“ขายดี” ปั๊มฐานคนใช้โต 100% เชื่อมตลาดออนไลน์สู่ออฟไลน์-

“ขายดี” โตฉุดไม่อยู่ ประกาศเดินหน้าขยายธุรกิจครึ่งปีหลังเต็มสูบ เพิ่มเซ็กชั่น “รถยนต์เพื่อการพาณิชย์-สินค้าเกษตร” เชื่อมตลาดออนไลน์สู่ออฟไลน์ ตั้งเป้าปั๊มยอดผู้ใช้เพิ่ม 100% รายได้โต 150%

นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ขายดี (Kaidee) เว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรกของขายดีมีมูลค่าเงินสะพัดกว่า 30,000 ล้านบาท มีสินค้าที่ขายได้กว่า 900,000 รายการ โดยเฉพาะในเดือนมิ.ย.มีมูลค่าซื้อ-ขาย สูงสุด 7,300 ล้านบาท และมีประกาศใหม่เข้ามาอีกกว่า 5 ล้านประกาศ ซึ่งระยะเวลาที่สินค้าจะขายได้หลังลงประกาศโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 3-4 วัน

ด้วยการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือกว่า 80% ขายดีจึงมีการปรับปรุงหน้าแอปพลิเคชั่นให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่มากขึ้นทำให้ในครึ่งปีที่ผ่านมา มีผู้ดาวน์โหลดแอปไปแล้วกว่า 1.64 ล้านครั้ง มีผู้ใช้งานกว่า 11 ล้านคน ช่วงที่มีการใช้สูงสุดจะเป็นวันอังคาร เวลา 19.00-22.00 น. คำค้นยอดนิยม ได้แก่ MSX, PCX, adidas, Coach และหลวงพ่อเงิน สำหรับหมวดที่มีการลงประกาศขายมากที่สุดคือ มือถือ และแท็บเลต, อสังหาริมทรัพย์, รถยนต์, เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และมอเตอร์ไซค์

“กลุ่มคนที่ใช้ขายดีจะมีอายุ 25 ปีขึ้นไป แต่ที่เติบโตเร็วสุดอายุมากกว่า 40 ปี ซึ่งในปีนี้ เราโฟกัสที่วัยรุ่นอายุ 18-24 ปี ด้วยการปรับปรุงแอปพลิเคชั่นให้มีสีสันมากขึ้น ที่ผ่านมาวัยรุ่นรู้จักขายดีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เข้ามาใช้”

นอกจากนี้ ยังมีซับแบรนด์ “RodKaidee” เน้นซื้อ-ขายรถยนต์ โดยในครึ่งปีแรกขายได้กว่า 15,560 ล้านบาท แต่ละวันมีรถขายออกไปกว่า 415 คัน เฉพาะครึ่งปีแรกกว่า 56,700 คัน และแต่ละวันมีประกาศขายรถกว่า 80,000 คัน โตกว่า 20% มีผู้เข้ามาใช้งานแต่ละเดือน 4.1 ล้านคน มีคนเข้ามาเลือกชมซื้อและขายรถกว่า 256 ล้านเพจวิว อีกหมวดที่ได้รับความสนใจคือ “อสังหาริมทรัพย์” มีมูลค่าการซื้อขายกว่า 9,000 ล้านบาท จาก 6,639 รายการ คิดเป็น 30% ของการซื้อขายทั้งหมด ซึ่งแต่ละเดือนมีผู้ใช้กว่า 2.2 ล้านคน เข้าชมกว่า 104 ล้านเพจวิว ซึ่งมีแผนที่สร้างเป็นซับแบรนด์ด้วย

สำหรับในครึ่งปีหลังจะมีการแตกเซ็กชั่น “รถยนต์เพื่อการพาณิชย์” ใน RodKaidee เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานรวมทั้งทำพื้นที่เฉพาะด้านการเกษตร ทั้งสินค้าที่ตอบโจทย์เกษตรกร เช่น อุปกรณ์ทำสวน รวมถึงผลผลิต เช่น การขายผักออนไลน์ และมีแผนเชื่อมตลาดออนไลน์มาสู่ออฟไลน์ เปิดตลาดในช่วงสุดสัปดาห์ 60 บูท วันที่ 2-3 ก.ย. นี้ ที่ MBK Center

นายทิวากล่าวรายได้ของขายดีมาจาก 1.บริการเสริม Top Ads ที่ทำให้ตัวประกาศค้างอยู่ขึ้นหน้าแรก และ 2.ขายโฆษณา โดยในครึ่งปีหลังตั้งเป้าผู้ใช้โต 100% ที่มีผู้ขาย 1.4 ล้านราย มีสินค้าขายได้ 3 ล้านชิ้น จากปีที่ผ่านมาขายได้ 2 ล้านชิ้น ส่วนรายได้ตั้งเป้าเติบโต 150%

“ยังต้องให้ความรู้กับตลาดต่อเนื่อง เพราะคนไทยยังคิดว่าการขายออนไลน์ต้องขายเครื่องสำอาง หรือเสื้อผ้า แต่ไม่เข้าใจว่าลงขายอะไรก็ได้ ซึ่งถ้าตลาดจะมาชัวร์ต้องมีผู้ขาย 6 ล้านคนต่อปี คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 3-5 ปี”


นอกจากนี้ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำวิจัยตลาดผู้บริโภคในไทย รวมทั้งวิจัยการใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งกับเทเลนอร์กรุ๊ปเพื่อใช้จัดหมวดหมู่ และคัดกรองสินค้าที่ผิดกฎหมาย