ดอลลาร์ผันผวน เฝ้ารอประเด็นสงครามการค้าของสหรัฐ และตัวเลขการจ้างงาน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างวันที่ 3-7 กันยายน 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (3/9) ที่ระดับ 32.79/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/8) ที่ระดับ 32.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์นักลงทุนได้เข้าซื้อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอีกครั้งในฐานะสกุลเงินปลอดภัย จากความกังวลเรื่องการเจรจาต่อรองประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐและแคนาดา และการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมกับจีน ในส่วนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-แคนาดา ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในช่วงสุดสัปดาห์ว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะให้แคนาดาอยู่ในความตกลงการค้าเสรีึอเมริกาเหนือ (NAFTA) อีกต่อไป โดยเขาได้กล่าวเตือนสภาคองเกรสว่าไม่ควรเข้ามาก้าวก่ายในการเจรจาการค้า ไม่เช่นนั้นเขาจะยกเลิกกติกาสัญญาการค้าแบบไตรภาคี โดยเขามีความประสงค์ที่จะลงนามในข้อตกลงแบบทวิภาคีกับเม็กซิโก หลังจากการเจรจาระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับรัฐบาลแคนาดาประสบปัญหา ทั้งนี้แคนาดาได้เริ่มเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ฉบับใหม่อีกครั้ง เมื่อวันพุธ (5/9) ที่กรุงวอชิงตัน สำหรับความคืบหน้าประเด็นการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้าจีนของสหรัฐวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์นั้น ล่าสุดมาตรการดังกล่าวได้ข้อสรุปจากการทำประชาพิจารณ์จากภาคส่วนต่าง ๆ ของสหรัฐในวันพฤหัสบดี (6/9) และคาดว่าจะมีการประกาศเป็นทางการต่อไปเร็ว ๆ นี้ โดยตลาดคาดว่าจะทำให้ตลาดเงินผันผวน โดยนักลงทุนจะเข้าซื้อเงินสกุลปลอดภัย รวมถึงดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกในสัปดาห์นี้นั้นยังคงไร้ทิศทางอยู่ โดยในวันพุธ (6/9) ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) แลมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่าการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 163,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ขณะที่ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 61.3 ในเดือนสิงหาคม สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่รนะดับ 57.6 และดัชนีภาคบริการของสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับ 58.5 ในเดือนสิงหาคมสูงกวาที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 56.8 นักลงทุนยังเฝ้ารอตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐที่จะมีการประกาศในคืนวันศุกร์ (7/9) โดยมีการคาดการณ์ว่าอัตราการว่างงานจะอยู่ที่ระดับ 3.8% และมีการเพิ่มขึ้นของตัวเลขจ้างงานที่ 191,000 ตำแหน่ง
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในสัปดาห์นี้ เปิดตลาดที่ระดับ 1.1591/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/8) ที่ 1.1669/70 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินยูโรยังคงอ่อนค่าอยู่ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มประเทศ ออกมาไม่่ดีนัก โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของเยอรมนี อิตาลี และฝรั่งเศส ประจำเดือนสิงหาคม ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 55.9, 50.1 และ 53.5 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 56.1, 51.2 และ 53.7 ตามลำดับ ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของกลุ่มยูโรโซน อยู่ที่ระดับ 54.6 เท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตามค่าเงินยูโรและค่าเงินปอนด์ได้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหราชอาณาจักร และเยอรมนีเตรียมที่จะยกเลิกเงื่อนไขที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาเกี่ยวกับการแยกตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีควมหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลง โดยเยอรนีพร้อมที่จะยอมรับข้อตกลงที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าในอนาคตของสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถทำข้อตกลงเบร็กซิตได้ นอกจากนี้แล้วสหราชอาณาจักรยังพร้อมที่จะยอมรับแถลงการณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอนาคต โดยยอมเลื่อนการตัดสินใจในบางประเด็นออกไปจนกว่าจะผ่านพ้นวันที่มีการแยกตัวอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1530-1.1659 ดอลลาร์สหรับ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1648/50 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับค่าเงินเยนในสัปดาห์นี้ เปิดตลาดที่ระดับ 110.99/111.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (31/8) ที่ระดับ 111.03/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินเยนยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบเหนือระดับ 111.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของญี่ปุ่นปรับขึ้นสู่ระดับ 52.5 ในเดือนสิงหาคม โดยนายโจ เฮยส์ นักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทไอเอชเอส มาร์กิตกล่าวว่า “ผลสำรวจนี้บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตปรับตัวดีขึ้นปานกลาง โดยได้รับแรงหนุนจากยอดสั่งซื้อใหม่ทีี่เติบโตเร็วขึ้น อย่างไรก็ดีอุปสงค์ไดไ้รับแรงหนุนจากภายในญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ยอดขายส่งออกร่วงลงในเดือนสิงหาคม นอกจากนี้ความขัดแย้งทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นก็มีส่วนทำให้ความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลงด้วย” อย่างไรก็ตามในวันศุกร์ (7/9) ค่าเงินเยนได้แข็งค่าตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและกลับมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 111.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.38-111.76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.80/110.82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