เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คต.เตือนผู้ส่งออกเร่งปรับตัว รับกฎ EU ห้ามสินค้าใช้แรงงานบังคับ มีผลปลายปี 2570
Economic คต.เตือนผู้ส่งออกเร่งปรับตัว รับกฎ EU ห้ามสินค้าใช้แรงงานบังคับ มีผลปลายปี 2570
หมอ สรณ ยืนยันไม่ยอมรับมติ สละสิทธิ์ ประธานกสทช. หลังประชุมบอร์ดล่ม
Tech หมอ สรณ ยืนยันไม่ยอมรับมติ สละสิทธิ์ ประธานกสทช. หลังประชุมบอร์ดล่ม
TEAMG ลุยรับงาน Data Center ต่อยอดที่ปรึกษาวิศวกรรมครบวงจร
Business TEAMG ลุยรับงาน Data Center ต่อยอดที่ปรึกษาวิศวกรรมครบวงจร
ครม.ไฟเขียวขยายเวลา VAT 7% อีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย. 70 พยุงค่าครองชีพ-เศรษฐกิจ
Politics ครม.ไฟเขียวขยายเวลา VAT 7% อีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย. 70 พยุงค่าครองชีพ-เศรษฐกิจ
นายกฯ รอมติ สว. ก่อนทูลเกล้าฯ ชื่อ ‘นพ.สรณ’ พ้นประธาน กสทช.
Politics นายกฯ รอมติ สว. ก่อนทูลเกล้าฯ ชื่อ ‘นพ.สรณ’ พ้นประธาน กสทช.
พาณิชย์ เช็กราคาสังฆทานก่อนเข้าพรรษา ยันยังไม่ขึ้นราคา คุมเข้มร้านค้าติดป้ายให้ชัด
Economic พาณิชย์ เช็กราคาสังฆทานก่อนเข้าพรรษา ยันยังไม่ขึ้นราคา คุมเข้มร้านค้าติดป้ายให้ชัด
ญี่ปุ่นเล็งตั้ง ‘คลังสำรองแนฟทา’ เลี่ยงคอขวดซัพพลายบรรจุภัณฑ์
World ญี่ปุ่นเล็งตั้ง ‘คลังสำรองแนฟทา’ เลี่ยงคอขวดซัพพลายบรรจุภัณฑ์
นายกฯ ย้ำถ้าเลิกสัญญา ‘รถไฟ 3 สนามบิน’ ต้องศึกษา ไม่ปิดประตูตาย ‘แลนด์บริดจ์’
Politics นายกฯ ย้ำถ้าเลิกสัญญา ‘รถไฟ 3 สนามบิน’ ต้องศึกษา ไม่ปิดประตูตาย ‘แลนด์บริดจ์’
ครม.ไฟเขียวแต่งตั้งโยกย้าย 9 บิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ’วิทยา‘ นั่งอธิบดีกรมชลฯ
Politics ครม.ไฟเขียวแต่งตั้งโยกย้าย 9 บิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ’วิทยา‘ นั่งอธิบดีกรมชลฯ
ไอคอนสยาม เปิดโลกความคิดของศิลปินไทยจากรุ่นสู่รุ่น ในงาน“ART DNA HUB”
Biz Movement ไอคอนสยาม เปิดโลกความคิดของศิลปินไทยจากรุ่นสู่รุ่น ในงาน“ART DNA HUB”
ดูทั้งหมด

กลยุทธ์ 4+1 “มิตรผล” นำองค์กรสู่ระดับ World Class

24 พ.ย. 2560 | 10:34น.

