นายกฯ บวงสรวงการอัญเชิญราชรถ และพระยานมาศ ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 21 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีบวงสรวงการอัญเชิญราชรถ และพระยานมาศ หลังการบูรณปฏิสังขรณ์ออกจากโรงราชรถ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ มณฑลพิธีด้านหน้าโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เขตพระนคร
โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ คณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร จิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี
พิธีบวงสรวงการอัญเชิญราชรถ และพระยานมาศ ตามโบราณราชประเพณีและเฉลิมพระเกียรติอย่างสูงสุดนี้ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณวิบูลย์เวทย์บรมหงส์ พรหมพงศ์ พฤฒาจาริย์ หัวหน้าพราหมณ์หลวง ได้กำหนดเวลาฤกษ์ ในวันที่ 21 กันยายน ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 เวลา 14.51 นาฬิกา ลัคนาสถิตราศีธนู เป็นมหัทธโนฤกษ์ (แปลว่า คนมั่งมี ผู้รุ่งเรือง เศรษฐี มีพระจันทร์เป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกันเป็น “บูรณะฤกษ์” เหมาะสำหรับการมงคลต่างๆ) เพื่อบวงสรวงเทพยดาและดวงวิญญาณพระมหากษัตริยาธิราช และครูอาจารย์ที่ประสิทธิ์วิทยาการทุกสาขา ทั้งนี้ ด้วยเหตุที่ราชรถ และพระยานมาศเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์และพระราชทานเพลิงพระศพพระบรมวงศานุวงศ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิธีการเริ่มต้นขึ้นเมื่อประธานฯ เข้าสู่ปะรำพิธี ด้านหน้าโรงราชรถ จุดธูปเทียนบูชาเครื่องสังเวย จากนั้นพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณฯ อ่านโองการบวงสรวงเทพยดา และดวงพระวิญญาณพระมหากษัตริยาธิราชเพื่อขออัญเชิญราชรถ และพระยานมาศเคลื่อนออกจากโรงราชรถ แล้วถวายน้ำสังข์ ใบมะตูม เจิมที่ราชรถและพระยานมาศ ต่อมาประธานฯ วางพวงมาลัยที่ราชรถและพระยานมาศ นักแสดงจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร แสดงละครสมโภชราชรถ และพระยานมาศตามโบราณราชประเพณี เรื่องสังข์ศิลป์ชัย ตอนพระสังข์ศิลป์ชัยอัญเชิญราชรถ
จากนั้นประธานฯ ไปยังโต๊ะเครื่องบวงสรวง อธิษฐานจิตขอพระราชทานจากบูรพมหากษัตริย์ เทพเทวา ขออนุญาตเคลื่อนขบวนราชรถ และพระยานมาศ
นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตเคลื่อนขบวนราชรถ และพระยานมาศออกจากโรงราชรถ ความว่า ขอนอบน้อมนมัสการครู อาจารย์ เทพเทวา บูรพมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักกรีทุกพระองค์ ในวาระสำคัญนี้ ขออัญเชิญราชรถ พระยานมาศ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กรรมใดที่ข้าพเจ้าและคณะทำงาน หากได้มีข้อบกพร่องด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือรู้มาผิด ขอให้ท่านได้โปรดประทานอภัยให้แก่ข้าพเจ้าและคณะทำงาน ขอให้ราชรถ พระยานมาศ เคลื่อนด้วยความสง่างาม เพื่อถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นเกียรติประวัติแพไปทั่วทุกสากลโลก
ต่อจากนั้นได้เคลื่อนราชรถ พระยานมาศ ออกจากโรงราชรถ โดยเจ้าพนักงานได้ประโคมฆ้อง สังข์ บัณเฑาะว์ เมื่อถึงเวลามหัทธโนฤกษ์ 14.51 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ประจำราชรถได้เคลื่อนขบวนตามลำดับ ดังนี้ 1.ราชรถปืนใหญ่ 2.ราชรถน้อย (๙๗๘๔) 3.พระมหาพิชัยราชรถ
ต่อมา สำนักการสังคีต กรมศิลปากรจัดการแสดงระบำชุด ดาวดึงส์บทร้องของระบำชุดเป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์พรรณนาถึงความวิจิตรอลังการ ความงดงามโอฬารของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และทิพยสมบัติของพระอินทร์ประหนึ่งว่าเหล่าเทวดา นางฟ้า ได้มาร่วมยินดีในความสำเร็จของพิธีการ จากนั้นประธานฯ โปรยข้าวตอกดอกไม้เครื่องสังเวยที่โต๊ะบวงสรวงเป็นอันเสร็จพิธี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายให้จัดสร้างพระเมรุมาศสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศ โดยกรมศิลปากร ได้รับความร่วมมือจากกรมสรรพาวุธทหารบก กรมการขนส่งทหารบก และกรมอู่ทหารเรือ รวมทั้งบุคลากรในสายงานต่างๆ ของกรมศิลปากร ตลอดจนจิตอาสา ดำเนินการบูรณะ ซ่อมแซม เตรียมความพร้อมของราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบที่จะใช้ในขบวนพระอิสริยยศ ในพระราชพิธีฯ ดังนี้ พระมหาพิชัยราชรถ ราชรถน้อย พระยานมาศสามลำคาน พระที่นั่งราเชนทรยาน และเกรินบันไดนาค รวมทั้งจัดสร้างพระราเชนทรยานน้อย และราชรถปืนใหญ่จนพร้อมเสร็จสมบูรณ์
ที่มา : มติชนออนไลน์