หนังทำเงิน กับ หนังกวาดรางวัล ผงาดอินเตอร์พร้อมกัน จากญี่ปุ่น

หนังทำเงิน

Drive My Car ภาพยนตร์ญี่ปุ่น คว้ารางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมได้ตามความคาดหมาย ช่วงเวลาเดียวกันนี้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากญี่ปุ่นอีกเรื่อง Jujutsu Kaisen 0 ขึ้นอันดับท็อปเทน หนังทำเงิน บ็อกซ์ ออฟฟิศ ทั้งที่อเมริกาและหลายประเทศ

วันที่ 29 มีนาคม 2565 นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า Drive My Car มาจากการการก้าวข้ามข้อจำกัดของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศ ซึ่งภาพยนตร์ส่วนใหญ่แทบไม่เคยออกฉายนอกญี่ปุ่นเลย

ครั้งสุดท้ายที่ภาพยนตร์ญี่ปุ่นเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม คือเมื่อ 13 ปีก่อนด้วยเรื่อง “Departures” ชายหนุ่มที่จับพลัดจับผลูต้องทำอาชีพจัดพิธีศพ กลายเป็นผู้ช่วยนักเดินทางไปสู่ปรโลก

ภาพยนตร์ญี่ปุ่นยุครุ่งเรืองห่างหายไปจากวงการภาพยนตร์ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 เมื่อครั้งที่ อากิระ คุโรซาวะ เคนจิ มิโซกูจิ และ ยาสุจิโระ โอซุ ได้รับคำยกย่องในฐานะผู้กำกับยอดเยี่ยมแห่งวงการภาพยนตร์ระดับโลก

กระทั่ง “Drive My Car” หรือ “การเดินทางครั้งสุดท้ายของชีวิต” ผลงาน ริวสุเกะ ฮามางูจิ กวาดรางวัลมาหลายเวที เช่น ลูกโลกทองคำ บาฟต้า คานส์ ก่อนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสาขาภาพนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยมและภาพยอดเยี่ยม เวทีออสการ์ หรือ อคาเดมี อวอร์ดส์

3 ปีก่อน เรื่อง “Shoplifters” หรือ “ครอบครัวที่ลัก” ของฮิโรกาซุ โคเระ-เอดะ เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศจากออสการ์ หลังจากคว้ารางวัลปาล์มทอง งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาแล้ว และคิโยชะ คุโรซาวะชนะรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เวนิสในปี 2563 จากเรื่อง “Wife of a Spy”

ทามากิ สึดะ โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ละอดีตนักวิจารณ์ภาพยนตร์ในกรุงโตเกียวกล่าวว่า Drive My Car ภาพยนตร์ของฮามางูจิ สร้างจากเรื่องสั้นจากปลายปากกาของฮารูกิ มูราคามิ เป็นเรื่องง่ายที่ต่างชาติเข้าใจและยอมรับเนื้อหา

หนังก้าวข้ามพรมแดน

ตัวละครหลักเป็นนักแสดงและผู้กำกับละครเวที เดินทางไปกำกับภาพยนตร์ของ Chekhov เรื่อง “Uncle Vanya” นักแสดงในเรื่องนี้มาจากหลายประเทศและพูดภาษาต่างๆ รวมทั้ง ภาษามือเกาหลี

สึดะ กล่าวว่าเรื่องโดนใจความรู้สึกทุกคนซึ่งพูดยาก แต่ไม่ใช่หนังที่คนดูต้องเข้าใจญี่ปุ่นอย่างถ่องแท้ถึงจะชอบและเข้าใจ

ด้านฮามางูจิ ให้สัมภาษณ์ผ่านล่ามว่าธีมเรื่องของหนังก้าวข้ามพรมแดนได้ดี เรื่องนี้เกี่ยวกับความสูญเสีย การมีชีวิตอยู่หลังจากเผชิญความสูญเสีย สะท้อนถึงผู้คนมากมาย

ภาพยนตร์สะท้อนถึงสังคมญี่ปุ่นและตัวละครที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวในสังคมอาจโดนใจผู้ชมชาวตะวันตกและประทับใจสังคมญี่ปุ่น

แม้หนังทำเงินได้ไม่ดีนักในประเทศ กลับขายในบล็อกบัสเตอร์อเมริกันได้ดีกว่าในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา

