เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
Politics รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
ดูทั้งหมด

“ไพบูลย์ นิติตะวัน” ฟ้องอดีตอธิบดีอัยการ ฟ้องคดีม็อบ กปปส.ปี 57 ม.157

15 มี.ค. 2561 | 14:48น.

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซ.สีคาม ถ.นครไชยศรี นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกวุฒิสภาและผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป มาพร้อมทนายความ ยื่นฟ้อง นายนันทศักดิ์ พูลสุข อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ปัจจุบันเกษียณอายุแล้ว ผู้มีคำสั่งฟ้องคดีการชุมนุม กปปส.เมื่อปี 2557 เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีมีการมีคำสั่งฟ้องกลุ่ม กปปส. ทั้งหมด 54 คนเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 ภายหลังรับสำนวนคดีจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 แต่ใช้เวลาในการพิจารณาสำนวนเพียง 6 วันเท่านั้น

ทั้งนี้ศาลได้รับสำนวนไว้ในสารบบความ คดีอท.49/2561 โดยศาลนัดตรวจดูคำฟ้องว่าครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่ ในวันที่ 10 เมษายนนี้ เพื่อจะมีคำสั่งต่อไปว่าจะรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์หรือไม่ต่อไป

นายไพบูลย์กล่าวถึงเหตุการฟ้องคดีว่าวันนี้ ได้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคดีอาญา อดีตอธ.อัยการคดีพิเศษ เป็นจำเลย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เนื่องจากการสั่งคดีโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย คือ 1.จำเลย มีคำสั่ง เห็นควรสั่งฟ้องโจทก์ ฐานความผิด “ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัตินของคณะกรรมการการเลือกตั้งและร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งและร่วมกันกระทำโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้ หรือขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไป ณ ที่เลือกตั้งหรือเข้าไป ณ ที่ลงคะแนนเลือกตั้ง”

ซึ่งความผิดข้อหาดังกล่าว โจทก์ไม่เคยได้รับการแจ้งข้อกล่าวหา จากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ ให้ทราบมาก่อน ดังนั้นที่จำเลยสั่งคดีโดยเห็นควรสั่งฟ้องโจทก์ในข้อหาดังกล่าว การกระทำของจำเลยจึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พุทธศักราช 2547 ข้อ 67 รรคแรก ที่กำหนดว่า การพิจารณาฐานความผิดย่อมพิจารณาจากการกระทำที่ผู้ต้องหาทราบ และมีความเห็นไว้เท่านั้นไม่ได้ หากการกระทำที่กล่าวหาเป็นความผิดฐานอื่นด้วย ให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งคดีในความผิดฐานนั้นด้วย แต่ก่อนสั่งคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการในเรื่องการแจ้งข้อหาให้ครบถ้วนเสียก่อน”

2.ที่จำเลยสั่งคดีโดยเห็นควรสั่งฟ้องโจทก์ ยังเพิกเฉยในส่วนที่ควบรวมหรือทับซ้อนกับพฤติการณ์หรือข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องด้วย คือไม่นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 56/2556 และ 73/2556 ซึ่งศาลระบุว่า การคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามที่ รัฐธรรมนูญรับรองไว้เพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองโดยมีเหตุผลมาจากความไม่ไว้วางใจการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล อีกทั้งในชั้นพนักงานสอบสวน โจทก์ได้ฟ้องดำเนินคดีอาญากับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เป็นคดีอาญาทุจริตหมายเลขดำที่ อท(ผ) 101/2559 หมายเลขแดงที่ อท(ผ) 31/2559 ซึ่งศาลมีคำสั่งคดีมีมูล เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2561 ดังนั้นการสั่งคดีเห็นควรสั่งฟ้องโจทก์ของจำเลย จึงเป็นการสั่งคดีที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ขัดต่อรัฐธรรมนูญฯ 2550 มาตรา 216 วรรคห้า และเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 21และฝ่าฝืนระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พุทธศักราช 2547 ข้อ 69

3.จำเลย ได้รับสำนวนการสอบสวนจำนวน 217 แฟ้ม ประกอบด้วยเอกสารจำนวน 57,514 แผ่น
โดยมีผู้ถูกกล่าวหา รวม 51 ราย เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 25 57 ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาหลาย 10 วันในการตรวจสำนวนคดี แต่ปรากฎว่าจำเลยได้ใช้เวลาพิจารณาตรวจสอบสำนวนคดีดังกล่าวเพียง 6 วัน แล้วเร่งรีบมีคำสั่งเห็นควรสั่งฟ้องโจทก์และผู้ต้องหาอื่น รวม 48 ราย ในวันที่ 8 พ.ค.57 โดยมีเหตุผลสืบเนื่องจากโจทก์ได้ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีขณะนั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 เป็นเอกฉันท์ว่าให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับรัฐมนตรีอื่นอีก 9 คน ซึ่งได้สร้างผลกระทบต่อสถานภาพรัฐบาลในขณะนั้น ซึ่งมีอดีตผู้บังคับบัญชาของจำเลย เป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลและกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษด้วย จึงเป็นเหตุให้จำเลยบิดผันอำนาจมีคำสั่งเห็นควรสั่งฟ้องโจทก์ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 อย่างเร่งรีบรวบรัดผิดปกติไม่เป็นไปตามกระบวนการตามขั้นตอน โดยการกระทำของจำเลยจึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ ซี่งศาลฎีกาวางบรรทัดฐานไว้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3509/2549 ไว้ว่า “ความอิสระของพนักงานอัยการที่จะวินิจฉัยสั่งคดี ไม่ใช่จะไร้ขอบเขตเสียทีเดียวในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ การใช้ดุลพินิจวินิจฉัยสั่งคดีของพนักงานอัยการทุกคนจะต้องอยู่ภายในขอบเขตของความชอบด้วยกฎหมาย หมายความว่า ถ้าการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการคนใดเกินล้ำออกนอกขอบเขต การใช่ดุลพินิจนั้นย่อมเป็นการมิชอบ…” การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ดังนั้นเพื่อรักษาหลักนิติธรรม และเป็นประโยชน์แก่การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพื่อประโยชน์ของประชาชน จึงนำคดีมาฟ้องอดีตเพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน ในการสั่งคดีของอัยการ จะต้องเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

 

ที่มา : มติชนออนไลน์