Skip to content

ททท. ดัน 4 ขั้น ‘Green Hotel’ ชูคาร์บอนฟุตพรินต์หัวใจท่องเที่ยวยั่งยืน

22 ส.ค. 2568 | 10:47น.
ททท. ดัน 4 ขั้น ‘Green Hotel’ ชูคาร์บอนฟุตพรินต์หัวใจท่องเที่ยวยั่งยืน

Green Hotel = รายได้เพิ่ม ลูกค้าเพิ่ม ททท. ชู 4 ขั้นสู่โรงแรมสีเขียว ดันไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก ย้ำ “คาร์บอนฟุตพรินต์” คือหัวใจหลักของความยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวสากล

นายกิตติ พรศิวะกิจ กรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวในงานสัมมนา FHT Food & Hospitality Thailand 2025 ภายใต้เซ็กชั่น : Hotel Tech & Trend – Green Hotel Edition Tech และเทคโนโลยีเทคโนโลยีสำหรับโรงแรมสีเขียว ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจหลักของการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดัน “Green Tourism” หรือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของประเทศ

โดยล่าสุด มีการจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือภายใต้ชื่อ “Green Alliance” ที่รวบรวมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา ธนาคาร และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจาก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวเชิงยั่งยืนระดับโลก

คำถามที่ผู้ประกอบการโรงแรมถามกันมากที่สุดในเวลานี้คือ “จะเริ่มต้นเข้าสู่ Green Hotel อย่างไร ?” คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญคือ “เริ่มจากการเลือกมาตรฐานที่ลูกค้ายอมรับ”

ผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะจากตลาดยุโรป เริ่มให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น บริษัทเอกชนและองค์กรจากยุโรปต่างกำหนดให้โรงแรมที่เข้าพักต้องมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม มีการรับรอง Carbon Footprint หรือรายงานการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งกลายเป็นเกณฑ์สำคัญในการตัดสินใจเลือกใช้บริการ

ในปี 2019 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวสูงสุดถึง 40 ล้านคน โดยในจำนวนนั้น 10 ล้านคนมาจากยุโรป หรือคิดเป็น 25% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ นักท่องเที่ยวยุโรปสร้างรายได้ถึง 1 ใน 3 ของรายได้ท่องเที่ยวรวมทั้งประเทศ แสดงให้เห็นว่าเป็นตลาดคุณภาพที่พร้อมจะจ่ายเพิ่มเพื่อโรงแรมที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

4 บันไดสู่ Green Hotel ตามแนวทางของ ททท.

เพื่อให้โรงแรมไทยสามารถเข้าสู่มาตรฐาน “Green Hotel” ที่เป็นที่ยอมรับระดับสากล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ออกแบบ แนวทาง 4 ขั้น ดังนี้

1. STGs Star (Sustainable Tourism Goals Star) เป็นการเริ่มต้นแบบ Self-assessment หรือการประเมินตนเองตามหลัก SDGs (Sustainable Development Goals) ของสหประชาชาติ ที่ ททท. นำมาประยุกต์ให้เข้าใจง่ายในบริบทการท่องเที่ยว โดยแบ่งออกเป็น 17 ข้อ ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

2. CF Hotel (Carbon Footprint Hotel) ขั้นต่อมาคือการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของโรงแรม เช่น การใช้พลังงาน น้ำ ขยะ และการขนส่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินต์อย่างต่อเนื่อง

3. Low Carbon Hotel หลังจากวัดค่าได้แล้ว โรงแรมจะต้องเริ่ม “ลด” การปล่อยคาร์บอนผ่านนโยบายต่าง ๆ เช่น ใช้พลังงานทดแทน, ลดขยะ, จัดการน้ำอย่างยั่งยืน และเริ่มพิจารณาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)

4. GSTC (Global Sustainable Tourism Council Certification) จุดหมายสูงสุดคือการได้รับการรับรองจาก GSTC ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกที่เว็บไซต์ OTA และบริษัทระดับนานาชาติยอมรับ เป็นใบเบิกทางสำคัญสำหรับธุรกิจโรงแรมไทยสู่ตลาดสากล

“คาร์บอนฟุตพรินต์” ไม่ใช่แค่เรื่องของไฟฟ้า แต่คือทุกการใช้ทรัพยากร

หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Green Hotel คือการเข้าใจเรื่อง Carbon Footprint ซึ่งหมายถึง “รอยเท้าคาร์บอน” หรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่การใช้สินค้าอุปโภคบริโภค มีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่าน้ำขวดจากสระบุรี กับน้ำขวดจากเชียงใหม่ แม้จะเป็นสินค้าเดียวกัน แต่หากนำมาขายที่กรุงเทพฯ จะมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่างกันเนื่องจากระยะทางขนส่ง

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้กล่าวถึงโอกาสของเยาวชนและนักศึกษาในการเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมนี้ โดยเฉพาะในด้าน Green Consultancy หรือที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงจากภาคโรงแรมไทยที่ยังมีเพียง 1% เท่านั้นที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล

Green Hotel = รายได้เพิ่ม + ลูกค้าเพิ่ม

โรงแรมที่ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับบนได้ง่ายขึ้น แต่ยังสามารถปรับราคาขายห้องพักให้สูงขึ้นได้ เนื่องจากลูกค้ายินดีจ่ายเพิ่มเพื่อสนับสนุนธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่นกรณีของโรงแรม Sivatel ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรมแรกที่ได้รับรอง Green Hotel ในประเทศไทย

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว “Green Tourism” ไม่ใช่เพียงคำสวยหรู แต่คือทิศทางที่จะทำให้ธุรกิจไทยยืนหยัดในตลาดโลก และยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในการพัฒนาเศรษฐกิจไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ผู้ประกอบการที่เริ่มต้นวันนี้ คือผู้ที่ได้เปรียบที่สุดในวันพรุ่งนี้