เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

ทำไมจำนวนประชากรลดลง จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่สะเทือนเศรษฐกิจจีน

19 ม.ค. 2566 | 14:36น.
ประชากรกับเศรษฐกิจจีน
ผู้เขียน : รุ่งนภา พิมมะศรี

หลายประเทศทั่วโลกมีอัตราการเกิดน้อยกว่าอัตราการเสียชีวิต ส่งผลให้จำนวนประชากรลดลง และเดินหน้าเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” (aging society) หรือบางประเทศก็เป็น “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” (Aged Society) ไปแล้ว ซึ่งนำความท้าทายมากมายมาสู่ประเทศนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี ฟินแลนด์ เยอรมนี ฯลฯ รวมทั้งไทย 

ประเทศจีนที่มีประชากรมากที่สุดในโลกถึง 1,400 ล้านคน ก็เป็นหนึ่งในบรรดาประเทศที่จำนวนคนแก่กำลังเพิ่มขึ้น สวนทางกับจำนวนคนหนุ่มสาวที่น้อยลง  

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics: NBS) เพิ่งเปิดเผยข้อมูลประชากรจีนใน ค.ศ. 2022 ว่า จำนวนประชากรจีนลดลง 850,000 คน จากจำนวน 1,412.6 ล้านคนในปี 2564 เหลือ 1,411.8 ล้านคนในปี 2022 เนื่องจากจำนวนการเกิดน้อยกว่าจำนวนการเสียชีวิต โดยมีคนเกิด 9.56 ล้านคน ขณะที่คนเสียชีวิต 10.41 ล้านคน ถือเป็นปีที่จำนวนประชากรจีนลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ทศวรรษ 

ประชากรลดเป็นปัญหาใหญ่ของจีน

อัตราการเกิดของประเทศจีนลดลงอย่างต่อเนื่องมาหลายปี จนมาถึงจุดที่ต่ำจนเป็นประวัติการณ์ แม้ว่ารัฐบาลจีนได้ตระหนักและเตรียมการสำหรับแก้ปัญหานี้มากว่า 10 ปีแล้ว โดยเมื่อปี 2015 รัฐบาลจีนได้ยกเลิกนโยบาย “ลูกคนเดียว” ที่ใช้ควบคุมจำนวนประชากรมานานเกือบ 40 ปี แทนที่ด้วยการประกาศนโยบาย “ลูกสองคน” และถึงขั้นออกนโยบาย “ลูกสามคน” เมื่อปี 2021

ถึงอย่างนั้น การยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวก็ส่งผลให้จำนวนการเกิดเพิ่มขึ้นได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยนโยบาย “ลูกสองคน” ที่ประกาศใช้ในปี 2015 ส่งผลให้ในปี 2016 มีเด็กเกิด 17.86 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.6% ของค่าเฉลี่ยจำนวนการเกิดในช่วงปี 2011-2015 แต่ในปี 2017 ก็ชะลอลงเป็น 17.23 ล้านคน และเหลือ 15.23 ล้านคนในปี 2018 แล้วลดลงอย่างต่อเนื่อง จนน้อยที่สุดในปี 2022 จำนวน 9.56 ล้านคน 

จำนวนประชากรที่ลดลง และจำนวนการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องมาหลายปี เป็นปรากฏการณ์สำคัญของจีนที่ถูกวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า จะเป็นปัจจัยคุกคามและสร้างผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจจีน และสะเทือนเป้าหมายอันทะเยอทะยานของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ตั้งเป้าจะพาจีนแซงสหรัฐอเมริกาขึ้นไปเป็นประเทศที่มี “ขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก” 

ประชากรกับเศรษฐกิจจีน
Noel Celis / AFP

ทำไมจำนวนประชากรจึงสำคัญต่อเศรษฐกิจจีน

ทำไมจำนวนประชากรที่ลดลงในสัดส่วนเพียงเล็กน้อยจึงสำคัญสำหรับเป้าหมายทางเศรษฐกิจของจีนขนาดนั้น ? 