หนึ่งในปรัชญาการดำเนินธุรกิจของกลุ่มมิตรผลคือเชื่อมั่นในคุณค่าของคน จึงทำให้การบริหารองค์กร และทรัพยากรบุคคล ล้วนให้ความสำคัญกับคนในองค์กร โดยถูกนำมาบูรณาการควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้คนมิตรผลเกิดความผูกพัน รักในความเป็นมิตรผล และร่วมกันพัฒนาให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน จนสามารถก้าวสู่ความเป็นองค์กรระดับโลก

จากการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับบุคลากรเป็นหลัก ทำให้กลุ่มมิตรผลได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่น Best Employer 2017 ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความเป็นองค์กรที่คนทุกเจเนอเรชั่นอยากร่วมงาน และมีความผูกพันกับองค์กรสูง

“บวรนันท์ ทองกัลยา” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานทรัพยากรบุคคลและบริหาร กลุ่มน้ำตาลมิตรผล กล่าวว่า ในช่วง 4-5 ปีผ่านมา กลุ่มมิตรผลมีความชัดเจนในเรื่อง business direction ที่จะมุ่งสู่การเป็น world class organization และหัวใจสำคัญที่จะผลักดันองค์กรให้มีขีดความสามารถในระดับ world class คือ คน ฉะนั้น กลุ่มมิตรผลจึงนำกรอบแนวคิดเรื่อง Best Employer มาเป็นแนวทางการบริหารคนในองค์กร

“แนวทาง best employer ที่เรานำมาใช้จะมุ่งเน้นที่ตัวพนักงานเป็นหลัก เพื่อให้ทุกคนมีความผูกพันถึงขั้นทุ่มเท และอุทิศตัวเองในการผลักดันการทำงานให้เกิดความสำเร็จ หรืออาจจะเรียกว่าหยาดเหงื่อเพื่อองค์กร ซึ่งการบริหารคนที่ทำให้พนักงานรู้สึกแบบนี้ ถือเป็นความท้าทาย และเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับองค์กรในยุคปัจจุบัน”

บวรนันท์ ทองกัลยา

โดยการบริหารคนของกลุ่มมิตรผล เพื่อทำให้เกิด employee engagement ใช้กลยุทธ์ 4+1 ประกอบด้วย

หนึ่ง productivity through people ซึ่งเป็นการทำให้พนักงานทุก ๆ กลุ่มมีศักยภาพ และสามารถเพิ่มขีดความสามารถเพื่อองค์กร โดยปัจจุบันกลุ่มมิตรผลมีพนักงานอยู่ประมาณ 8,195 คน และมีพนักงาน Gen Y ราว 62% ซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ ทั้งยังเป็นกลุ่มที่มีพลัง และศักยภาพที่ดี โดยมีโครงการ และกิจการที่หลากหลายในการสร้างการมีส่วนร่วมของคนในองค์กร โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่

“ดังเช่นโครงการ Mitr Phol Accelerate โปรแกรมที่มุ่งสร้าง startup ในองค์กร โดยมีแนวคิดเรื่องการเป็นผู้ประกอบการ ด้วยการเปิดโอกาสให้พนักงานโชว์ศักยภาพ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยได้รับการสนับสนุนด้านต่าง ๆ จากผู้บริหารในองค์กร”

สอง global competency development ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจของกลุ่มมิตรผลถือเป็น global player เต็มรูปแบบ เพราะเราเองเป็นบริษัทน้ำตาล อันดับที่ 4 ของโลก ฉะนั้น การแข่งขันจึงไม่ใช่เฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่เป็นระดับโลก ดังนั้น หัวใจสำคัญในข้อนี้คือการพัฒนาองค์กร และคนให้เป็น global player ด้วย

“การจะพัฒนาขีดความสามารถให้เกิดความยั่งยืนในระดับโลกคือการเรียนรู้ โดยเฉพาะทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่จะพูดถึง learning skill ซึ่งกลุ่มมิตรผลเป็นองค์กรไม่กี่องค์กรในประเทศไทย ที่มีรูปแบบการพัฒนาคนที่ให้ความสำคัญเรื่องของ learning skill”

“เรานำวินัย 5 ประการสำหรับองค์กรแห่งการเรียนรู้ ของ Peter Senge มาใช้ ทั้ง personal mastery, mental models, shared vision, team learning และ systematics thinking โดยมีการจัด Mitr Phol Learning Camp ภายนอกองค์กร ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ และที่สำคัญการเรียนรู้จะต้องนำไปสู่การปฏิบัติ โดยจะต้องมีการทำโครงการที่สร้าง impact ให้กับองค์กร”

