เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยทุบสถิติใหม่! ปันผลทะลุ 8 แสนล้าน แบงก์แชมป์จ่าย 2 แสนล้าน พลังงาน-สื่อสารตามติด
Finance หุ้นไทยทุบสถิติใหม่! ปันผลทะลุ 8 แสนล้าน แบงก์แชมป์จ่าย 2 แสนล้าน พลังงาน-สื่อสารตามติด
กรุงไทย ชูออมไร้พรมแดน ส่งเงินฝากประจำ USD ดอกเบี้ยสูงสุด 4.6% ต่อปี
Finance กรุงไทย ชูออมไร้พรมแดน ส่งเงินฝากประจำ USD ดอกเบี้ยสูงสุด 4.6% ต่อปี
ผุด ‘ข้าวสาร แซนด์บ็อกซ์’ คุมเข้มปราบส่วย เอาผิด จนท.รัฐ ละเมิดกฎหมาย
Politics ผุด ‘ข้าวสาร แซนด์บ็อกซ์’ คุมเข้มปราบส่วย เอาผิด จนท.รัฐ ละเมิดกฎหมาย
SCB จับมือชับบ์ ลุยประกันอุบัติเหตุทุกวัย ชูเบี้ยเริ่ม 960 บาท-ซื้อผ่านแอป
Finance SCB จับมือชับบ์ ลุยประกันอุบัติเหตุทุกวัย ชูเบี้ยเริ่ม 960 บาท-ซื้อผ่านแอป
พรุ่งนี้ชง ครม. ขอเพิ่มงบ ‘เยียวยาน้ำท่วม’ หมื่นล้าน จ่าย 1.4 ล้านครัวเรือน
Politics พรุ่งนี้ชง ครม. ขอเพิ่มงบ ‘เยียวยาน้ำท่วม’ หมื่นล้าน จ่าย 1.4 ล้านครัวเรือน
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
ถอยแล้ว สาว บ. สมุนไพร เตรียมยื่นถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL
Biz Movement ถอยแล้ว สาว บ. สมุนไพร เตรียมยื่นถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL
จีน GDP ไตรมาส 3/2026 ขยายกว่าที่คาด 4.5 % แนวโน้มทั้งปีโตตามเป้า
World จีน GDP ไตรมาส 3/2026 ขยายกว่าที่คาด 4.5 % แนวโน้มทั้งปีโตตามเป้า
‘พิชัย’ ชื่นชมประชุม IMF–World Bank-แนะเร่งแก้ 4 โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจ
Politics ‘พิชัย’ ชื่นชมประชุม IMF–World Bank-แนะเร่งแก้ 4 โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจ
‘แอนนาเบล’ ชี้ 90% ธุรกิจเชียงใหม่เป็นกงสี  จุดเสี่ยง “ไม่แยกกระเป๋าเงิน”
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘แอนนาเบล’ ชี้ 90% ธุรกิจเชียงใหม่เป็นกงสี  จุดเสี่ยง “ไม่แยกกระเป๋าเงิน”
ดูทั้งหมด

ทำไม ‘สี จิ้นผิง’ ไม่ ‘หมอบ’ ใน ‘ศึกภาษี’ กับโดนัลด์ ทรัมป์

19 เม.ย. 2568 | 11:05น.
Chinese President Xi Jinping visits Vietnam
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ศึกภาษีในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ถือได้ว่าดุเดือดที่สุดชนิดไม่เคยเห็นมาก่อน เกิดขึ้นในยุคที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 ยังไม่นับที่เขาประกาศเก็บภาษีกับทุกประเทศในอัตราขั้นต่ำ 10% และเก็บสูงกว่านี้กับประเทศที่เขาเห็นว่าสหรัฐขาดดุลการค้าด้วยในอัตรา 10-50% กว่า ๆ ไม่เว้นแม้แต่มิตรประเทศของสหรัฐ

เพียงไม่กี่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีจากจีน 20% ต่อมาวันที่ 2 เมษายน เป็นวันที่ทรัมป์ประกาศอัตราภาษีต่างตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่จะจัดเก็บทุกประเทศแบบไม่มียกเว้น

