ทรัมป์บรรลุดีลการค้ากับมาร์กอส เก็บภาษีเหลือ 19% ไม่ระบุถึงภาษีทางผ่าน และฝ่ายฟิลิปปินส์ไม่เก็บภาษีสหรัฐในสินค้าบางรายการ แลกความร่วมมือทางทหาร
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงกับฟิลิปปินส์ในการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าส่งออก (Reciprocal Tariffs) ที่ 19% จาก 20% แต่ไม่ระบุภาษีทางผ่าน (Transshipment) ซึ่งเป็นข้อตกลงล่าสุดก่อนกำหนดเส้นตายในวันที่ 1 สิงหาคม ในขณะที่ฝ่ายฟิลิปปินส์เปิดตลาดให้สหรัฐเก็บภาษีสินค้าสหรัฐบางรายการที่อัตรา 0%
ทรัมป์ได้กำหนดอัตราภาษีนำเข้า 17% ให้กับฟิลิปปินส์ พันธมิตรของสหรัฐ ในเดือนเมษายน ซึ่งถูกระงับไว้เพื่อให้มีเวลาสำหรับการเจรจา จากนั้นกระทั่งล่าสุดเมื่อต้นเดือนนี้ เขาก็ขู่ว่าจะขึ้นภาษีเป็น 20%
ทรัมป์ประกาศข้อตกลงดังกล่าวทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันอังคาร หลังจากพบปะกับประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ในโอกาสเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการ ถือเป็นชาติแรกในอาเซียนที่เยือนสหรัฐในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยสอง ซึ่งผู้นำสหรัฐระบุว่าเป็นการเยือนที่งดงาม

ในข้อตกลงการค้ากับฟิลิปปินส์ ทรัมป์ไม่ได้ระบุภาษีทางผ่าน (Transshipment) เหมือนกับที่ระบุในกรณีเวียดนามที่เก็บ 40% และอินโดนีเซีย ไทย ในอัตราที่สูงกว่าภาษีต่างตอบโต้ ซึ่งเป็นภาษีที่ยอมให้ประเทศที่สามใช้เป็นทางผ่านส่งสินค้าหรือสวมสิทธิ ทั้งนี้ ฝ่ายสหรัฐเพ่งเล็งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นหลังบ้านให้สินค้าจีน ยอมให้จีนสวมสิทธิ
ทั้งนี้ การลดภาษีเล็กน้อยนี้ตอกย้ำถึงความยากลำบากที่ผู้นำต่างประเทศกำลังเผชิญ ขณะที่พวกเขาพยายามโน้มน้าวประธานาธิบดีสหรัฐให้ผ่อนปรนมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศของเขา
ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้านี้ แต่ต่อมาตามรายงานของ ABS-CBN News สื่อฟิลิปปินส์ ระบุว่ามาร์กอสบอกกับผู้สื่อข่าวว่าจะไม่มีการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐบางประเภท แม้แต่สินค้า อาทิ รถยนต์
มาร์กอสกล่าวว่าข้อตกลงภาษีนำเข้าล่าสุดนี้ เป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของมะนิลา และยังกล่าวอีกว่าฟิลิปปินส์จะเพิ่มการนำเข้าผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองและข้าวสาลี รวมถึงยาจากสหรัฐ
สหรัฐมีการขาดดุลการค้ากับฟิลิปปินส์ 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.57 แสนล้านบาท) ในปีที่แล้ว โดยมียอดการค้ารวม 2.35 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.5 แสนล้านบาท) ตามข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ
“นอกจากนี้ เราจะทำงานร่วมกันทางทหาร” ทรัมป์กล่าวในโพสต์บน Truth Social ที่ประกาศข้อตกลงนี้
ทางด้านมาร์กอส ซึ่งนั่งอยู่ข้างทรัมป์กล่าวว่า ประเทศของเขาถูกบีบบังคับให้ปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย เนื่องจากการรุกรานของจีนในทะเลจีนใต้ ซึ่งฟิลิปปินส์อ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่พิพาททับซ้อนกับจีน และเมื่อเร็ว ๆ นี้เกิดความขัดแย้งขึ้นหลายครั้งกับจีน