“บวรนันท์” กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกส่วนหนึ่งที่กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญคือ concept development approved 70 : 20 : 10 ซึ่งเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของพนักงาน โดย 70% แรก เป็นเรื่องการพัฒนาผ่านประสบการณ์จริง ผ่าน job assignment, project assignment 20% ต่อมา เป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของผู้อื่น โดยเป็นการ coaching ในองค์กร และมีระบบพี่เลี้ยงที่จะมาดูแล ซึ่งจะมีทั้งผู้บริหารและ consult จากภายนอก

“ส่วน 10% สุดท้ายเป็นเรื่องการเรียนรู้ในห้องเรียน หรือในโปรแกรมหลักสูตรต่าง ๆ ซึ่งเป็น career development program โดยที่พนักงานในระดับต้นต้องเรียน ตั้งแต่หลักสูตร SDP (Supervisor Development Program) ไปจนถึงหลักสูตร MDP (Management Development Program) ที่สำคัญแนวคิด 70 : 20 : 10 ยังจะให้น้ำหนักกับทักษะแห่งอนาคต ทั้ง digital skill, innovative skill, design thinking อีกด้วย”

การจะสร้างให้องค์กรเป็น best employer ฐานสำคัญคือเรื่อง employee engagement ซึ่งในกลยุทธ์ตัวที่สาม เราจึงใช้คำว่า enhancing employee engagement ซึ่งจริง ๆ แล้วมิติที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดจึงไม่ใช่เรื่องของ hard site ที่เป็นเรื่องของ compensation และ welfare

“เราเชื่อว่าหัวใจของการสร้าง engagement คือผู้บังคับบัญชา เพราะการวัด engagement index ถือเป็นการวัด leadership ในองค์กรด้วย ถ้าความผูกพันสูง ความเป็นผู้นำในองค์กรจะสูงตามไปด้วย โดยเรามีโปรแกรมการสร้างผู้นำองค์กรที่ให้ความสำคัญเรื่องของคน ทั้ง MIO (mindfulness in organization) เพื่อทำให้เกิด positive organization และมีการจัดการองค์กรแบบ careering people”

“อีกทั้งเรื่องของงาน ทั้งงานที่มีคุณค่า งานที่ท้าทาย ซึ่งจะทำอย่างไรให้คนมิตรผล โดยเฉพาะ gen Y ที่มีจำนวนมาก และคาดว่าในอนาคตจะเพิ่มมากขึ้น รู้สึกว่าการทำงานในทุกวันมีความสนุก รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และได้ทำงานที่เก่งขึ้น มีความหมายมากขึ้น ขณะเดียวกัน คุณภาพชีวิตในการทำงานจะต้องดีขึ้นตามไปด้วย เราจึงพยายามทำให้มิตรผลเป็นเสมือนบ้านหลังที่สอง”

นอกจากนี้ตัว HR ต้องเน้นย้ำว่าการดูแล และสร้างความผูกพันของพนักงานเป็นหน้าที่ และความรับผิดชอบหลักของผู้บังคับบัญชาทุกคน โดยจะต้องเป็น engaging leader ด้วยการดูแลทุกข์ สุข ของพนักงาน อย่างโครงการปลอดหนี้ ชีวีมีสุข ซึ่งเป็นการบริหารจัดการหนี้ให้กับพนักงาน

ส่วนกลยุทธ์ที่สี่ เป็นเรื่องของ organization effectiveness “บวรนันท์” กล่าวว่ากลยุทธ์นี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนในเรื่องของการเป็นองค์กรแห่งความผูกพัน เพื่อให้เกิด direction ในการทำงานที่ชัดเจน โดยใช้ชื่อว่า World Class Organization ซึ่งกลุ่มมิตรผลเชื่อว่า

