แข่งระอุชิงตลาดประกันสุขภาพ-

เทรนด์รักสุขภาพที่มาแรงในปัจจุบัน ตามแนวโน้มการเข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้บรรดาค่ายประกันต่าง ๆ ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย หันมาออกโปรดักต์เพื่อชิงตลาดประกันสุขภาพกันมากขึ้น

ส่งผลให้ประกันสุขภาพในเมืองไทยเติบโตในอัตราเร่ง ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากประกันออมทรัพย์ที่เคยโดดเด่นเจอผลกระทบจากยุคดอกเบี้ยต่ำยาวนาน

โดยผ่านมาครึ่งปี 2560 เบี้ยประกันสุขภาพในตลาดมีมูลค่าสูงกว่า 5 หมี่นล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 10-13% ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลัง เริ่มเห็นค่ายประกันต่าง ๆ งัดกลยุทธ์เฉพาะตัวออกมาช่วงชิงยอดขาย ซึ่งน่าจะเห็นตลาดประกันสุขภาพแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น

“สาระ ล่ำซำ” กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต เล่าว่า การแข่งขันประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงปีนี้ยังรุนแรง เพราะคนไทยตื่นตัวและตระหนักถึงความเสี่ยงโดยเฉพาะโรคร้ายแรงอย่าง “มะเร็ง” จึงหันมาดูแลรักษาสุขภาพกันมากขึ้น โดยช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา เบี้ยประกันสุขภาพของบริษัทเติบโตสูงถึง 40% ส่งผลให้เบี้ยประกันรับรายใหม่เติบโตได้ 4% ในช่วง 6 เดือน ซึ่งเป็นการพลิกกลับมาเป็นบวกได้ หลังจากช่วง 5 เดือนแรกที่ติดลบอยู่ถึง 21%

“แสดงให้เห็นว่าโอกาสของประกันชีวิตยังมีอยู่ และเชื่อว่าตลอดทั้งปีจะสร้างเบี้ยประกันภัยรับรวมกว่า 1 แสนล้านบาท เติบโต 8% ได้” นายสาระกล่าว

โดยล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต ได้เปิดตัว “พรีเมียร์ เฮลท์ โซลูชั่น” บริการสุขภาพด้วยนวัตกรรมใหม่ผ่านโครงการ “มายด์ ไทย ดีเอ็นเอ” ร่วมกับบริษัท Prenetics นำเทคโนโลยีตรวจ DNA จากเยื่อบุกระพุ้งแก้ม หรือตัวอย่างน้ำลาย มาให้บริการลูกค้า เพื่อให้รู้ถึงความต้องการด้านโภชนาการที่ร่างกายตอบสนองมากกว่า 20 หมวดหมู่ และการออกกำลังกายที่เหมาะสมเฉพาะตัว เพื่อป้องกันการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ โดยจะมีนักวิชาการด้านโภชนาการและพนักงานคอลเซ็นเตอร์คอยให้คำปรึกษา

ทั้งยังจับมือ “Health at Home” บริษัทสตาร์ตอัพด้านสุขภาพ ในการตอบสนองผู้ป่วยที่ต้องการกลับไปรักษาตัวที่บ้าน และผู้สูงอายุ

ขณะที่ “ณาตยา สุขุม” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย บอกว่า บริษัทได้เปิดตัวสัญญาเพิ่มเติมแบบประกันโรคร้ายแรงตัวใหม่ “เอไอเอ ซีไอ พลัส โกลด์” จับกลุ่มลูกค้าทั่วไปเน้นขายผ่านช่องทางตัวแทน โดยให้ความคุ้มครองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น-ปานกลาง-รุนแรง และมอบผลประโยชน์ต่อเนื่อง 5 ปี เป็นค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟูร่างกาย ครอบคลุมโรคร้ายแรงกว่า 33 โรค ขณะเดียวกันยังเปิดตัวสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มชดเชยรายได้ในกรณีผู้เอาประกันเจ็บป่วยต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล “เอไอเอ เอชบี เอ็กซ์ตร้า”

ทั้งนี้ เอไอเอมีฐานลูกค้า 5.5 ล้านคน มีกรมธรรม์ประมาณ 8 ล้านฉบับ โดยเป็นลูกค้าที่ซื้อความกรมธรรม์คุ้มครองโรคร้ายแรงเกิน 50% และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้เบี้ยประกันสุขภาพของเอไอเอมีสัดส่วนเติบโตสูงกว่า 20% สูงกว่าตลาดโดยรวม

ฟาก “ปิติพงษ์ ชาวชายโขง” รองผู้อำนวยการอาวุโสธุรกิจลูกค้ารายย่อย บมจ.กรุงเทพประกันภัย เล่าว่า ครึ่งปีหลัง บริษัทร่วมมือกับแรบบิท โบรกเกอร์ประกันภัย ออกแบบประกันมะเร็งขายผ่านออนไลน์ เพื่อขยายฐานลูกค้ารายย่อย เนื่องจากช่องทางนี้สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้ากลุ่มที่อายุน้อยลง เพราะเป็นกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์และใช้ช่องทางออนไลน์ในการหาข้อมูลได้ดี

ทั้งนี้ แบบประกันที่ออกขายผ่านแรบบิทฯ มี 4 แพ็กเกจ ได้แก่ Smart Plan เมื่อลูกค้าต่ออายุจะเพิ่มทุนเอาประกันสูงสุด 2 เท่า โดยไม่เพิ่มเบี้ย แถมลูกค้ายังได้รับเงินก้อนทันทีเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง

แพ็กเกจที่ 2 Extra Care เน้นโรคมะเร็งที่พบบ่อยตามเพศ เช่น มะเร็งเต้านมในเพศหญิง และมะเร็งตับในเพศชาย หากตรวจพบมะเร็งตามกำหนดรับพิเศษอีก 2 เท่าจากทุนเอาประกัน

แพ็กเกจที่ 3 Cancer Lite เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเงินก้อน เมื่อตรวจพบโรคและได้รับเงินชดเชยรายเดือน

และแพ็กเกจที่ 4 Plus 2 in 1 กรณีตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งที่กำหนดไว้ จะได้รับผลประโยชน์เพิ่มพิเศษอีก 2 เท่าจากทุนเอาประกันภัย

“แบบประกันทั้ง 4 ตัวมีจุดเด่นที่มีราคาถูกกว่าปกติและหากเข้าซื้อเบี้ยประกันภัยแล้วในช่วงอายุไหนเรียกประกันจากคงที่ตลอดการต่ออายุนั้น เริ่มต้นที่หลักพันบาท โดยแบบประกันมีเบี้ยถูกมาก น่าจะเพิ่มอัตราการต่ออายุได้ดี ซึ่งปัจจุบันประกันมะเร็งมีอัตราการต่ออายุที่ประมาณ 50%” นายปิติพงษ์กล่าว


สมรภูมิครึ่งปีหลัง ประกันสุขภาพแข่งกันดุเดือดแน่นอน เพราะเป็นช่วงที่ทุกค่ายต้องเร่งทำยอดนั่นเอง