คำตอบไม่ใช่แค่เพราะจำนวนประชากรลดลง แต่ที่สำคัญกว่าจำนวนประชากร คือ โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป จีนกำลังอยู่ในยุคที่มีคนสูงวัยมากขึ้น มีคนวัยกำลังแรงงานน้อยลง และมีแนวโน้มจะเป็นแบบนั้นไปอย่างต่อเนื่อง  

จากข้อมูลที่ทางการจีนเพิ่งแถลงออกมา ในปี 2022 คนวัยทำงานของจีนคิดเป็นสัดส่วน 62% ของประชากร ลดลง 0.5% จากปีก่อนหน้านั้น ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าแนวโน้มนี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่รอจีนอยู่ข้างหน้า 

ในอดีตที่ผ่านมา จีนใช้เวลา 3 ทศวรรษก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและเป็นโรงงานของโลก มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และพัฒนาจากประเทศรายได้ปานกลางระดับล่างขึ้นไปเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงที่กำลังข้ามเส้นแบ่งขึ้นไปเป็นประเทศรายได้สูง 

ที่จีนทำได้แบบนั้น ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งก็เพราะในช่วงเวลานั้นจีนมีประชากรมาก และเป็นประชากรวัยกำลังแรงงาน ทำให้จีนมีจุดขายเป็นแหล่งแรงงานราคาถูก และเมื่อคนมีงานทำมากก็มีรายได้-มีกำลังจับจ่ายใช้สอยมาก 

แต่เมื่อเศรษฐกิจจีนเจริญขึ้น สิ่งที่ตามมากลับสร้างปัญหาที่น่ากังวลให้จีนเป็นอย่างมาก คือ คนมีลูกน้อยลง ขณะที่คนสูงวัยมีอายุขัยเพิ่มขึ้น นำมาสู่โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป

มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2035 สัดส่วนประชากรสูงวัย (อายุเกิน 60 ปี) ของจีนจะอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นราว 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด และตามคาดการณ์ของ World Economic Forum คาดการณ์ไประยะยาวกว่านั้นว่า ประชากรสูงวัย (อายุมากกว่า 65 ปี) ของจีนจะเพิ่มขึ้นจนมีจำนวนมากกว่าประชากรวัยทำงานใน ค.ศ. 2080

การที่มีประชากรวัยหนุ่มสาวน้อยลงจะทำให้จีนมีคนวัยทำงานไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย จีนอาจจะไม่สามารถใช้จุดขายเรื่องการมีแรงงานราคาถูกจำนวนมากดึงดูดธุรกิจเข้าไปลงทุนได้เหมือนในอดีต เนื่องจากการมีประชากรน้อยลงน่าจะทำให้ต้นทุนค่าแรงในประเทศจีนสูงขึ้น

ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรสูงวัย จะทำให้รายได้ที่รัฐจัดเก็บจากภาษีนั้นลดน้อยลงอย่างมหาศาล เงินสมทบเข้าระบบบำนาญก็จะลดลงอย่างมหาศาลเช่นกัน และจะเป็นงานยากสำหรับรัฐบาลที่จะต้องจัดสรรงบประมาณสำหรับด้านสาธารณสุขและสวัสดิการเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความกดดันต่อเศรษฐกิจจีน 

อีกทั้ง การมีคนสูงวัยที่เป็นวัยพึ่งพิงมากขึ้น มีคนวัยทำงานหาเงินน้อยลง ก็มีแนวโน้มจะทำให้รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรของจีนน้อยลง ซึ่งหมายถึง “กำลังซื้อ” ภายในประเทศที่น้อยลงไปด้วย 

นักวิจัย-นักเศรษฐศาสตร์บางคนมองถึงขั้นว่า ปรากฏการณ์นี้อาจจะทำให้จีนเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ 

ยี่ ฟู่เจี้ยน (Yi Fuxian) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน (University of Wisconssin-Madison) บอกว่า นักวิจัย-นักเศรษฐศาสตร์บางคนมองถึงขั้นว่า การเกิดที่น้อยลงในจีนอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การผลิตถดถอย การล้มละลายของมหาวิทยาลัย และค่าครองชีพสูงเหมือนในสหรัฐอเมริกาและยุโรป 

ประชากรกับเศรษฐกิจจีน
Hector RETAMAL / AFP

หรือเศรษฐกิจจีนอาจเติบโตขึ้นได้ โดยไม่ต้องมีแรงงานมาก ?

นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองต่างออกไปว่า การจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีจำนวนประชากรมากหรือมีแรงงานมากเสมอไป และการที่จีนมีประชากรวัยหนุ่มสาวน้อยลงก็ไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจจะเติบโตไม่ได้ 

แมรี เลิฟลีย์ (Mary Lovely) นักวิจัยอาวุโสของ Peterson Institute for International Economics แสดงความเห็นกับ VOA ว่า การที่ประเทศจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ได้นั้น ไม่จำเป็นต้องมีแรงงานมากก็ได้ เธอบอกว่าสหรัฐอเมริกาเป็นเครื่องยืนยันที่ดีถึงแนวคิดนี้ แม้ว่าสหรัฐอเมริกามีจำนวนประชากรน้อยกว่าจีน แต่ก็มีขนาดเศรฐกิจใหญ่กว่า 

“สิ่งที่คุณจำเป็นต้องมีคือ productivity ที่สูงขึ้น และนั่นคือปัญหา (ที่ทำได้ยาก)” 

เธอบอกว่า สิ่งที่จีนจำเป็นต้องทำให้ได้คือ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (productivity) ให้มากขึ้นโดยใช้แรงงานน้อยลง ซึ่งรัฐบาลจีนก็ตระหนักและได้ดำเนินการเรื่องนี้แล้วในระดับหนึ่ง และปัจจุบันจีนก็เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการใช้ระบบอัตโนมัติในโรงงาน 

ประชากรวัยแรงงานกับเศรษฐกิจจีน
Jade GAO / AFP

จีนมีความท้าทายอีกมากมายที่อาจบั่นทอนเศรษฐกิจ

แม้จะมองว่าเศรษฐกิจโตได้โดยไม่ต้องมีแรงงานจำนวนมาก แต่แมรี เลิฟลีย์ นักเศรษฐศาสตร์คนเดิมแสดงความเห็นอีกว่า ปัญหาใหญ่ของจีนคือเรื่องการแบ่งสรรปันสัดส่วนการลงทุน เธอมองว่าควรกระจายโอกาสการลงทุนไปสู่เอกชนมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบัน ภาครัฐมีส่วนแบ่งในการลงทุนมาก และภาคเอกชนมีส่วนแบ่งการลงทุนลดลง ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์หลายคนจะบอกว่า สภาพแบบนี้จะไม่เป็นผลดีในระยะยาว เพราะในอดีตที่ผ่านมา การลงทุนของภาครัฐมีประสิทธิผล (productive) น้อยกว่าภาคเอกชนมาโดยตลอด

แต่เธอก็บอกอีกว่า ถึงแม้ว่าจีนจะแบ่งสรรปันส่วนให้ภาคเอกชนลงทุนมากขึ้น ก็ยังไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะส่งผลให้รายได้ต่อหัวประชากร (GDP per capita) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจีนกำลังเผชิญกับปัญหาการพัฒนาทุนมนุษย์ ประชาชนจีนมีโอกาสทางการศึกษาไม่เท่าเทียมกัน คนชนบทยังคงด้อยการศึกษาและไม่สามารถเข้าถึงบริการทางสุขภาพและบริการการสนับสนุนทางสังคม อีกทั้ง จีนยังไม่มีระบบที่เข้มแข็งพอสำหรับดูแลผู้สูงอายุที่แก่ตัวลงอย่างรวดเร็วด้วย 

ในบทความที่ เผิง ซิ่วเจี้ยน (Xiujian Peng) นักวิจัยอาวุโสที่มหาวิทยาลัยวิกตอเรีย (Victoria University) ในออสเตรเลีย เขียนให้ World Economic Forum วิเคราะห์อนาคตของจีนว่า จีนจำเป็นต้องจัดหาทรัพยาการผลิตมากขึ้น เพื่อที่จะให้บริการด้านสุขภาพ การแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุ อย่างเพียงพอต่อความต้องการของจำนวนประชากรสูงอายุที่มีจำนวนมากขึ้น 

จากแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ของศูนย์นโยบายศึกษา (Center of Policy Studies) ของมหาวิทยาลัยวิคตอเรีย ชี้ให้เห็นว่า หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบบบำนาญของจีน จีนจะต้องจ่ายเงินบำนาญเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าใน 80 ปีข้างหน้า จากที่ต้องจ่าย 4% ของจีดีพีใน ค.ศ. 2020 จะเพิ่มเป็น 20% ของจีดีพีใน ค.ศ. 2100

เผิง ซิ่วเจี้ยน วิเคราะห์ไว้ในบทความอีกว่า แม้จะมีการคาดการณ์ว่าศตวรรษนี้จะเป็น ‘ศตวรรษของจีน’ แต่การคาดการณ์จำนวนประชากรของจีนบ่งชี้ว่า ความทรงอิทธิพลอาจเคลื่อนย้ายไปที่อื่น รวมถึงเพื่อนบ้านของจีนอย่างอินเดีย ซึ่งคาดว่าจำนวนประชากรจะแซงหน้าจีนในเร็ว ๆ นี้

 

อ้างอิง : 

……………………….

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