ทรัมป์ประกาศว่า สำหรับกลุ่มประเทศที่ถูกเก็บในอัตราสูงกว่า 10% การเก็บภาษีจะมีผลบังคับวันที่ 9 เมษายน ดังนั้น ในระหว่างนี้ประเทศต่าง ๆ ต้องรีบติดต่อมายังสหรัฐเพื่อเสนอ “ดีล” งาม ๆ ให้กับสหรัฐแลกกับการจะไม่ถูกเก็บภาษีโหด ๆ พร้อมย้ำกับประเทศเหล่านั้นว่า “ห้ามตอบโต้” ซึ่งช่วงก่อนถึงวันที่ 9 เมษายนนั้น ทรัมป์และทีมงานอ้างว่ามีหลายสิบประเทศติดต่อมาแล้วเพื่อเจรจา

แต่พอถึงเส้นตาย 9 เมษายนจริง ๆ ทรัมป์ก็เซอร์ไพรส์อีก ด้วยการประกาศ “ระงับ” การเก็บภาษี Reciprocal Tariffs กับประเทศต่าง ๆ ที่ “ไม่ตอบโต้” เป็นเวลา 90 วัน แต่จะเก็บเพียงภาษีพื้นฐาน 10% อ้างว่าเพื่อให้เวลาประเทศเหล่านั้นมีเวลาเตรียมตัวสำหรับการเจรจา

ส่วนจีนนั้นเป็นประเทศเดียว (และอาจเป็นประเทศที่สหรัฐรอคอยมากที่สุด) ไม่ได้ติดต่อมาเพื่อเจรจา ถือว่าแข็งข้อ ทำให้ทรัมป์ประกาศเพิ่มภาษีกับจีนอีก 50% เมื่อรวมกับของเดิม 54% ทำให้รวมแล้วเป็น 104% ฝ่ายจีนได้ตอบโต้กลับมาทำให้สหรัฐจะถูกเก็บ 84% มีผลวันที่ 10 เมษายน

จากนั้นฝ่ายสหรัฐตอบโต้กลับไปอีกเป็น 125% และ 145% โดยที่จีนประกาศเก็บตอบโต้ที่ 125% เมื่อวันที่ 11 เมษายน โดยจีนประกาศว่าจะไม่ขึ้นภาษีกับสหรัฐไปมากกว่านี้แล้ว และไม่สนใจหากสหรัฐจะขึ้นไปอีก เพราะถ้าสหรัฐขึ้นไปอีกก็จะกลายเป็น “เรื่องตลก” ในเวทีเศรษฐกิจโลก

ความกลับไปกลับมาของทรัมป์ยังเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 11 เมษายน เมื่อเขาออกประกาศยกเว้นภาษีสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกหลายรายการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวอ้างว่าเพื่อให้เวลาบริษัทเทคโนโลยีมีเวลาเตรียมตัวในการย้ายฐานการผลิตกลับมาสหรัฐ

เกมบีบจีนที่สหรัฐใช้ถูกหลายคนเรียกว่าเป็น Game of Chicken หากเปรียบเป็นการขับรถที่ต่างฝ่ายต่างพุ่งเข้าหากัน โดยที่พร้อมจะชนประสานงา ถ้าใครยอมหลบก่อนก็จะถูกมองว่าขี้ขลาด ซึ่งในเกมชนิดนี้ “ฉากทัศน์” มี 3 อย่างคือ 1.ต่างคนต่างเข้าปะทะกัน ไม่มีใครยอมหลบ ผลลัพธ์คือบาดเจ็บสาหัส หรือเสียชีวิตทั้งคู่ 2.ฝ่ายหนึ่งยอมหักหลบ จะเป็นฝ่ายแพ้ 3.ต่างคนต่างหักหลบ ทุกคนปลอดภัย “วิน-วิน” ทั้งคู่

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่า เหตุที่ผู้นำจีนไม่ยอมอ่อนข้อให้ทรัมป์ เป็นเพราะต้องการแสดงให้ประชาชนเห็นว่าจีนสามารถทนทานต่อความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจได้ดีกว่า และไม่ต้องการให้ประชาชนเห็นว่าเขาอ่อนแอ

จูด บล็องเชตต์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย RAND China Research Center ระบุว่า กลยุทธ์สงครามการค้าของทรัมป์เป็นสิ่งที่ผู้นำจีนเตรียมตัวรับมือมาหลายปี ด้วยการลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐ การแตกหักทางการค้าเป็นสิ่งที่จีนคาดไว้อยู่แล้ว ดังนั้น จีนจะไม่เจรจา

