนข้างสูง
โดยเฉพาะประเด็นของต้นทุนการดำเนินการที่สูงมาก ทั้งค่าบัตรเข้าชมฟุตบอล ค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ฯลฯ ขณะที่เงื่อนไขการเดินทางเข้า-ออก ทั้งของประเทศปลายทางและประเทศต้นทางที่ไม่ชัดเจนทำให้ประเมินต้นทุนได้ยาก
“ไม่เท่านี้ เรื่องของตารางการแข่งขันของพรีเมียร์ลีกปีนี้ยังตรงกับตารางการแข่งขันของ FA Cup รอบ 5 ซึ่งหากแมนฯ ยูฯหรือลิเวอร์พูลเข้ารอบ การแข่งแมตช์แดงเดือดก็จำเป็นต้องเลื่อน ทำให้ตารางแข่งในตอนนี้ไม่ชัดเจน ถ้าทุกอย่างต้องเลื่อนเราก็ต้องเลื่อนการเดินทางของกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคนที่จองไว้แล้วจะสะดวกเดินทางหรือไม่ เราจึงตัดสินใจไม่ทำต่ออีกปีหนึ่ง เพราะประเมินแล้วความเสี่ยงสูงมาก” นายภัทรธรกล่าว
นายภัทรธรกล่าวด้วยว่า ส่วนตัวประเมินว่า สำหรับปีนี้บริษัททัวร์คงยกเลิกโปรแกรมทัวร์ดูฟุตบอลกันหมด ยกเว้นผู้ประกอบการด้านสื่อกีฬารายใหญ่บางส่วนที่ยังจัดพาลูกค้าไปดูเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีก่อนวิกฤตโควิดนั้นมีจำนวนคนไทยออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศจำนวน 10.8-11 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 3.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีจำนวนราว 10 ล้านคน มีมูลค่าการใช้จ่ายราว 3 แสนล้านบาท