สมาคมการค้าพืชไร่ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีพาณิชย์ คัดค้านแนวทางนำเข้าข้าวโพด GMO ชี้ไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรไทย เหตุไทยห้ามปลูกแต่เปิดทางนำเข้า พร้อมเสนอปรับมาตรการนำเข้าข้าวสาลีอาหารสัตว์ จาก 3:1 เป็น 4:1 ดันผู้ผลิตอาหารสัตว์ใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น
รายงานข่าว ระบุว่า สมาคมการค้าพืชไร่ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง “ผลกระทบจากการนำเข้าข้าวสาลีอาหารสัตว์จนถึงการจะให้นำเข้าข้าวโพด GMO” ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่า ที่ผ่านมาหลังรัฐบาลเปิดให้มีการนำเข้าข้าวสาลีอาหารสัตว์ แม้มีการสื่อสารว่าไม่กระทบต่อชาวไร่ชาวนาผู้ปลูกพืชวัตถุดิบไทย แต่ในความเป็นจริงผลกระทบต่อโอกาสและอาชีพของเกษตรกรไทยสะสมมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันวัตถุดิบหมวดคาร์โบไฮเดรตของไทย ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปลายข้าว รำข้าว และข้าวเปลือก อยู่ในภาวะล้นตลาด แต่ยังไม่มีการมองภาพรวมเพื่อบริหารจัดการให้ราคาธัญพืชวัตถุดิบไทยมีเสถียรภาพ ขณะที่การอ้างข้อมูลข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ว่าไม่กระทบต่อเกษตรกร ถูกใช้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ รัฐบาล และสังคม ในการขอนำเข้าธัญพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศ
หนังสือดังกล่าวยังชี้ว่า ความไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรไทยเห็นได้ชัดจากกรณีที่จะเปิดให้นำเข้าข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม หรือ GMO เข้ามาใช้ในประเทศ ทั้งที่คนไทยยังถูกห้ามปลูก ขณะที่วัตถุดิบหมวดคาร์โบไฮเดรตของไทยไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลน แต่กลับมีปริมาณล้นตลาด
สมาคมยกตัวอย่างสถานการณ์ราคาว่า ตั้งแต่มีการนำเข้าข้าวสาลีอาหารสัตว์ในปี 2559 ราคาข้าวโพดที่เกษตรกรไทยขายได้อยู่ที่เพียงกิโลกรัมละ 6 บาท และมีการเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาราคามาเป็นระยะ ขณะที่ช่วงต้นฤดูกาล 2568/2569 ระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 ราคาข้าวโพดที่เกษตรกรขายได้อยู่ที่เพียงกิโลกรัมละ 8-8.50 บาท ขณะที่ราคาข้าวเปลือก ปลายข้าว และรำข้าว ยังตกต่ำต่อเนื่อง
ส่วนราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และปลายข้าวที่เริ่มปรับขึ้นมากในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมนั้น สมาคมระบุว่าเกิดขึ้นหลังข้าวโพดหมดจากแปลงไร่นา โดยเฉพาะหลังวันที่ 15 พฤษภาคม ราคาปรับสูงขึ้น ขณะที่พ่อค้าหรือผู้รวบรวมส่วนใหญ่ขายล่วงหน้าเพื่อรอส่งมอบไปแล้ว จึงทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดไทยมักขายได้ราคาดีเฉพาะในช่วงเกิดวิกฤติโลกเท่านั้น
สมาคมยังระบุว่า อำนาจการกำหนดราคาหรือชี้นำตลาดอยู่ที่ผู้ซื้อรายใหญ่ และยิ่งมีธัญพืชวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามามากเท่าใด ความเหลื่อมล้ำก็ยิ่งกดทับโอกาสของชาวไร่ชาวนามากขึ้นเท่านั้น
สำหรับกรณีการนำเข้าข้าวโพด GMO สมาคมเห็นว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่ออาชีพชาวไร่ชาวนาไทย กระทบรากฐานเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ รวมถึงยังตั้งข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพจากการบริโภคผลิตภัณฑ์จากพืชดัดแปลงพันธุกรรมทั้งทางตรงและทางอ้อม
ทั้งนี้ สมาคมการค้าพืชไร่ขอให้รัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ทบทวนนโยบายการปล่อยให้นำเข้าข้าวโพด GMO และขอให้กำหนดมาตรการนำเข้าข้าวสาลีอาหารสัตว์ จากเดิม 3:1 เพิ่มเป็น 4:1 เพื่อให้กลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์หันมาใช้ธัญพืชวัตถุดิบหมวดคาร์โบไฮเดรตของไทยมากขึ้น ลดปริมาณวัตถุดิบล้นตลาดภายในประเทศ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจระยะยาว
หนังสือฉบับดังกล่าวลงนามโดย นายเทอดศักดิ์ ลาภจิตรกุศล นายกสมาคมการค้าพืชไร่ โดยมีสำเนาถึงปลัดกระทรวงพาณิชย์ด้วย
