อนุทิน จี้ทุกจังหวัดเข้มปราบยาเสพติด หลังนายกฯ กำชับตรวจซ้ำ
มท.1 เตรียมร่อนหนังสือสั่งทุกจังหวัดเข้มงวดปราบยาเสพติด หลังนายกฯจี้กลาง ครม. กำชับตรวจซ้ำ-ตามผลทุกพื้นที่ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ย้ำต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เร่งปราบยาเสพติด โดยให้จังหวัดที่ดำเนินการต่ำกว่าเป้า ทำให้ได้มาตรฐานภายใน 3 เดือน ว่าจากนี้จะมีหนังสือกระจายไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้เข้มงวดกับนโยบายป้องกันปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติทุกรูปแบบทั้งหมด
ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องการให้มีการตรวจซ้ำทุกพื้นที่ (Re X-ray) ไม่ใช่แค่ทำครั้งเดียว และไม่ได้ติดตาม อีกทั้งต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติ มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในบางจังหวัดที่ยังดำเนินการต่ำกว่าเป้าหมายนั้น นายอนุทินกล่าวว่า บางจังหวัดก็เกินเป้า เข้าเป้า หรือต่ำกว่าเป้า หากต่ำกว่าเป้ากระทรวงมหาดไทยต้องไปเร่งรัด และสอบถามว่าเป้าหมายนั้นคืออะไร เพราะบางจังหวัดไม่ใช่แหล่งค้า แหล่งสัญจร เส้นทางการขนย้ายยาเสพติด เป้าในจังหวัดนั้นก็จะต่ำ มีปริมาณยาเสพติดไม่เท่ากัน อย่างจังหวัดตามชายแดน หรือจังหวัดที่เป็นจุดกระจายยาเสพติดเราก็โฟกัสอยู่ตลอดเวลา เพื่อเร่งจับกุม
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่ามีการจับกุมและร่วมงานกับทุกหน่วยงานอยู่ตลอดเวลา พร้อมย้ำว่ายาเสพติดไม่ได้ผลิตในประเทศเรา หากผลิตในประเทศเรา ก็ทำลายโรงงานทิ้งไปแล้ว ตรงไหนที่เราเห็นว่ามีระบบสาธารณูปโภคไปยังประเทศเพื่อนบ้านและทำผิดกฎหมาย อาทิ ระบบไฟฟ้าไปยังโรงงานผลิตยาเสพติด สายสื่อสารไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รับรองว่าทุกจังหวัดมีมาตรการปราบปรามยาเสพติดในสถานศึกษา เพราะทุกคนมีความรังเกียจต่อเครือข่ายยาเสพติด มาเมื่อไหร่ก็จับ
อย่างไรก็ตาม วันนี้นายอนุทินเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
นายอนุทินกล่าวภายในงานว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา มีนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายเร่งด่วน เป็นมาตรการเชิงรุกป้องกันปราบปรามเตือนภัยอันตรายที่บั่นทอนสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
โดยเหตุผลนี้ปัจจัยในการแก้ไขปัญหายาเสพติด จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชน ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดตั้งแต่แรก โดยลดจำนวนผู้ติดยาเสพติดหน้าใหม่ ที่เป็นเยาวชนในระบบการศึกษา โดยจะต้องอาศัยความร่วมมือจากโรงเรียน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อป้องกันนักเรียน นักศึกษาไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นอกจากนั้นครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ จะต้องคอยเป็นแบบอย่างไม่ว่าจะรูปแบบใด เพื่อทำให้ประชาชนมีความเชื่อถือและศรัทธา อันจะนำไปสู่ความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหายาเสพติด
