เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
KAMU KAMU แตกแบรนด์ใหม่ “Yothé” ลุยตลาดชาผสมโยเกิร์ต ปักธง 100 สาขาใน 5 ปี
Biz Movement KAMU KAMU แตกแบรนด์ใหม่ “Yothé” ลุยตลาดชาผสมโยเกิร์ต ปักธง 100 สาขาใน 5 ปี
คปภ. ผ่อนผันต่ออายุใบอนุญาต ‘นายหน้า-ตัวแทน’ ประกันภัย ประสบอุทกภัย
Finance คปภ. ผ่อนผันต่ออายุใบอนุญาต ‘นายหน้า-ตัวแทน’ ประกันภัย ประสบอุทกภัย
นายเจนเอไอ นายจะรู้อะไร Sony ไล่ลบเพลง AI กว่า 2.6 แสนเพลง
Tech นายเจนเอไอ นายจะรู้อะไร Sony ไล่ลบเพลง AI กว่า 2.6 แสนเพลง
รัฐบาลพร้อมจัด IMF-World Bank 2026 เชื่อดึงลงทุน-ไทยได้ประโยชน์เยอะ
Politics รัฐบาลพร้อมจัด IMF-World Bank 2026 เชื่อดึงลงทุน-ไทยได้ประโยชน์เยอะ
บัตรเครดิต กรุงศรี เจาะคนรักสัตว์เลี้ยง ดันยอดใช้แตะ 1,000 ล้าน
Finance บัตรเครดิต กรุงศรี เจาะคนรักสัตว์เลี้ยง ดันยอดใช้แตะ 1,000 ล้าน
รัฐบาลปัดชงแก้กฎหมาย ‘ภาษีบาป’ หวังฮุบไทยพีบีเอส เทียบโมเดล สปสช.
Politics รัฐบาลปัดชงแก้กฎหมาย ‘ภาษีบาป’ หวังฮุบไทยพีบีเอส เทียบโมเดล สปสช.
‘อนุทิน’ ชี้ร่วมวันเกิด ‘เนวิน’ เรื่องปกติ เป็นพี่เป็นน้องกัน ปัดให้คำแนะนำ
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ร่วมวันเกิด ‘เนวิน’ เรื่องปกติ เป็นพี่เป็นน้องกัน ปัดให้คำแนะนำ
น้ำท่วมกระทบเกษตร 43 จังหวัด พื้นที่เสียหาย 1.66 ล้านไร่ ‘ข้าว’ หนักสุด 1.33 ล้านไร่
Economic น้ำท่วมกระทบเกษตร 43 จังหวัด พื้นที่เสียหาย 1.66 ล้านไร่ ‘ข้าว’ หนักสุด 1.33 ล้านไร่
เปิดมุมมองนักวิชาการ ปมเสนอแก้กฎหมาย Thai PBS เปลี่ยน “ภาษีบาป” สู่งบรัฐ
Politics เปิดมุมมองนักวิชาการ ปมเสนอแก้กฎหมาย Thai PBS เปลี่ยน “ภาษีบาป” สู่งบรัฐ
ชลประทานคงระบายเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที รับฝนระลอกใหม่ ยันไม่ล้นคัน กทม.-นนท์
Economic ชลประทานคงระบายเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที รับฝนระลอกใหม่ ยันไม่ล้นคัน กทม.-นนท์
ดูทั้งหมด

ถก 2 ขั้ว “เสนา-เจ้าพระยามหานคร” LTV ทุบกำลังซื้อบ้าน-คอนโด เพิ่มดีกรีดูแลลูกค้าราคาต่ำ 4 ล้าน

25 ม.ค. 2562 | 18:23น.

ย่างเข้าสู่ครึ่งเดือนหลังของเดือนมกราคม 2562 “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ 2 ดีเวลอปเปอร์ “ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กับ “อนงค์ลักษณ์ แพทยานันท์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC เพื่อร่วมกันแจมมุมมองภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องมีกลยุทธ์อะไรบ้างเพื่อฝ่าด่านปัจจัยลบรุมเร้าในปีนี้

เริ่มกันที่ “ดร.ยุ้ย-เกษรา @ เสนาดีเวลลอปเม้นท์” ถึงแม้ยังมองบวกว่า ธุรกิจปีนี้ยังสามารถเติบโตได้ 5% บวกลบ แต่ก็ยอมรับว่าตลาดปีหมู ไม่หมูเอาซะเลย ในด้านกำลังซื้อคนน่าจะซื้อน้อยลงเพราะมีข้อจำกัดในการซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น

ต้นทุนแพงขึ้นทั้งผู้ขาย-ผู้ซื้อ

เทรนด์อสังหาฯ ปี”62 ก็ยังไปได้ เพียงแต่ว่าอาจจะไม่เติบโตมากเท่ากับปี”61 เนื่องจากมีปัจจัยลบ อาทิ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งไม่ว่าดอกเบี้ยจะเป็นยังไงก็กระทบทำให้คนซื้อบ้านได้ยากขึ้น ปกติคนซื้อบ้านราคา 2 ล้าน

เวลาเขาผ่อนแบงก์ก็ต้องคิดก่อนว่าดอกเบี้ยเท่าไหร่ ถ้าดอกเบี้ยมันสูงขึ้นอัตราเงินผ่อนมันต้องสูงขึ้น เมื่ออัตราเงินผ่อนสูงขึ้นก็ทำให้ความสามารถในการกู้ของคนต่ำลง

เรื่องที่สองที่คนกู้จะดูคือ payment รายเดือน ไหวหรือเปล่า

สำหรับผู้ประกอบการ ต้นทุนการเงินเป็นปัจจัยหลักตัวหนึ่งเพราะทุกคนอยู่แล้ว ไม่มีใครไม่กู้ ซึ่งกู้กัน 70-60% ของมูลค่างาน เป็น highly leveraged industries ดังนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเวลาที่ดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงย่อมกระทบต้นทุนอสังหาฯ

สำหรับ LTV-loan to value กระทบเยอะกว่าถ้าเทียบกับอัตราดอกเบี้ย เพราะ LTV มันทำให้คน ๆ หนึ่งที่อาจกู้ได้แต่แบงก์ชาติไม่ให้กู้เกินอัตรา 80% (บังคับเงินดาวน์ 20%) ถ้าเขาเป็นคนที่ส่อแววว่าเป็นนักลงทุน อันนี้ก็อาจทำให้เขารู้สึกว่าเขาต้องมีเงินเก็บมากกว่าที่ควรจะเป็น ในขณะที่พฤติกรรมการออม คนมีเงินเก็บเยอะมันก็ต้องน้อยกว่าคนมีเงินเก็บน้อย แล้วคนที่มีเงินเก็บเยอะก็ใช่ว่าอยากเอาเงินเก็บทั้งหมดมาซื้อบ้าน

ดังนั้น สมมุติว่าเมื่อก่อนบ้าน 1 ล้านบาท เราไม่ต้องใช้เงินเก็บเลยสักบาท แต่ว่าต่อไปนี้บ้านราคา 1 ล้านบาท เราต้องใช้เงินเก็บ 2-3 แสนบาท มาซื้อ ในกรณีเราเป็นคนกลุ่มที่มีบ้านแล้วมากกว่า 1 หลังขึ้นไป ตรงนี้ก็ส่งผลให้คนมีแรงจูงใจที่จะซื้อลดลง

ดาวน์ยาวแก้ทางกู้ได้น้อยลง

กลยุทธ์รองรับ LTV ต้องบอกว่า ลูกค้ากลุ่มนี้ยังไงก็กู้ได้น้อยลง ทำได้อย่างแรกคือ ดาวน์ยาวขึ้นหน่อยสำหรับตึกที่สูง ๆ ต้องขายเร็วขึ้นดาวน์ยาวขึ้น เพราะถ้าเราต้องการยอดขายมากขึ้นแต่ดาวน์สั้นเนี่ยก็จะทำให้แต่ละเดือนที่ลูกค้าต้องผ่อนแพงขึ้น ดังนั้น เราเลือกดาวน์ยาวขึ้น อีกเรื่องคือสัดส่วนเงินดาวน์ทำตามที่เราคิดว่าเหมาะสม อาจจะ 10-15% แล้วแต่ว่าการแข่งขันเป็นยังไง

สำหรับการยืดเงินดาวน์ให้ยาวขึ้นทำให้ลดบทบาทคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์หรือไม่…มองว่า ไม่ขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ว่าคอนโดฯจะ low rise หรือ high rise ขึ้นอยู่กับหลายอย่าง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเสนาฯ ต้องการให้ดาวน์ยาวหรือดาวน์สั้น แต่ขึ้นอยู่กับทำเล เซ็กเมนต์ที่จับมากกว่า มันสำคัญกว่า เพราะว่าใน 100 คน ที่มีปัญหาจากมาตรการ LTV อาจมี 20 คน ที่หาเงินดาวน์สูง ๆ ไม่ได้

