เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

จับตาหัวเลี้ยวหัวต่อ WTO

28 ก.พ. 2567 | 10:24น.
Delegates pose for a family photo during the 13th WTO ministerial conference in Abu Dhabi
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้เรื่อยไปจนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ มีการประชุมสำคัญเกี่ยวกับการค้าของทั้งโลกเกิดขึ้นที่ นครอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นั่นคือการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 13 ขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า “เอ็มซี 13” ที่มีตัวแทนของภาคีสมาชิก 164 ประเทศเข้าร่วม

“เอ็มซี 13” เป็นการประชุมอย่างเป็นทางการของดับเบิลยูทีโอ จัดให้มีขึ้นทุก ๆ 2 ปี เป้าหมายก็เพื่อใช้เป็นเวทีในการหารือ ถกเถียง ให้ได้ข้อสรุปที่เป็นฉันทามติ สำหรับนำไปใช้เป็นกฎระเบียบควบคุมระบบการค้าของโลกให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์กติกาที่เห็นพ้องต้องกันดังกล่าวต่อไปในอนาคต

ปัญหาก็คือ เอ็มซี 13 มีขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมของโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ชาติสมาชิกต่างตั้งมั่นและยึดมั่นในเป้าหมายของตัวเอง ที่ขัดแย้งแบบไปกันไม่ได้กับชาติสมาชิกอื่น ๆ เกิดขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจโลกแตกเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยสงครามและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อื่น ๆ และเกิดขึ้นในยามที่ผู้นำในระบบการค้าของโลกแต่เดิมอย่างสหรัฐอเมริกา พยายามดึงตัวออกห่างจากการนำมากขึ้นทุกที

3 ประเด็นใหญ่ ที่เป็นประเด็นหลักและถูกจับตามองมากที่สุดในการประชุม ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันคาราคาซังมาตั้งแต่การประชุมครั้งก่อน ๆ หนึ่ง คือ การแสวงหากฎเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับกันในการกำกับและควบคุมการทำประมง สอง คือความพยายามสร้างข้อกำหนดกฎเกณฑ์ว่าด้วยการค้าดิจิทัล ที่ถือเป็น
การค้าสำคัญของโลกในอนาคต และสุดท้ายคือปมประเด็นว่าด้วยความมั่นคงทางด้านอาหารของชาติสมาชิก

รูฟัส เยอร์ซา อดีตเจ้าหน้าที่การค้าสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการดับเบิลยูทีโอ ในช่วงปี 2005 จนถึงปี 2013 ถึงกับยืนยันอย่างมั่นใจว่า ต่อให้เอาตัวแทนการเจรจาระดับเทวดามาทำหน้าที่ในการประชุมหนนี้ ผลลัพธ์ของการประชุมก็ไม่มีวันมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเกิดขึ้นได้

ความมั่นใจดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกและความขัดแย้งทางการค้าที่ดำรงอยู่ในเวลานี้ในสภาพที่เป็นจริงเท่านั้น ยังสะท้อนให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ดับเบิลยูทีโอเองกำลังมีปัญหา กำลังก้าวย่างเข้าสู่ภาวะวิกฤตศรัทธาอยู่รอมร่อ

หาก เอ็มซี 13 ยังคงล้มเหลว ไม่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดหลักการและกฎเกณฑ์สำคัญ ๆ ขึ้นได้ ความสำคัญของดับเบิลยูทีโอเองจะยิ่งถูกบ่อนเซาะทำลายมากยิ่งขึ้น เพราะไม่เพียง “ไม่มีน้ำยา” ที่จะวางกฎวางกติกาใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับสภาวะทางการค้าใหม่ ๆ ได้แล้ว ยังไม่สามารถป้องกันไม่ให้การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย การรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก สร้างการแข่งขันทางการค้าแบบไร้กฎไร้กติกา ซึ่งในที่สุดจะยังผลต่อทั้งผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจทั้งโลกได้

ในเวลาเดียวกับที่สิ่งที่ดี ๆ มีนัยสำคัญ มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากในการประชุมหนนี้ โอกาสที่จะเกิดอะไรต่อมิอะไรที่จะส่งผลเลวร้ายต่อการค้าและเศรษฐกิจของทั้งโลกกลับมีมากมายเหลือเกิน

สหรัฐอเมริกา หนึ่งในชาติที่ร่วมก่อตั้งและผลักดันให้ดับเบิลยูทีโอเป็นกลไกหลักในระบบการค้าโลกตลอดศตวรรษที่ผ่านมา กลับเป็นชาติที่ตั้งข้อกังขาและโจมตีโครงสร้างของดับเบิลยูทีโอเสียเองว่าไร้น้ำยา ไม่ทำอะไรเลยในการจัดการกับจีน เพื่อให้จีนเข้ามาอยู่ในร่องในรอยและดำเนินการทางการค้าอย่างเป็นธรรมกับชาติที่เหลือทั้งโลก

ที่น่าสนใจก็คือ สหรัฐนี่เอง ที่เคยทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ในการผลักดันจีนจนเข้าเป็นสมาชิกดับเบิลยูทีโอได้สำเร็จเมื่อ 20 ปีก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น เป็นสหรัฐอเมริกาเช่นกันที่ “ปิดกั้น” การทำหน้าที่ขององค์กรระงับข้อพิพาทของดับเบิลยูทีโอ ด้วยการสกัดการแต่งตั้งองค์คณะผู้พิจารณามาตั้งแต่ปี 2019 จนกลายเป็นอัมพาตจนถึงทุกวันนี้

“การค้าดิจิทัล” คือ หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ ดับเบิลยูทีโอมีข้อกำหนดแต่เดิม “ห้าม” การเก็บภาษีสินค้าดิจิทัล และ “การถ่ายโอนทางอิเล็กทรอนิกส์” อื่น ๆ มาตั้งแต่ปี 1998 ในขณะที่หลายประเทศ รวมทั้งอินเดีย แอฟริกาใต้ และอินโดนีเซีย กลับเห็นว่า ข้อห้ามดังกล่าวส่งผลให้ประเทศของตนไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ไปมหาศาล โดยเฉพาะกับปรากฏการณ์ “สตรีมมิ่ง” ที่เข้ามาแทนที่ ดีวีดี และ ซีดี อย่างเต็มตัวในเวลานี้

ปัญหาทั้งหมดเหล่านี้มีโอกาสสูงที่จะล้มเหลวลงอีกครั้ง เพราะหลักการของดับเบิลยูทีโอนั้นกำหนดให้ทุกชาติสมาชิกต้องมีมติเห็นพ้องด้วยทั้งหมด

ผลลัพธ์ของการประชุมเอ็มซี 13 จึงไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการค้าโลก ต่อเศรษฐกิจโลก แต่อาจส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อตัวดับเบิลยูทีโอเองในที่สุด

กลายเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ไร้ประสิทธิภาพ และเสื่อมทรุดจนหมดบทบาทไปในที่สุด