เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Politics นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
Tech Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
Biz Movement แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
Politics เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
Business KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
News สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
Automotive โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
Economic บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
Biz Movement AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
Politics นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
ดูทั้งหมด

เมื่อเฟดบอกว่าจะขึ้นดอกเบี้ยแรง รัฐสภาติงทำเศรษฐกิจและตลาดงานเสียหาย

08 มี.ค. 2566 | 12:22น.
เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแรง

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานนโยบายต่อรัฐสภาว่า มีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง และครั้งละสูงกว่าที่คาดไว้ ด้านสมาชิกวุฒิสภาตั้งคำถามว่า เฟดวินิจฉัยปัญหาเงินเฟ้อถูกต้องหรือไม่ และสามารถควบคุมเงินเฟ้อโดยไม่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและตลาดงานได้หรือไม่   

สำนักข่าว Reuters รายงานข่าวธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด (Fed) รายงานนโยบายการเงินต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 ว่าธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งกว่าที่คาดไว้ เพื่อตอบสนองต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้น หากข้อมูลทางเศรษฐกิจทั้งหมดที่กำลังจะมีการเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้าบ่งชี้ว่าจำเป็นต้องมีมาตรการที่เข้มงวดขึ้น 

“ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าระดับสูงสุดของอัตราดอกเบี้ยน่าจะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้” เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐบอกกับรัฐสภา 

ในขณะที่ความแข็งแกร่งอันเกินคาดของเศรษฐกิจนั้นอาจเป็นผลมาจากสภาพอากาศในฤดูหนาวที่ค่อนข้างอบอุ่น ทำให้ไม่ต้องใช้พลังงานมากเท่าที่คาด และผลกระทบตามฤดูกาลอื่น ๆ เจอโรม พาวเวลล์กล่าวว่า อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเฟดจำเป็นต้องดำเนินการมากขึ้นเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อลงให้ได้ อาจจะมีการกลับไปขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 0.25% อีก

“หากข้อมูลทั้งหมดบ่งชี้ว่า การรัดเข็มขัดเร็วขึ้นรับประกันได้ว่าจะกดดอกเบี้ยลงได้ เราก็พร้อมที่จะเพิ่มอัตราการขึ้นดอกเบี้ย” พาวเวลล์กล่าว 

ความเห็นดังกล่าวเป็นการให้ความเห็นครั้งแรกของพาวเวลล์ นับตั้งแต่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอย่างคาดไม่ถึงในเดือนมกราคม 2566 และเป็นการยอมรับว่า “กระบวนการทลายเงินเฟ้อ” ที่เขาพูดถึงซ้ำ ๆ ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น   

สมาชิกวุฒิสภาตอบโต้พาวเวลล์ด้วยการตั้งคำถามกว้าง ๆ และเป็นความเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เฟดวินิจฉัยปัญหาเงินเฟ้ออย่างถูกต้องหรือไม่ และสามารถควบคุมเงินเฟ้อโดยไม่สร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและตลาดงานได้หรือไม่  

สมาชิกสภาจากพรรคเดโมแครตมุ่งไปที่ว่า องค์กรภาคธุรกิจที่มีกำไรสูงอาจมีบทบาทในการทำให้เงินเฟ้อยังคงอยู่อย่างต่อเนื่อง กล่าวคือมีธุรกิจที่ไม่ยอมปรับลดราคาลง แม้ว่าเฟดจะมีมาตรการอย่างไรก็ตาม

วุฒิสมาชิก เอลิซาเบธ วอร์เรน (Elizabeth Warren) แห่งรัฐแมสซาชูเซตส์กล่าวว่า เฟดกำลังเดิมพันกับชีวิตผู้คนผ่านการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งคาดการณ์ล่าสุดของธนาคารกลางจะนำไปสู่อัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 1 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นความสูญเสียตำแหน่งงานในระดับที่เกิดขึ้นในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอดีต 

“คุณอ้างว่ามีทางออกเดียวคือเลิกจ้างคนงานหลายล้านคน” วอร์เรนกล่าว 

“คนทำงานจะอยู่สุขสบายขึ้นไหม ถ้าเราเลิกทำงานของเรา (ไม่ขึ้นดอกเบี้ย) แล้วอัตราเงินเฟ้อดีดตัวขึ้นอีก” พาวเวลล์โต้

ด้านวุฒิสมาชิก เชอร์ร็อด บราวน์ (Sherrod Brown) สมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐโอไฮโอกล่าวว่า “การขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะไม่หยุดยั้งธุรกิจจากการหาผลประโยชน์ในวิกฤตเหล่านี้ด้วยการขึ้นราคาสินค้าอย่างแน่นอน” 

ทั้งนี้ คำพูดของเจอโรม พาวเวลล์ ทำให้ตลาดมั่นใจมากขึ้นว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) วันที่ 21-22 มีนาคมที่จะถึงนี้ จะทำให้เกิดการปรับราคาขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดตราสารหนี้ เนื่องจากนักลงทุนเดิมพันว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% 

ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอยู่ที่ช่วง 4.50%-4.75% ก่อนหน้านี้ ณ เดือนธันวาคม 2565 เจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ 5.10% แต่ตอนนี้นักลงทุนคาดว่าจะได้เห็นจุดสูงสุดเพิ่มขึ้นไปที่ 5.60%