ในขณะที่เราต้องคิดถึงลูกค้า 80 คน ที่ไม่มีปัญหาจ่ายเงินดาวน์สูงก่อน จากข้อมูลในอดีตลูกค้า 100 คน มีคนที่เคยกู้ซื้อบ้านหลังแรกไปแล้ว 10 กว่าคนเอง เพราะฉะนั้นเวลาเราทำธุรกิจคงต้องหวัง 80 คนไว้ก่อน

นอกจากนี้ เวลาจะเลือกทำโครงการโลว์ไรส์หรือไฮไรส์ มันขึ้นกับปัจจัยกายภาพมากกว่า โดยปกติแล้วมันเกิดเหตุการณ์แย่งซื้อที่ดินทำ โครงการไฮไรส์อยู่แล้ว นั่นคือการที่เราแย่งซื้อที่ดินทำตึกสูง ๆ ไม่ได้เกิดจากต้องการดาวน์ยาว แต่เกิดจากเราอยากทำให้การซื้อที่ดินแล้วลงทุนได้คุ้มค่าที่สุด ซึ่งราคาที่ดินถ้าไม่ได้ต่างกันมากการทำคอนโดฯไฮไรส์ย่อมคุ้มกว่าโลว์ไรส์อยู่แล้ว

กลยุทธ์การซื้อที่ดินของเราก็เหมือนเดิม ในการคิดดีมานด์ซัพพลายแต่ละย่านไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป เพราะการมี LTV วิธีคิดเหมือนเดิมคือดูดีมานด์ซัพพลาย ดูราคา ดู potential future ว่าเป็นยังไง ทุกอย่างเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าต้องยอมรับก่อนว่าตลาดมันอาจมีการซื้อน้อยลง

เพิ่มดีกรีดูแลลูกค้าใหม่

การซื้อหรือยอดพรีเซลหลังวันที่ 15 ตุลาคม 2561 (แบงก์ชาติผ่อนผันให้ผู้ทำสัญญาซื้อขายก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 61 สามารถขอสินเชื่อในอัตราเงินดาวน์ 5-10% เท่าเดิม) บริษัทต้องใกล้ชิดกับลูกค้าในเรื่องของเงินดาวน์ให้มากขึ้น เพราะเงินดาวน์เริ่มถูกแพงไม่เท่ากัน ถ้าให้ชั่งน้ำหนักเรื่องรับโอน เฉลี่ยมี 10% กว่าที่เราต้องเข้าไปช่วยดูแลเพื่อให้เขาสามารถโอนได้ ต้องใกล้ชิด เจอเขาบ่อยขึ้น เจอเขาเร็วขึ้น เพื่อประเมินว่าสามารถกู้ได้ไหม ถ้ากู้ไม่ได้ก็ต้องพยายามให้เขาทบเงินดาวน์เพิ่มขึ้น

รอคำตอบแบงก์ “การกู้ร่วม”

ประเด็นการกู้ร่วมถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหา ต้องยอมรับว่าลูกค้าที่เป็นสัญญากู้ร่วมของเราเยอะ ยิ่งกลุ่มที่ราคาไม่แพงก็จะยิ่งกู้ร่วมเยอะเพราะว่ากู้คนเดียวไม่ไหวก็ไปเอาญาติมากู้ด้วย

คำถามคือ คนที่ทำสัญญากู้ร่วมกับญาติ จะถูกนับเป็นสัญญาที่สองไหม หากไปกู้ซื้อบ้านของตัวเองอีกหลัง เรื่องนี้ยังไม่ได้คำตอบเหมือนกัน ทุกวันนี้ก็ถามแบงก์อยู่เหมือนกันว่ากู้ร่วมเขาวัดกันยังไง

รู้แต่ว่าปีนี้การแข่งขันน่าจะดุเดือดทุกทำเล โดยเฉพาะทำเลที่รถไฟฟ้าเสร็จจะดุเดือดเป็นพิเศษ โฟกัสที่สายสีเขียว สายสีน้ำเงิน ตอนนี้ที่เห็นมีแค่สายสีม่วงที่ยังเป็นโซนอันตรายของการทำคอนโดฯ อยู่เหมือนเดิม

ถัดมา “อนงค์ลักษณ์ @ CMC” อ่านเทรนด์ผลกระทบมาตรการ LTV ทำให้ขนาดตลาดที่อยู่อาศัยเล็กลงโดยอัตโนมัติLTV ทุบตลาดย่อไซซ์ลงเทรนด์อสังหาฯ ปีนี้คงจะทรงตัวแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่ามีปัจจัยบวกใหม่ ๆ เข้ามา จุดเสี่ยงรุมเยอะทั้งมาตรการ LTV อัตราดอกเบี้ย สงครามการค้า ช่วงไตรมาส 1/62 จึงเป็นช่วงที่ดีเวลอปเปอร์ทุกคน

