สหรัฐฯถอนทหารออกจากยูเครน
แหล่งข่าวเผยสื่อต่างประเทศ สหรัฐเตรียมถอนเจ้าหน้าที่ออกจากกรุงเคียฟของยูเครน ในอีก 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 ซีบีเอส นิวส์ รายงานว่า แหล่งข่าว 3 รายยืนยันว่า สหรัฐอเมริกากำลังเตรียมถอนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกจากกรุงเคียฟของยูเครนในอีก 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดหลังรัสเซียส่งกำลังประชิดแนวชายแดนที่ติดกับยูเครน
สหรัฐได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานฉุกเฉิน ออกจากสถานทูตสหรัฐในกรุงเคียฟแล้ว โดยทางสถานทูตฯได้ทวีตข้อความเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ว่า มีรายงานต่อเนื่องว่า รัสเซียได้เสริมกำลังบริเวณชายแดนที่ติดกับยูเครน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านการทหารที่สำคัญ ขณะที่บริการกงสุลในสถานทูตฯ ต้องระงับการให้บริการชั่วคราวในวันอาทิตย์
ที่ผ่านมา สหรัฐขู่ว่าจะดำเนินการเพื่อสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างมหาศาล หากรัสเซียบุกยูเครน แต่แรงกดดันดังกล่าวไม่ได้หยุดยั้งการเสริมกำลังทหารของรัสเซียเลย เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่า ตอนนี้รัสเซียมีกองกำลัง 80% ที่พร้อมสำหรับการบุกเต็มรูปแบบ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการเดินทาง
ปัจจุบัน กองกำลังรัสเซียมากกว่า 100,000 นาย ถูกส่งมาตามแนวชายแดนที่ติดกับยูเครน ซึ่งเป็นฝั่งตะวันออกของรัสเซีย และเป็นฝั่งเหนือของเบลารุส
“เจค ซัลลิแวน” ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ เผยเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ว่า “วลาดิเมียร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย สามารถสั่งให้บุกเมื่อใดก็ได้
“เราได้เห็นกระบวนการเหล่านี้อย่างชัดเจนในช่วง 10 วัน ซึ่งรัสเซียมีการเพิ่มกองกำลังและจัดการกองกำลังในลักษณะที่สามารถเริ่มปฏิบัติการทางทหารได้ตลอดเวลา” ซัลลิแวนกล่าวและว่า “พวกเขาสามารถทำเช่นนั้นได้ในสัปดาห์หน้า แต่แน่นอนว่ายังต้องรอคำสั่งจากปูติน”
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ซัลลิแวนจะเดินทางไปยังรัฐสภาสหรัฐในช่วงเช้าวันจันทร์เพื่อสรุปสถานการณ์และความคืบหน้าล่าสุดในประเด็นรัสเซีย-ยูเครน
“โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้พูดคุยกับ “โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี” ประธานาธิบดียูเครน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยทางเซเลนสกีได้เชิญไบเดนเดินทางไปยูเครน พร้อมกล่าวว่า ทางยูเครนจะส่งสัญญาณอันทรงพลังเพื่อนำไปสู่การลดระดับความตึงเครียด
เซเลนสกีเน้นย้ำว่า ยูเครนเข้าใจถึงความเสี่ยงทั้งหมดในปัจจุบัน และพร้อมที่จะเดินหน้าแก้ปัญหา เขากล่าวว่า “เราจะหยุดยกระดับความตึงเครียดใด ๆ ทั้งในเมืองหลวงคือกรุงเคียฟ และเมืองอื่น ๆ ในแคว้นคาร์คิฟ แคว้นลวีฟ แคว้นดนิโปร และแคว้นโอเดสซา
ทำเนียบขาวเผยว่า ระหว่างการหารือผ่านทางโทรศัพท์ ไบเดนยืนยันอีกครั้งถึงคำมั่นที่สหรัฐมีต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน โดยทำเนียบขาวระบุว่าไบเดนได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าสหรัฐจะตอบโต้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาดร่วมกับพันธมิตร หากรัสเซียบุกยูเครน
ทำเนียบขาวระบุด้วยว่า ผู้นำทั้งสองยังเห็นพ้องถึงความสำคัญของการดำเนินการทางการทูตและการป้องปราม เพื่อตอบสนองต่อการเสริมกำลังทางทหารของรัสเซีย
องค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) ยืนยันว่ายูเครนได้ถอนกำลังออกแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
“จอห์น เคอร์บี” โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า กองกำลัง 160 นายจากกองกำลังรักษาความมั่นคงแห่งชาติในรัฐฟลอริด้า ที่เดินทางไปยูเครนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จะถูกย้ายไปที่อื่นในยุโรปด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง
สหรัฐกำลังปรับกองกำลังในยุโรป โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐประกาศจะส่งกองกำลัง 3,000 นายไปยังโปแลนด์ เพื่อเข้าร่วมกับกองกำลังอีก 3,000 นายในโรมาเนีย เพื่อเสริมกำลังประเทศพันธมิตร กรณีปูตินตัดสินใจบุกยูเครน
ทำเนียบขาวเผยว่า กองทัพอเมริกันจะไม่เข้าไปในยูเครนเพื่อต่อสู้กับรัสเซีย หรือเพื่อช่วยในการอพยพ
“มันจะกลายเป็นสงคราม หากชาวอเมริกันและชาวรัสเซียเปิดฉากยิงใส่อีกฝ่าย” ไบเดนกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับเอ็นบีซี เขายังกล่าวด้วยว่าปูตินรู้ดีว่าไม่ควรทำให้ชาวอเมริกันตกอยู่ในความเสี่ยง