ทรัมป์ เจอเสียงบ่น พิษการเมืองกระทบอาณาจักรกอล์ฟ-

อาฮุย แผ่นดินใหญ่ : เรื่อง

 

 

เป็นที่รู้กันว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คือนักธุรกิจผู้กว้างขวางตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ขยายมาสู่บันเทิงและมีกลุ่มที่ครอบคลุมมาถึงเรื่องกีฬาด้วย ทรัมป์เป็นเจ้าของสนามกอล์ฟไม่ต่ำกว่า 15 แห่งในเมืองชื่อดังทั่วโลก แต่เดือนที่ผ่านมาดูเหมือนว่าประธานาธิบดีคนดังจะถูกเล่นงานเพราะกอล์ฟหลายเรื่อง

โดนัลด์ ทรัมป์ คือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในหลายด้าน ผลพวงจากความสำเร็จทำให้ขอบข่ายบทบาทของทรัมป์เข้ามาสู่วงการกีฬา โดยทรัมป์สร้างสีสันให้วงการกีฬากับการปรากฏตัวและร่วมกิจกรรมหลายครั้ง แต่บทบาทของทรัมป์ในวงการกีฬาทั้งการเป็นเจ้าของสนามกอล์ฟหลายแห่งและผู้รักกีฬากอล์ฟก็ทำให้ทรัมป์ถูกวิจารณ์หนักโดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคม

ท่ามกลางมรสุมและปัญหาน่าปวดหัวรอบด้านโดนัลด์ ทรัมป์ มักเดินทางมาที่กิจการสนามกอล์ฟของตัวเองบ่อยครั้ง ขณะที่เดือนกรกฎาคม ทรัมป์เล่นกอล์ฟมากเป็นพิเศษนับได้ 8 วัน แม้เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาปิดดีลระหว่างเล่นกอล์ฟมาแล้วมากมาย ในบทบาทของผู้นำประเทศมหาอำนาจของโลก การใช้เวลากับกอล์ฟกลับกลายเป็นอีกประเด็นให้หลายฝ่ายโจมตีและนำไปเปรียบเทียบจำนวนครั้งที่บารัก โอบามา ประธานาธิบดีคนก่อนลงสะวิงก้านเหล็ก

คงปฏิเสธได้ยากว่าธุรกิจบางกลุ่มของทรัมป์ได้รับประโยชน์จากการก้าวเข้าสู่การเมือง และก่อนหน้าทรัมป์จะประสบความสำเร็จทางการเมือง เจ้าตัวเคยสร้างสีสันให้กับวงการกีฬา แต่หลังจากรับตำแหน่งเต็มตัว มีกระแสว่าสนามกอล์ฟหลายแห่งของทรัมป์รวมถึงสนามรานโช พาลอส เวอร์เดส ในแคลิฟอร์เนีย เผชิญภาวะธุรกิจถดถอย ความนิยมลดลง

รายงานข่าวจากสื่อท้องถิ่นในแคลิฟอร์เนียที่อ้างการจัดเก็บสถิติของฝ่ายบริหารท้องถิ่นระบุว่า ตั้งแต่ทรัมป์เริ่มเข้าสู่ระยะหาเสียงเมื่อปี 2015 กราฟรายได้สนามกอล์ฟในแคลิฟอร์เนียดิ่งลง 13 เปอร์เซ็นต์ รายการการกุศลโยกย้ายสถานที่จัดแข่ง รายได้จากช่องทางอื่นก็ลดลงเชื่อมโยงกับกลุ่มทางการเมือง

แน่นอนว่าลักษณะประชากรในพื้นที่เชื่อมโยงกับความชื่นชอบกลุ่มการเมือง พื้นที่แคลิฟอร์เนียมีฐานเสียงฝั่งเดโมแครตเป็นส่วนใหญ่ สื่อยังรายงานว่า นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งไม่ค่อยชอบสภาพสนามที่เล่นยาก และค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับสนามบริเวณใกล้เคียง ถึงแม้ทรัมป์อ้างว่าใช้งบประมาณมหาศาลปรับปรุงสนามแต่ไม่ค่อยเป็นมิตรสำหรับผู้นิยมกอล์ฟมากนัก