แข่งกันทำเป้าทำยอดกัน

หลังจากนั้นในช่วงไตรมาส 2/62 ตลาดเริ่มกลับมาซึม ๆ ดีเวลอปเปอร์ต้องหาลูกค้าที่มีเงินออมเพราะต้องดาวน์เพิ่มขึ้นเป็น 20% สำหรับคนที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 ซึ่งคอนโดฯ ทุกวันนี้พฤติกรรมซื้อเป็นบ้านหลังที่สองอยู่แล้ว คนก็ต้องใช้เวลาในการผ่อนดาวน์มากขึ้น

ถ้าเป็นยอดพรีเซลจะคึกคักขึ้นเพราะไม่จำเป็นต้องจ่าย (ดาวน์) ทันที 20% แต่อาจผ่อนมากขึ้น อาจส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจแต่เมื่อลูกค้าปรับตัวได้ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่แน่ ๆ ทำให้ฐานลูกค้าเล็กลง เพราะคนที่สามารถดาวน์ได้นาน ๆ ต้องมีสัดส่วนรายได้สูงกว่าปกติเพื่อจะได้มีเงินเหลือใช้ในชีวิตประจำวันด้วย

Q 1/62 ยุคทองซื้อที่อยู่อาศัย

ด้านอัตราดอกเบี้ยยังมองว่า ไม่เป็นปัจจัยกดดันเพราะถึงยังไงก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำอยู่ ไม่ได้หวือหวาอะไร มองว่า เป็นโอกาสมากกว่าโอกาสที่ในช่วงนี้ทุกคนจะมีบ้านได้ในช่วงไตรมาส 1/62 เพราะหลังจากนี้การขอสินเชื่อซื้อบ้านยากขึ้น รวมถึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการในการเร่งขายสินค้า เพราะว่าทุกครั้งที่ CMC โอนกรรมสิทธิ์เราซื้อของแถมให้ลูกค้าเยอะนะ

ภาพรวมเศรษฐกิจจะรันไปด้วยกันทั้งที่อยู่อาศัยและสินค้าต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ วอลเปเปอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

คอนโดฯ 2-4 ล้าน กระทบหนัก

โมเดลธุรกิจที่หลายบริษัทบอกว่า ต้องพยายามให้ลูกค้าดาวน์ยาวขึ้น ปกติคอนโดฯ โลว์ไรส์สร้าง 12 เดือน ไฮไรส์สร้าง 18 เดือนขึ้นไป ซึ่งกลุ่มราคา 2-4 ล้าน ได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ เพราะลูกค้าต้องมีเงินก้อน ส่วนราคา 4 ล้านขึ้นไป ฐานข้อมูลของเราบอกว่า เป็นกลุ่มคนมีเงินเก็บและโอนสดก็เยอะมาก

เทอมเรียกเก็บเงินดาวน์ของ CMC คือ 15% ปีนี้วิธีขายต้องปรับเปลี่ยน ต้องถามลูกค้าก่อนเลยว่าซื้อเป็นบ้านหลัง 2 หรือเปล่า ถ้าใช่ก็ต้องอธิบายว่าต้องจ่ายดาวน์เพิ่มเป็น 20% ไม่ใช่ 5% ต้องมีการพูดคุยซักประวัติ เช็กเครดิตบูโร สิ่งสำคัญต้องย้ำกับลูกค้าว่าไม่ควรก่อหนี้เพิ่มในช่วงระยะเวลาที่ผ่อนดาวน์

สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างก็ยังผ่อนดาวน์ไปได้อยู่ แต่เราจะเสนอให้ลูกค้าผ่อนดาวน์มากขึ้น เพราะต้องโอนหลัง 1 เมษายน 2562 อยู่แล้ว (มาตรการบังคับเงินดาวน์ 20% ขึ้นไปมีผลบังคับใช้)

สุดท้ายในเรื่องการกู้ร่วม…สมัยนี้ไม่มีใครกู้ร่วมแล้ว ลูกค้าของเรากู้ร่วม 5% น้อยมาก (ยิ้ม) ไม่มีใครยอมกู้ร่วมให้ใคร พี่น้องกันยังไม่ยอมเลย

เพราะฉะนั้นมีแต่กู้ได้กับกู้ไม่ได้ กู้ไม่ได้ก็จบไปเลย