ไทยเข้าร่วม ความตกลงอำนวยความสะดวกทางการลงทุน WTO ผนึก 120 ประเทศ

WTO

รัฐบาลไฟเขียว ‘ไทย’ เข้าร่วมความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการลงทุนเพื่อการพัฒนาของ WTO ผนึก 120 ประเทศเดินหน้าสู่การสร้างความยั่งยืน ตามเป้าหมายสหประชาชาติ ปี 2573

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 ไทยพร้อมสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) กว่า 120 ประเทศ ได้ประกาศความสำเร็จในการเจรจาจัดทำความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการลงทุนเพื่อการพัฒนา (Agreement on Investment Facilitation for Development : IFD) ที่การประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 13 (MC13) ซึ่งนับเป็นเวลา 6 ปี หลังจากเริ่มเจรจามาตั้งแต่ปี 2561 จนเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566

ความตกลง IFD มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างมาตรฐานและบรรยากาศในการอำนวยความสะดวกทางการลงทุนและการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เสริมขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยเฉพาะของประเทศพัฒนาน้อยที่สุดและประเทศกำลังพัฒนา โดยความตกลงนี้จะไม่ครอบคลุมเรื่องการเปิดเสรี การคุ้มครอง และกรณีพิพาทด้านการลงทุน ลักษณะที่สำคัญอีกประการของ IFD คือเป็นความตกลงหลายฝ่าย (Plurilateral Agreement) แต่เปิดกว้างให้สมาชิก WTO อื่นที่ไม่ได้เข้าร่วมเจรจามาเข้าเป็นสมาชิกได้

นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์

นางพิมพ์ชนกระบุว่า ไทยไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาความตกลงตั้งแต่ปี 2561 แต่ได้เข้าร่วมในฐานะประเทศผู้สังเกตการณ์มาอย่างต่อเนื่อง เพราะรูปแบบการเจรจาหลายฝ่ายมีความยืดหยุ่นที่เปิดให้เข้าร่วมเมื่อพร้อม ประกอบกับไทยมีข้อบทเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนในกรอบ FTA อยู่บ้างแล้ว จึงต้องการศึกษาแนวทางที่การเจรจา IFD จะพัฒนาไปว่าสอดคล้องกับแนวทางของไทยหรือไม่

ซึ่งหลังจากความตกลงเริ่มมีข้อบทครบ ไทยก็เห็นว่าความตกลง IFD จะเป็นประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกให้ประเทศสมาชิก WTO รวมทั้งไทยในการออกไปลงทุนที่ประเทศอื่น โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุด อีกทั้งไม่มีความขัดแย้งกับกฎระเบียบของไทย คณะรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมความตกลงฉบับนี้ได้เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567

ทั้งนี้ ข้อกำหนดที่สำคัญของความตกลง IFD เช่น การกำหนดให้กระบวนการขออนุญาตต้องไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป การมีกรอบเวลาสำหรับการพิจารณาคำขออนุญาตลงทุนที่ชัดเจน รวมทั้งผู้ลงทุนสามารถยื่นคำร้องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนที่มีคุณภาพจากต่างชาติให้เข้ามาในไทยให้มากขึ้น ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการสร้างงานและถ่ายทอดเทคโนโลยี ในขณะเดียวกัน จะช่วยสร้างหลักประกันให้กับนักธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในประเทศสมาชิก WTO ว่าจะได้รับความสะดวกในการลงทุนที่ต่างประเทศด้วยเช่นเดียวกัน

“การประกาศความสำเร็จของความตกลง IFD ถือเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น สมาชิกยังตั้งเป้าผลักดันให้ความตกลงดังกล่าวถูกผนวกในรูปแบบความตกลงหลายฝ่าย ซึ่งจะมีผลผูกพันประเทศที่เป็นภาคี พร้อมให้ประเทศนอกภาคีได้รับความสะดวกในการลงทุนด้วย โดยท้ายที่สุดสมาชิกมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ความตกลง IFD เป็นหนึ่งในความตกลงในรูปแบบพหุภาคีต่อไป” นางพิมพ์ชนกกล่าว

หากสมาชิกสามารถผนวกความตกลง IFD ภายใต้ความตกลง WTO ได้สำเร็จ จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศสมาชิก WTO ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมทั้งขับเคลื่อนเป้าหมายการส่งเสริมการมีธรรมาภิบาลที่ดีของภาครัฐ ในการทำหน้าที่กำกับ ดูแล และอำนวยความสะดวกการลงทุน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและห่วงโซ่มูลค่าโลก และผลักดันการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติในปี 2573 ต่อไป