เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.ไฟเขียวงบเงินกู้ 972 ล้าน ปั้นแรงงานติดโซลาร์เซลล์ 3.2 หมื่นคน
Politics ครม.ไฟเขียวงบเงินกู้ 972 ล้าน ปั้นแรงงานติดโซลาร์เซลล์ 3.2 หมื่นคน
JOOX เปิดเกมใหม่เร่งการเติบโตตลาดเพลงไทย
Biz Movement JOOX เปิดเกมใหม่เร่งการเติบโตตลาดเพลงไทย
ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ! ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ อายัดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน โยงหุ้น BCP-VGI-MFC
Finance ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ! ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ อายัดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน โยงหุ้น BCP-VGI-MFC
ธนาคารโลก ให้ 115 ล้าน ศึกษา ‘คลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย’
Politics ธนาคารโลก ให้ 115 ล้าน ศึกษา ‘คลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย’
วาโก้สานต่อโครงการ Princess Collection จากพระดำริ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
Biz Movement วาโก้สานต่อโครงการ Princess Collection จากพระดำริ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
กสิกรไทย ก้าวสู่เกตเวย์ Swift Payments Scheme แห่งแรกของธนาคารไทย
Finance กสิกรไทย ก้าวสู่เกตเวย์ Swift Payments Scheme แห่งแรกของธนาคารไทย
ก.ล.ต. เปิดปมเครือข่ายข้ามชาติ อำพรางถือหุ้น VGI เกิน 25% เลี่ยงเทนเดอร์ฯ
Finance ก.ล.ต. เปิดปมเครือข่ายข้ามชาติ อำพรางถือหุ้น VGI เกิน 25% เลี่ยงเทนเดอร์ฯ
แอดไวซ์ คว้า ‘Best Places to Work 2026’ ตอกย้ำองค์กรตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
Economic แอดไวซ์ คว้า ‘Best Places to Work 2026’ ตอกย้ำองค์กรตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
รัฐคาดเทงบฯ ครม.สัญจร อุดรฯ ไม่ถึงพันล้าน ‘อนุทิน’ จี้รัฐมนตรีช่วยภาคเกษตร
Politics รัฐคาดเทงบฯ ครม.สัญจร อุดรฯ ไม่ถึงพันล้าน ‘อนุทิน’ จี้รัฐมนตรีช่วยภาคเกษตร
ธุรกิจใหม่ 9 เดือน แตะ 6.8 หมื่นราย โต 1.4% แต่ยอดเลิกกิจการพุ่ง 16%
Economic ธุรกิจใหม่ 9 เดือน แตะ 6.8 หมื่นราย โต 1.4% แต่ยอดเลิกกิจการพุ่ง 16%
ดูทั้งหมด

สศช.คาดน้ำมันโลกทรงตัวสูงยาว เงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบ 3% มาตรการปั๊มเศรษฐกิจยังไม่จำเป็น

27 ต.ค. 2569 | 13:22น.
ดนุชา พิชยนันท์

สภาพัฒน์ประเมินวิกฤตราคาน้ำมันโลกจ่อทรงตัวสูงระยะยาว หลังโครงสร้างพื้นฐานตะวันออกกลางเสียหายหนัก เชื่อเงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบ 3% จับตาดุลบัญชีเดินสะพัดหลังตัวเลขนำเข้าสูง ชี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่จำเป็น เหตุการบริโภคยังสูง

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยและสถานการณ์พลังงานโลก โดยประเมินว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในลักษณะ New Normal หรืออาจปรับตัวสูงขึ้นอีก เนื่องจากความขัดแย้งและการรบในพื้นที่ตะวันออกกลางยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติลงหรือตกลงกันได้ในเร็ววัน

นายดนุชาระบุว่าจากข้อมูลการหารือของบริษัทน้ำมันชั้นนำระดับโลก พบว่าความเสียหายของสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบการผลิตน้ำมัน (Oil Facilities) ในตะวันออกกลางมีความรุนแรงมากกว่าภาพที่ปรากฎ ซึ่งการบูรณะซ่อมแซมทำได้ยากและต้องใช้ระยะเวลาอีกพอสมควร เนื่องจากเจอปัญหาข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการขนส่งอุปกรณ์ในการซ่อมแซม ไม่ใช่เพียงปัญหาการปิดท่าเรือหรือช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ท่าทีของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ไม่ได้เข้ามาแทรกแซงหรือดำเนินมาตรการทางทหารอย่างจริงจังเมื่อเทียบกับสงครามอ่าวในอดีต เนื่องจากสหรัฐมีปัญหาภายในประเทศที่ต้องเร่งแก้ไข

เมื่อถามว่า ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐจะส่งผลต่อสถานการณ์น้ำมันหรือไม่ นายดนุชากล่าวว่า การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ส่งผลให้ที่นั่งของรัฐบาลในพรรครีพลับรีกันลดลง ก็อาจทำให้การดำเนินนโยบายสงครามในต่างประเทศชะลอตัวลงตามไปด้วย

สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เลขาธิการ สศช. ชี้ว่า แม้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจะเริ่มส่งผลต่อดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) แต่ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย ณ ปัจจุบัน ยังคงสามารถรักษาให้อยู่ในกรอบเป้าหมายที่ประมาณ 3% ได้

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามคือดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account) เนื่องจากภาวะเงินบาทที่อ่อนค่าลงทำให้ต้นทุนการนำเข้าน้ำมันแพงขึ้น ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อดุลบัญชีเดินสะพัดที่เคยขาดดุลในไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้บริหารความเสี่ยงด้วยการกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันจากหลากหลายพื้นที่ และชะลอการเร่งนำเข้ารีบด่วนเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2

ต่อกรณีตัวเลขอัตราการนำเข้าสินค้าที่พุ่งขึ้นสูงถึง 50% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา นายดนุชา ระบุว่า จำเป็นต้องวิเคราะห์ภาพรวมตลอดทั้งไตรมาสและพิจารณาแยกประเภทสินค้าหากเป็นการนำเข้าสินค้าทุน (Capital Goods) เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต จะถือเป็นสัญญาณบวกต่อทิศทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการผลิตของไทยในระยะข้างหน้า

เมื่อถามว่า ตอนนี้ต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่าในส่วนของตัวเลขทางเศรษฐกิจภายในประเทศ การบริโภคภาคเอกชนยังคงขยายตัวได้ดีในระดับประมาณ 3.7% ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายตัวเลขจำนวนคน แต่พบว่ามูลค่าการใช้จ่ายต่อหัว (Spending per head) ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยรายได้รวมของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ในภาคการส่งออก คาดว่าจะได้รับปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เริ่มลงทุนก่อสร้างเมื่อปีกว่าที่ผ่านมา ซึ่งกำลังจะสร้างเสร็จสิ้นและพร้อมเริ่มเดินหน้าการผลิตเพื่อส่งออกในเร็ว ๆ นี้