เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐแนวโน้มดี กดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง

02 มี.ค. 2561 | 19:32น.

ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (26/2) ที่ 31.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/2) ที่ 31.45/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายจอห์น วิลเลี่ยม ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก ได้แสดงความคิดเห็นว่า เฟดอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ถึง 3 หรือ 4 ครั้งในปี 2018 นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตาแถลงการณ์รอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสสหรัฐในวันพรุ่งนี้ (27/2) ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะเป็นการแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงินเป็นครั้งแรกของเขาต่อรัฐสภาสหรัฐ โดยนักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายพาวเวล เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของสหรัฐ รวมทั้งทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ ซึ่งในวันพุธที่ผ่านมา (28/2) นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวแถลงการณ์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐ โดยส่งสัญญาณว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ โดยเฟดมีแผนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี และอาจมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4 ครั้ง หลังจากมีการใช้มาตรการด้านการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราภาษี และการเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล ทั้งนี้นายเจอโรม พาวเวล กล่าวว่า ไม่ได้มีความกังวลต่อภาวะผันผวนของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยการแกว่งตัวอย่างรุนแรงของตลาดจะไม่มีผลกระทบต่อมุมมองของเขาที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยเขาคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง และเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ในส่วนของค่าเงินบาท นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือน ม.ค. 61 ว่า เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านอุปสงค์ที่ขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 62 เดือน ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 61 ประเมินว่าจะยังขยายตัวได้ค่อนข้างดี สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ระดับ 67.0 เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน และถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 34 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า คณะกรรมการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องและชัดเจนมากขึ้น โดยได้รับแรงส่งจากภาคต่างประเทศรวมท่ั้งอุปสงค์ในประเทศที่ทยอยปรับดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีทิศทางปรับสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพระบบการเงินโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีความเสี่ยงในบางจุดที่อาจสะสมความเปราะบางในระบบการเงินในระยะต่อไป โดยคณะกรรมการได้พิจารณาถึงผลดีและผลกระทบของทางเลือกเชิงนโยบายต่าง ๆ (policy trade-offs) แล้วเห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในระบบปัจจุบันยังจำเป็นอยู่ เพื่อช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ และเอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้แม้อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.25-31.60 บาท/ดอลลาร์ และปิดตลาดวันศุกร์ (2-3 ที่ระดับ 31.45/47 บาท/ดอลลาร์

สำหรับการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโร (26/2) เปิดตลาดที่ระดับ 1.2288/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/2) ที่ระดับ 1.2311/14 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23/2) สำนักงานสถิติแห่งยุโรป เปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค ประจำเดือนมกราคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% เท่ากับเดือนก่อนหน้า และเท่ากับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ นอกจากนี้สำนักงานสถิติแห่งเยอรมนี ได้เปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 4 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% เท่ากับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตานายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งกำหนดที่จะเข้าแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจของรัฐสภายุโรป โดยนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ออกมาแสดงมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจยูโรโซน โดยเขายังมองว่าตลาดแรงงานกลับมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก แต่ยังคงต้องจับตาดูระดับเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด ขณะที่ค่าเงินยูโรยังคงได้รับแรงกดดันจากเรื่องการเลือกตั้งของอิตาลีที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 4 มีนาคมนี้ โดยพรรคการเมือง Five Star Movement (M5S) ที่มีแนวคิดในการแยกอิตาลีออกจากยูโรโซน อาจจะชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ จุดนี้เองที่สร้างความกังวลว่า อิตาลีมีความเสี่ยงในการที่จะออกจากสมาชิกสหภาพยุโรปซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของยูโรโซนได้ เนื่องจากอิตาลีมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของยูโรโซน รองจากเยอรมนีและฝรั่งเศส ประกอบกับผลสำรวจซึ่งจัดทำโดย Ifo สถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี ระบุว่า กลุ่มผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีคาดการณ์ว่า ยอดส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ จะลดลงต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 3 ทั้งนี้ ดัชนีคาดการณ์แนวโน้มการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งจัดทำโดย Ifo นั้นปรับตัวลดลงแตะที่ 14.8 จุด จากระดับ 16.5 จุด ในเดือนมกราคม โดยนายเคลเมนส์ ฟิวสท์ ประธาน Ifo กล่าวในรายงานว่า แม้สภาพเศรษฐกิจในยุโรปจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่การแข็งค่าของสกุลเงินยูโรเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก แต่อย่างไรก็ตาม สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 และต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 1.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนมกราคม ทั้งนี้ตลอดสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2158-1.2355 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดวันศุกร์ (2/3) ที่ระดับ 1.2279/81 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ในวันจันทร์ ค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 106.88/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/2) ที่ระดับ 106.86/87 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23/2) กระทรวงสื่อสารและกิจการภายในประเทศของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารสด ปรับตัวขึ้น 0.9% ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบเป็นรายปี เนื่องจากต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ดัชนี CPI พื้นฐานของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 13 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารญี่ปุ่น (BOJ) ที่ระดับ 2% นอกจากนี้ตัวเลขการผลิตรถยนต์ภายในประเทศชะอตัวลง ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นปรับลดการประเมินการผลิตภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ผลสำรวจความเห็นของกลุ่มผู้ผลิตในญี่ปุ่น ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมระบุว่า กลุ่มผู้ผลิตคาดว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 9% ในเดือนกุมภาพันธ์ และจะปรับตัวลดลง 2.7% ในเดือนมีนาคม โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.69-107.68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (2/3) ที่ระดับ 105.69/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้