อิหร่านยึดเรือสินค้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หวั่นการขนส่งน้ำมันชะงัก

อิหร่านยึดเรือ
กองกำลังของอิหร่านโรยตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์เพื่อยึดเรือ (จัดหาภาพโดย REUTERS)

อิหร่านยึดเรือขนส่งสินค้าที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เรือดังกล่าวติดธงโปรตุเกสแต่ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับอิสราเอล ซึ่งเป็นคู่กรณีที่อิหร่านประกาศจะโจมตีในเร็ว ๆ นี้ หวั่นการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซชะงัก

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2024 เวลา 17.54 น. ตามเวลาประเทศไทย บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานอ้างอิง อิสลามิก รีพับลิก นิวส์ เอเจนซี่ (Islamic Republic News Agency) ของอิหร่านว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps : IRGC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอิหร่านได้ยึดเรือขนส่งสินค้า “MSC Aries” ติดธงโปรตุเกส ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับอิสราเอล ในอ่าวเปอร์เซียที่บริเวณใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ในเช้าวันเสาร์ที่ 13 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น (ช้ากว่าไทย 3 ชั่วโมง) 

รายงานข่าวดังกล่าวระบุว่า กองกำลังของอิหร่านนำเฮลิคอปเตอร์บินเข้าไปเหนือเรือลำดังกล่าว แล้วให้เจ้าหน้าที่โรยตัวลงสู่เรือ

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีตอบโต้จากอิหร่าน เนื่องจากอิหร่านสงสัยว่าอิสราเอลเป็นผู้โจมตีสถานทูตอิหร่านในประเทศซีเรียเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา 

การยึดเรือที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าในตะวันออกกลาง หลังจากที่มีความเสี่ยงในทะเลแดงต่อเนื่องมาแล้วหลายเดือน จากการที่กลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านได้โจมตีเรือที่ล่องผ่านทะเลแดงซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมุ่งเป้าโจมตีเรือที่มีความเกี่ยวโยงหรือเป็นพันธมิตรกับอิสราเอล

Advertisment

การยึดเรือล่าสุดนี้ดึงความสนใจไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องแคบทางยุทธศาสตร์หรือช่องแคบที่สำคัญมากสำหรับการขนส่งน้ำมัน ซึ่งมีปริมาณน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลกที่ขนส่งผ่านช่องแคบนี้

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอังคารที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา อาลีเรซา ตังศิริ หัวหน้ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กล่าวว่า อิหร่านมีทางเลือกในการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล แต่อิหร่านก็เลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้น

ปีเตอร์ แซนด์ (Peter Sand) หัวหน้านักวิเคราะห์ของบริษัทวิเคราะห์การขนส่ง ซีเนตา (Xeneta) ในประเทศนอร์เวย์วิเคราะห์ว่า สถานการณ์ที่เลวร้ายอยู่แล้วในทะเลแดงและอ่าวเอเดนยิ่งเลวร้ายลง และอาจทำให้การนำเข้าตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าทางทะเลและการส่งออกน้ำมันในตะวันออกกลางตกอยู่ในความเสี่ยง   หากเรือได้รับผลกระทบจากการเดินเรือเข้าสู่อ่าวอาหรับ ก็จะเกิดการหยุดชะงักในระดับที่มาก