การที่คนทำงานจะมีความรู้สึกภูมิใจ และผูกพันกับองค์กร เขาต้องมีความรู้สึกว่าอะไรคือทิศทางที่องค์กรจะไป และเขาจะมีส่วนร่วมสนับสนุนในทิศทางเหล่านั้นอย่างไรบ้าง

“การสร้างองค์กรให้เป็น World Class Organization เรามีการเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในรูปแบบของคณะทำงาน และถ้าหากพูดถึงรูปแบบ World Class Organization ของกลุ่มมิตรผล จะประกอบด้วย 6 มิติ คือ”

1.high performance organization – การเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง

2.sustainable growth – การทำให้พนักงานมีความชัดเจนในเรื่องของการพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืน เติบโตอย่างยั่งยืน

3.stakeholder engagement -การสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย กับธุรกิจของมิตรผล ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

4.productivity to people – การเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องกำลังคน ให้พนักงานขีดความสามารถสูงขึ้น มี productive ที่สูงขึ้น

5.innovative organization-การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม ทั้ง business model innovation, product innovation

6.การสร้างความยืดหยุ่น การปรับตัว รับการเปลี่ยนแปลง โดยมีการวัด change repressiveness index ของพนักงานว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเราเชื่อว่าคนที่ตื่นตัวจะอยู่ท่ามการเปลี่ยนแปลงได้

“ทั้งนี้ในการมุ่งเป็น world class organization เราดำเนินการปีนี้เป็นปีที่ 4 และตั้งเป้าว่าปี 2020 จะเป็น world class เต็มรูปแบบ ซึ่งที่ผ่านมามีประเมินทุก ๆ ปีครึ่ง โดยบริษัทที่เป็น consult จากภายนอก โดยมีเกณฑ์ว่าการเติบโตจะต้องเกิน 85% ขึ้นไปในทุก ๆ มิติ และการประเมินนี้จะเทียบเคียงกับ world class benchmarking กับ world class industry ในธุรกิจแบบเดียวกัน โดย 4 ปีที่ผ่านมาถือว่าเรามีการเติบโตขึ้นมาก อยู่ที่ประมาณครึ่งปีละ 15%”

ส่วนกลยุทธ์สุดท้าย +1 จะเป็นเรื่องของ human resource work system ซึ่งในปัจจุบันสัดส่วนของพนักงาน gen Y 62% และคาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 70% ซึ่งถือว่าเรามีคน gen Y จำนวนมาก ฉะนั้น งานด้าน HR ต่อไปจะต้องเป็นดิจิทัล และอยู่บนแฟลตฟอร์ม

โดยผู้บริหารที่เป็น gen X กับ baby boom จะเน้นเรื่องเข้าใจ เข้าถึง gen Y ผ่านโครงการ CEO see you ที่เป็นการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนในทุก ๆ เรื่องกับผู้บริหาร รวมถึงการทำ stay interview เพื่อทำความเข้าใจพนักงาน และนำมาปรับใช้ในกระบวนการทำงาน

ถึงตรงนี้ “บวรนันท์” บอกว่าในช่วง 1-2 ปีหลังจากนี้ อัตรา turn over ของ gen Y และเด็กรุ่นใหม่ อยู่ที่ประมาณ 4% ถือว่าน้อยกว่าองค์กรอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งการสร้างความผูกพันผ่านโครงการ Best Employer จึงทำให้ turn over ลดลงจริง ๆ และสิ่งที่ตามมาคือทำให้คนมีความสุขจาการทำงาน

“รางวัล best employer ที่เรารับติดต่อกัน 2 ปีมีระดับความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรสูงถึง 75% เมื่อเทียบกับองค์กรทั่วไปจะอยู่ที่ 66% ตรงนี้ถือเป็นตัวชี้วัดว่าเราเดินมาในทิศทางที่ถูกต้อง และให้ความสำคัญกับคนอย่างแท้จริง จนทำให้พนักงานรู้สึกรัก ผูกพัน และพร้อมทุ่มเทให้กับองค์กร”

ส่งผลให้เกิด “business performance” ของ “มิตรผล” ในวันนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มิตรผล