ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.24/26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (16/8) ที่ระดับ 33.25/30 บาท/ดอลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผย ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านปรับตัวลดลงมากกว่าคาดในเดือนกรกฎาคม ซึ่งตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลง 4.8% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบเป็นรายเดือน สู่ระดับ 1.16 ล้านยูนิต จากระดับ 1.21 ล้านยูนิตในเดือนมิถุนายน โดยตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยว ลดลง 0.5% สู่ระดับ 856,000 ยูนิต และตัวเลขการก่อสร้างบ้านสำหรับหลายครอบครัว ซึ่งรวมถึงอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียม ลดลง 15.3% สู่ระดับ 299,000 ยูนิต กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังได้รายงานอีกว่า การอนุญาตก่อสร้างบ้านลดลง 4.1% ในเดือนกรกฎาคม สู่ระดับ 1.22 ล้านยูนิต โดยการอนุญาตก่อสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวทรงตัว ขณะที่การอนุญาตก่อสร้างบ้านสำหรับหลายครอบครัวดิ่งลง 11.2% นอกจากนี้เงินดอลลาร์ยังคงได้รับแรงกดดัน หลังการเปิดเผยผลรายงานการประชุมเฟด ซึ่งระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดได้อภิปรายเกี่ยวกับตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ โดยเจ้าหน้าที่บางคนได้แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวลดลง พร้อมกับแสดงความเห็นว่า เฟดควรรอคอยให้สถานการณ์เงินเฟ้อส่งสัญญาณดีขึ้น ก่อนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป รายงานการประชุมยังระบุอีกด้วยว่า เจ้าหน้าที่เฟดได้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2560 โดยส่วนใหญ่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 2% ต่อไปอีกเป็นเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 33.235-33.255 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.24/26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (17/8) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1783/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (16/8) ที่ระดับ 1.1706/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าหลังจากสมาคมยูโรสเตท เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศในแถบยูโรโซน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.2% จาก 2.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของสภาวะเศรษฐกิจในแถบยูโรโซนที่มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แหล่งข่าวมีการคาดการณ์ว่า นายดรากีอาจส่งสัญญาณการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เนื่องจากเศรษฐกิจยูโรโซนมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะลดการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีที่จะมีขึ้นที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันที่ 24-26 สิงหาคมนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1731-1.1789 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1731-1.1789 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1735/1.1737 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (17/8) เปิดตลาดที่ระดับ 110.12/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (16/8) ที่ระดับ 110.51/53 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นเนื่องจากนักลงทุนเข้ามาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น หลังจากเงินดอลลาร์ได้รับแรงกดดันจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองสหรัฐ นอกจากนี้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นได้เปิดเผยรายงานเบื้องต้นว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้าอยู่ที่ระดับ 4.1877 แสนล้านเยนในเดือนกรกฎาคม (3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยได้รับแรงหนุนจากยอดส่งออกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.4% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 109.6/-110.23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 109.97/110.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลทางเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (17/8) ดัชนีการผลิตเบื้องต้นเดือนสิงหาคม โดยเฟดฟิลาเดลเฟีย (17/8) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนสิงหาคม (18/8)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.35/-0.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap Point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.8/-0.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