เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

ปฏิรูปตำรวจ”บิ๊กสร้าง”หั่นอำนาจก.ต.ช. ให้ ก.ตร.ตั้งผบ.ตร. สลัดการเมืองพ้นแต่งตั้ง เปิดเวทีรับฟังความเห็นสัปดาห์หน้า

24 ก.ค. 2560 | 16:55น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม ที่ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ฐานะประธานคณะกรรมการปฎิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เป็นประธานการชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 4 โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะกรรมการฯ ร่วมประชุมใช้เวลา 3 ชั่วโมง

นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะโฆษกฯ แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมหารือถึงการวางระบบแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ โดยเริ่มต้นหารือการแต่งตั้ง ผบ.ตร. โดยหยิบประเด็นอำนาจหน้าที่และองค์ประกอบของคณะกรรมการ 2 ชุด คือคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) หารือก่อน นำข้อเสนอจากการศึกษาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มาเป็นพื้นฐาน โดยมีการถกกันถึงอำนาจหน้าที่ของ ก.ต.ช. และ ก.ตร. ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมที่ได้จากการถกแถลงกัน ไม่ใช่การโหวต ต่างเห็นว่าควรยังคงมีบอร์ดทั้ง 2 ชุดไว้ แต่ให้ปรับอำนาจหน้าที่ องค์ประกอบให้เหมาะสม และมีฝ่ายการเมืองเข้ามาน้อยที่สุด

นายสมคิดกล่าวว่า เสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมเห็นว่า ควรให้ ก.ต.ช.ที่ปัจจุบันมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฯ ออกแบบใหม่ โดยยังมีฝ่ายการเมืองบางส่วนเป็นกรรมการ อาจมีนายกฯเป็นประธานกรรมการเหมือนเดิม แต่ปรับองค์ประกอบใหม่ ไม่มีฝ่ายการเมืองคงไม่ได้ คงบทบาทในการกำหนดนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเหมือนเดิม แต่ไม่มีอำนาจแต่งตั้ง ผบ.ตร.แล้ว

“เนื่องจากมีการอภิปรายและเสนอในรายงานการศึกษาฯว่าองค์ประกอบปัจจุบันมีส่วนผสมของคณะกรรมการทั้งจากการเมืองและฝ่ายต่างๆมากมาย โดยแทบไม่มีตำรวจเลย แต่กลับมีอำนาจตั้งผบ.ตร.ก็ดูแปลก ที่ประชุมมีความเห็นว่า ผบ.ตร.ควรมีที่มา โดยปลอดการเมือง เพราะผบ.ตร.เพียงคนเดียว แต่งตั้งตำรวจทั่วประเทศได้ถึง 2แสนนาย แม้อำนาจตามกฎหมายอ้างว่ากระจายอำนาจการแต่งตั้ง แต่ในทางที่ปฏิบัติอยู่อาจไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้ จึงมีการเสนอให้ อำนาจการแต่งตั้งผบ.ตร.ไปอยู่ที่ ก.ตร. ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่มาจากตำรวจแทน เมือเป็นอย่างนั้นก็ต้องปรับเปลี่ยนองค์ประกอบ คณะกรรมการก.ตร.ใหม่ มีการเสนอให้ประธานก.ตร.ควรมาจาก อดีตรองผบ.ตร. ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี อย่างในปัจจุบัน ส่วนกรรมการอื่นๆยังไม่คุยในรายละเอียด แต่ต้องไม่มีฝ่ายการเมืองเป็นกรรมการเลย อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อยุติว่าจะเลือกใช้แนวทางใด แต่ที่ยกมาเป็นความคิดเห็นจากเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมที่อภิปรายออกมาในแนวทางนี้” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิดกล่าวว่า แนวคิดหลักคือลดบทบาทการเมืองในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ โดยเริ่มต้นที่ตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งประเด็นนี้ตอนที่ถกแถลงกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ไม่ได้แสดงความคิดเห็น ซึ่ง ผบ.ตร.ออกตัวตั้งแต่แรกว่าไม่ขอแสดงความเห็นในประเด็นที่อาจมีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนี้ในที่ประชุมยังไม่มีการเสนอลงลึกในรายละเอียดว่าผบ.ตร.ควรเลือกหรือสรรหาโดยวิธีการใด แต่ก็ไม่มีใครเสนอว่าผบ.ตร.ควรมาจากการเลือกตั้ง ตนก็มองว่าผบ.ตร.ไม่ควรมาจากการเลือกตั้ง แต่ต้องไปคุยรายละเอียดการสรรหาผบ.ตร. ว่าใครมีอำนาจเสนอ และผบ.ตร.ควรมาจากผู้มีคุณสมบัติอย่างไร อย่างไรก็ตามประเด็น ของ ก.ต.ช. และ ก.ตร. จะเป็นคำถามแรกๆที่จะระดมความคิดเห็นจากส่วนต่างๆ คู่ขนานไปกับการศึกษาของคณะอนุกรรมการด้านบริหารงานบุคคล ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการด้านหน้าที่ อำนาจและภารกิจของตำรวจ ที่มี นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร เป็นประธาน คาดว่าประเด็นนี้จะได้ข้อสรุปได้เดือนสิงหาคมนี้

โฆษกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ในส่วนของ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ประธานอนุกรรมการฯด้านรับฟังความคิดเห็น แจ้งต่อที่ประชุมว่า จะเริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็น จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นรอบด้าน จากบุคคล 5 กลุ่ม ประกอบ 1.ประชาชนทั่วไป 2.นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ 3.ข้าราชการตำรวจ 4.สื่อมวลชน และ5.บุคคลากรในกระบวนการยุติธรรม เช่น อัยการ ผู้พิพากษา รับฟังอย่างรอบด้านมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยวางแนวทางรับความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ คือ เปิดเว็บไซต์โดยอิงกับเว็บไซต์ของตำรวจ ช่องทางโซเชียลมีเดีย จัดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็น อาจเชิญสื่อมวลชน ผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมรับฟัง รวมทั้งเปิดตู้ปณ.รับข้อมูล ด้วย

นายสมคิดกล่าวว่า กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 เป็นช่วงรับฟัง เพื่อกำหนดแนวทางทั้งหลายให้อนุฯและกรรมการไปคิด วางแนว ช่วงที่ 2 วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 31ตุลาคม 2560 เป็นช่วงที่อนุกรรมการฯต่างๆมีความเห็นเบื้องต้นแล้ว และหาแนวทางการปรับปรุง และช่วงที่ 3 คือตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2560 ช่วงนี้มีร่างกฎหมายออกมาแล้ว และจะรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับให้ลงตัว โดยคณะอนุฯทั้ง 5 ชุด จะเสนอประเด็นความคืบหน้าของแต่ละชุดอนุฯให้อนุฯรับฟังความคิดเห็นนำไปตั้งคำถามเพื่อรับความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆต่อไป

นายสมคิดกล่าวด้วยว่า ในสัปดาห์หน้าจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ครั้งแรก โดยจะมีการตั้งประเด็น เรื่อง ก.ตร. – ก.ต.ช.และที่มาของ ผบ.ตร.กับภาคส่วนต่างๆ และมีการตั้งนายอมร วาณิชวิวัฒน์ เป็นโฆษกฯของคณะอนุกรรมการด้านรับฟังความคิดเห็น อย่างไรก็ตามคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจจะประชุมอีกครั้ง ในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 26 กรกฎาคม ที่อาคาร 3 รัฐสภา และจะประชุมต่อเนื่องทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง คือวันจันทร์และวันพุธ

 

ที่มา : มติชนออนไลน์