ฮามางูจิกล่าวว่า ไม่ได้สร้างภาพยนตร์ตามกระแสหลักในญี่ปุ่นซึ่งได้เงินทุนมาจากผู้สร้างภาพยนตร์ โฆษณา เครือข่ายโทรทัศน์ แม้แตบริษัทเครื่องสำอาง แต่เป็นระบบที่มักจะกีดกันผู้กำกับอินดี้ ตนเองจึงต้องหาเงินทุนอิสระจากบริษัทโปรดักชันขนาดเล็กซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศเพียงนิดหน่อย

เรียวสุเกะ ฮามางูจิ  ผู้กำกับฯ “Drive My Car” กับรางวัลออสการ์ (Photo by Jordan Strauss/Invision/AP)

อารอน เกโรว อาจารณ์ด้านวรรณกรรมและภาพยนตร์เอเชียตะวันออก มหาวิทยาลัยเยล ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์ญี่ปุ่นกล่าวว่า “Drive My Car” เป็นที่ถกเถียงในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ญี่ปุ่น บางคนอาจเห็นดีด้วยที่ได้รับรางวัล แต่บางคนก็เห็นตรงข้ามเพราะคิดว่าหนังเรื่องนี้ไม่สะท้อนภาพอุตสาหกรรมภาพยนตร์ญี่ปุ่น

คอหนังญี่ปุ่นจ่ายเงินชมภาพยนตร์เมื่อปีที่แล้ว 162 ล้านเยนหรือประมาณ 42,900 ล้านบาท ในจำนวนนี้ เกือบร้อยละ 8 ซื้อตั๋วไปดูหนังที่สร้างในญี่ปุ่น ดังนั้น ภาพยนตร์ที่สร้างในญี่ปุ่นจึงมีโอกาสน้อยที่จะปรากฏสู่สายตาชาวต่างชาติ สาเหตุบางส่วนอาจเป็นเพราะคุณภาพหนังไม่สูงมากนัก

Ryusuke Hamaguchi accepts the award for “Drive My Car,” from Japan, for best international feature film at the Oscars on Sunday, March 27, 2022, at the Dolby Theatre in Los Angeles. (AP Photo/Chris Pizzello)

เกริม ยาซาร์ ผศ.ด้านภาษาและวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก มหาวิทยาลัยเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย กล่าวว่าภาพยนตร์และการสร้างรายการโทรทัศน์ในญี่ปุ่นไม่ปังเพราะการแสดงที่กลางๆ ภาพยนตร์หลายเรื่องใช้ไอดอลจากรายการเรียลิตีทางโทรทัศน์ซึ่งฝึกด้านการแสดงมาน้อย จึงถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลในสื่อโซเชียล มากกว่าเป็นนักแสดงอาชีพ

กระแสในญี่ปุ่น ไม่ค่อยตื่นเต้นกับชัยชนะของฮามางูจิมากนัก แม้ ฮิโรกาซุ มาซึโนะ หัวหน้าเลขาธิการรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ กล่าวแสดงความยินดีในการแถลงข่าวประจำวัน

เงียบกว่า ‘ชนชั้นปรสิต’

ส่วนเคนจิ โคมิเนะ ผู้สื่อข่าวด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์ของอาซาฮี ชิมบุน สื่อหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น กล่าวถึงรางวัลที่มอบให้ “Drive My Car” ว่าแม้น่าดีใจ แต่ก็เป็นสถานการณ์ที่น่าอับอายมาก เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสตูดิโอกระแสหลักและได้รับเงินทุนเพียงเล็กน้อย

ฮามางูจิกล่าวว่าไม่ได้คิดว่าจะมีฐานผู้ชมกว้างขึ้น เมื่อสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะสร้างหนังโดยยึดตัวเองเป็นผู้ชมคนหนึ่ง อีกทั้งยังมีมาตรฐานของตัวเอง คิดถึงมาตรฐานส่วนตัวและต้องการรักษามาตรฐานตัวเอง

Drive My Car ไม่เหมือนกับ “Parasite” หรือ “ชนชั้นปรสิต” ภาพยนตร์เสียดสีสังคมเกาหลีใต้ กำกับโดยพง จุน โฮ  ที่คว้ารางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปี 2020 ทั้งที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ตรงมุมที่ว่า Drive My Car ไม่ได้แตะเรื่องปัญหาในสังคมญี่ปุ่นแบบที่ชนชั้นปรสิตเผยถึงสังคมชนชั้นของเกาหลีใต้ ดังนั้น สารที่ Drive My Cat ส่งถึงสังคมอาจจะเงียบกว่าและห่างจากประเด็นในประเทศญี่ปุ่น