ขณะที่การหาเงินจากสนามกอล์ฟอีกส่วนหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ เปิดให้เช่าสถานที่สำหรับถ่ายทำแทนสนามกอล์ฟที่หรูหราของทรัมป์ เป็นเป้าหมายสำหรับกองถ่ายโฆษณารายการทีวีจนถึงซีรีส์ต่าง ๆ แต่สถิติค่าเฉลี่ยของการใช้งานสนามในด้านใช้สถานที่ถ่ายทำด้านสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ก็ลดลง สืบเนื่องจากกลุ่มการเมืองที่แตกต่างกันด้วย

ก่อนลงสมัครเลือกตั้งมีตัวเลขขออนุญาตถ่ายทำในสนามของทรัมป์ในลอสแองเจลิส 28 รายการ แต่หลังจากนั้นอีก 2 ปีตัวเลขเหลือ 11 รายการ ช่วงที่โดนัลด์ ทรัมป์ รับตำแหน่งเรียบร้อยแล้วมีเพียง 2 บริษัทที่ได้เข้าถ่ายทำ อีกหนึ่งรายการการใช้พื้นที่ใกล้เคียงสนามจัดงานแต่งงานที่เคยได้รับความนิยมก็ลดลงอย่างต่อเนื่องจากตัวเลขก่อนหน้าทรัมป์เล่นการเมืองมีเฉลี่ย 17 งานต่อปี ลดเหลือ 11 งานในปี 2016 และปี 2017 คอลัมนิสต์จากวอชิงตัน โพสต์ รายงานสถิติว่าไม่มีจัดงานแต่งงานเลย โดยมีข้อสังเกตว่าช่วงเวลาเดียวกัน สนามกอล์ฟในพื้นที่ตอนใต้ของแคลิฟอร์เนียกลับได้รับความนิยมมากกว่า

ช่วงกระแสข่าวเรื่องธุรกิจแวดวงกอล์ฟของทรัมป์มีปัญหาเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่กลุ่มองค์กรธุรกิจของทรัมป์พยายามเข้าไปสร้างสนามกอล์ฟแห่งที่ 2 ในอเบอร์ดีน สกอตแลนด์ แต่เจอปัญหากลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแพร่ข่าวเตรียมยื่นคัดค้านการก่อสร้างโดยให้เหตุผลว่า การก่อสร้างไม่มีการจัดการปัญหาเรื่องสิ่งปฏิกูล, ดูแลสภาพแวดล้อม และการรักษาแหล่งน้ำใต้ดินตามระเบียบ โดยโครงการขยายอาณาจักรกอล์ฟในสกอตแลนด์ยืดเยื้อมานานตั้งแต่ปี 2008 จากที่เจอข้อพิพาทหลายกรณี โอกาสครั้งนี้ก็ไม่ง่ายเช่นกัน

สิ่งเดียวที่เป็นเชิงบวกสำหรับโดนัลด์ ทรัมป์ คือ ได้รับข้อเสนอเชิญให้เป็นประธานกิตติมศักดิ์ของรายการเพรซิเดนต์ คัพ ที่จะมีทีมสหรัฐฯดวลกับทีมนักกอล์ฟนานาชาติ แข่งขันช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ตำแหน่งนี้ก็เคยมี บารัก โอบามา เป็นผู้ได้รับเชิญให้รับตำแหน่งแล้ว 2 ครั้ง

ในเกมแข่งขันมีได้ก็มีเสีย ถึง โดนัลด์ ทรัมป์ จะเสียประโยชน์บางอย่างจากแวดวงกอล์ฟตามรายงานที่สื่อต่างประเทศกล่าวอ้าง แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯยังสามารถรักษาผลประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ได้อีกหลายทาง การขึ้นสู่ตำแหน่งระดับนี้เชื่อว่าหลายคนคงคำนวณสิ่งที่ได้กับสิ่งที่เสียมาบ้างแล้ว


ภาพรวมของบรรยากาศกอล์ฟหรือแวดวงที่ต้องพึ่งพิงเชื่อมโยงกับบริบทของกอล์ฟในระดับบุคคลทั่วไปอาจได้รับผลระดับหนึ่ง แต่เชื่อว่าภาพใหญ่สำหรับการแข่งขันระดับอาชีพยังห่างไกลจากผลกระทบครั้งนี้อยู่ จะมีแต่เสียงวิจารณ์เมื่อทรัมป์ปรากฏตัวเสียมากกว่า