Kingold Jewelry ยักษ์จิวเวลรี่จีนใช้ “ทองปลอม” 83 ตันค้ำเงินกู้ 2 หมื่นล้านหยวน

SEBASTIAN DERUNGS / AFP

สำนักข่าวเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า “คินโกลด์ จิวเวลรี่” (Kingold Jewelry) ผู้ผลิตอัญมณีและเครื่องประดับรายใหญ่ของจีนถูกกล่าวหาว่า ใช้ทองคำแท่งปลอมในการค้ำประกันเงินกู้จำนวนมหาศาล นับเป็นกรณีอื้อฉาวของบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอีกครั้งในรอบเพียง 3 เดือน

คินโกลด์ จิวเวลรี่ ถูกกล่าวหาว่าใช้ทองคำแท่งปลอมรวม 83 ตันเป็นหลักทรัพย์ประกันในการกู้เงินรวม 20,000 ล้านหยวน (ประมาณ 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยพบภายหลังว่าทองคำแท่งจำนวนดังกล่าวเป็นทองแดงชุบทอง ซึ่งข้อมูลนี้ได้รับการเปิดเผยโดยเว็บไซด์ “ไฉซิน” (Caixin) สำนักข่าวด้านการเงินของจีนเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ คินโกลด์ได้ใช้ทองคำแท่งจำนวนดังกล่าวกู้เงินจากบริษัทและธนาคารพาณิชย์อย่างน้อย 14 แห่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีบริษัทรายใหญ่อย่างเช่น หมินเซิง ทรัสต์ (Minsheng Trust) ที่ให้เงินกู้ 574.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, เสฉวน ทรัสต์ (Sichuan Trust) 210.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, อานซิน ทรัสต์ (Anxin Trust) 210.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, ตงกวน ทรัสต์ (Dongguan Trust) 140.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และฉางอาน ทรัสต์ 112.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

คินโกลด์ จิวเวลรี่ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเครื่องประดับทองคำรายใหญ่ที่สุดของจีน ก่อตั้งในปี 2002 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองอู่ฮั่น และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (Nasdaq) ของสหรัฐในปี 2010

หลังการเปิดเผยกรณีดังกล่าว ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็กร่วงลงเกือบ 25% แม้ว่า คินโกลด์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดและยังอยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากเป็นการปลอมแปลงจริง จะถือเป็นกรณีการฉ้อโกงสินเชื่อครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาในจีน

ทั้งนี้ ทองคำแท่งจำนวนดังกล่าว ซึ่งหากเป็นทองคำแท้จะมีมูลค่าสูงถึง 4,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทองคำปลอมเหล่านั้นผ่านกระบวนการตรวจสอบวิเคราะห์ทางโลหะ ก่อนที่จะถูกเคลื่อนย้ายไปเก็บไว้ในคลังสินค้าเพื่อใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้อย่างไร หรือมีการสับเปลี่ยนในขั้นตอนใดหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ยังได้เกิดกรณีอื้อฉาวของบริษัทสัญาติจีน หลังจากที่ “ลักกิ้น คอฟฟี้” (Luckin Coffee) เชนร้านกาแฟรายใหญ่ของจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็กยอมรับว่า มีการปลอมแปลงบัญชีรายได้ของบริษัทถึง 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่งผลให้กรณีของคินโกลด์ จิวเวลรี่เป็นที่จับตามองว่า จะยิ่งตอกย้ำความพยายามผลักดันบริษัทสัญชาติจีนออกจากตลาดหุ้นสหรัฐมากขึ้น หลังจากที่รัฐสภาสหรัฐได้ออกกฎหมายควบคุมบริษัทจีนที่ระดมทุนในสหรัฐให้ต้องเปิดเผยข้อมูลที่แสดงว่า ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมหรือบริหารโดยรัฐบาลต่างชาติ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐที่ยังคงคุกรุ่นในปัจจุบัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