 

สึดะกล่าวว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ประสบความสำเร็จในบ็อกซ์ออฟฟิศในญี่ปุ่น หลังทำรายจากการขายตั๋วหนังได้เพียง 889 ล้านเยนหรือประมาณ 231 ล้านบาทนับตั้งแต่ออกฉายในเดือน ส.ค. และส่วนใหญ่ผู้ชมในญี่ปุ่นเพิ่งเข้าชมหลังจากที่ภาพยนตร์ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์

จูจุสึ ไคเซน เซโร หนังทำเงิน

ถ้าพูดถึงหนังทำเงินจากญี่ปุ่น เรื่องที่สร้างความฮือฮาในบ็อกซ์ ออฟฟิศขณะนี้ต้องยกให้ Jujutsu Kaisen 0 – จูจุสึ ไคเซน เซโร สร้างจากมังงะยอดฮิตชื่อเดียวกันนี้ ไทยใช้ชื่อว่า มหาเวทย์ผนึกมาร

หนังโกยรายได้ในตลาดอินเตอร์อย่างน่าฮือฮา เมื่อเปิดตัวขึ้นอันดับสองในบ็อกซ์ ออฟฟิศ ฝั่งอเมริกาเหนือ จนล่าสุดทำเงินเป็นสถิติเกิน 27.7 ล้านดอลลาร์ หรือราว 914 ล้านบาท ส่วนที่เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ ไอร์แลนด์ ก็ไปได้สวยเช่นเดียวกัน

หนังทำเงิน
GEGE AKUTAMI/SHUEISHA

ก่อนหน้านี้ Jujutsu Kaisen 0 ทำเงินในญี่ปุ่นแล้ว 108 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3,550 ล้านบาท นับจากออกฉายในญี่ปุ่น วันที่ 24 ธ.ค. 2564 เมื่อรวมรายได้แล้ว ทำให้ Jujutsu Kaisen 0 ติดท็อปเทน อันดับ 10 ภาพยนตร์แอนิเมชั่นทำเงินสูงสุดตลอดกาลของญี่ปุ่น

ที่น่าลุ้นต่อไปคือการเข้าฉายที่ตลาดจีน เมื่อเกิดปัญหาคาดไม่ถึง เจ้าของหนังต้องขอโทษที่ใช้ข้อความโปรโมตหนัง เขียนว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้กวาดรายได้มาแล้วหลาย “ประเทศ” โดยมี “ไต้หวัน” เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งเป็นบริบทต้องห้ามในจีน จะพูดว่าไต้หวันเป็นประเทศไม่ได้ เพราะจีนถือว่าไต้หวันเป็นเพียงมณฑลหนึ่งของจีน

หนังทำเงิน
GEGE AKUTAMI/SHUEISHA

จากรายงานของบีบีซี Jujutsu Kaisen 0 ต่อยอดความสำเร็จจากซีรีส์ทางโทรทัศน์ โดยใช้เนื้อเรื่องช่วงต้นก่อนซีรีส์ ตอกย้ำความสำเร็จของแอนิเมชั่นส่งออกจากญี่ปุ่น

อนิเมะเรื่องนี้มีสไตล์ที่ชัดเจน สีเข้มตัดกัน เน้นแสดงสีหน้าตัวละคร ใช้ธีมที่ให้ความสำคัญของมิตรภาพ แต่ก็มีภาพความรุนแรง และฉากทางเพศแทรกอยู่บ้าง

GEGE AKUTAMI/SHUEISHA

อนิเมะของญี่ปุ่นเริ่มลงหลักปักแฟนคลับในโลกตะวันตกมาตั้งแต่ทศวรรษ 1990 และเพิ่งไต่ระงับความเป็นที่นิยมไปทั่วโลกเมื่อไม่นานมานี้

เน็ตฟลิกซ์ เจ้าวงการหนังสตรีมมิ่ง ระบุว่า มี 100 ล้านครัวเรือนทั่วโลกที่ชมหนังหรือซีรีส์อนิเมะอย่างน้อยหนึ่งเรื่องช่วง 9 เดือนแรกของปี 2020 เพิ่มจากปี 2019 ถึง 50% ส่วน Crunchyroll แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง เฉพาะแอนิเมชั่นก็มีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน

หนังทำเงิน


สำหรับ Jujutsu Kaisen 0 ค่ายเมเจอร์แจ้งว่าหนังมีกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์ของไทย วันที่ 23 มิ.ย. 2565