หากถามว่าการปะทะกันครั้งนี้ใครจะเป็นฝ่าย “กะพริบตา” ก่อน นีล โทมัส นักวิชาการด้านการเมืองแห่งสถาบันนโยบายสังคมเอเชียชี้ว่า ในตอนนี้ดูเหมือน สี จิ้นผิง กำลังคิดคำนวณว่าจีนสามารถทนทานต่อความเสียหาย และสุดท้ายแล้วสหรัฐจะเป็นฝ่ายกะพริบตาก่อน เพราะผู้นำจีนมองว่าประเทศต่าง ๆ อยากทำธุรกิจกับสหรัฐน้อยลง เพราะภาษีสร้างความไม่แน่นอน และจะผลักให้ประเทศเหล่านั้นเข้าหาจีนแทน

“จีนสามารถตอบโต้อย่างรุนแรงในระดับ ‘นิวเคลียร์’ ด้วยการแบนส่งออกแร่หายากไปให้สหรัฐ ซึ่งหมายถึงการชัตดาวน์ซัพพลายเชนด้านเทคโนโลยีทั้งหมด ซึ่งจะทำลายเศรษฐกิจสหรัฐอย่างรุนแรง”

ด้านบล็องเชตต์เห็นว่า ทั้งสหรัฐและจีนต่างเห็นว่าตัวเองมีจุดแข็งเหนือกว่า ฝ่ายทรัมป์เห็นว่าจีนพึ่งพาการส่งออกมาก ดังนั้น จึงเชื่อว่าตัวเองมีอำนาจเหนือกว่าในการกดดันให้จีนยอมสยบ ส่วนจีนเห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐภายใต้ทรัมป์อ่อนแอลง และยังเอาตัวออกห่างจากประเทศพันธมิตร

สกอตต์ เคนเนดี้ ที่ปรึกษาอาวุโสศูนย์ศึกษากลยุทธ์ระหว่างประเทศชี้ว่า ทางจีนเชื่อว่าทรัมป์ “กะพริบตา” เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ประกาศ “ระงับ” การเก็บภาษีชั่วคราว 90 วัน ซึ่งจีนเห็นว่านี่คือความอ่อนแอของทรัมป์ และจีนก็จะรอดูต่อไป

สื่อสหรัฐรายงานว่า หลังจากประกาศเก็บภาษีเพิ่มกับจีน ทรัมป์เฝ้ารอโทรศัพท์จากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยทีมงานของทรัมป์แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายจีนว่า ประธานาธิบดีจีนต้องเป็นฝ่าย “ร้องขอ” เพื่อโทรศัพท์มาหาทรัมป์ แต่สิ่งที่ได้คือ นอกจากจีนจะตอบโต้ด้วยภาษีแล้ว ก็ยังไม่มีการร้องขอเพื่อ โทร.หาทรัมป์แต่ประการใด

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาว 2 คนบอกกับซีเอ็นเอ็นว่า สหรัฐจะไม่เป็นฝ่ายติดต่อไปยังจีนก่อน เพราะทรัมป์ได้บอกกับทีมงานว่าจีนต้องเป็นฝ่ายเริ่มขอเจรจาก่อน เพราะจีนเป็นฝ่ายเลือกที่จะใช้วิธีตอบโต้และขยายศึกการค้า ซึ่งทรัมป์แสดงจุดยืนนี้มาประมาณ 2 เดือนแล้ว แต่ฝ่ายจีนปฏิเสธ

เบื้องหลังฉากนั้น ช่องทางการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของทั้งสองฝ่ายยังคงทำงานอยู่ จีนได้พยายามจะจัดช่องทางสื่อสาร “ประตูหลัง” โดยจะให้หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศเป็นตัวแทนเจรจา แต่ทีมงานทรัมป์อ้างว่า หวัง อี้ ไม่ใกล้ชิดกับ สี จิ้นผิง เพียงพอ และไม่สามารถไว้ใจได้

แดนนี่ รัสเซลล์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐกล่าวว่า กุญแจสำคัญสำหรับทีมงานฝ่ายจีนก็คือ พวกเขาต้องแน่ใจว่าจะไม่ส่งผู้นำของตนมาให้ถูกโจมตี โดยเฉพาะหลังจากเกิดกรณีประธานาธิบดียูเครน “โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี้” ถูกทรัมป์และทีมงานรุมตำหนิรุนแรงต่อหน้าสื่อ

รัสเซลล์ชี้ว่า สี จิ้นผิง อยู่ในฐานะที่แข็งแกร่งกว่ามากในการโน้มน้าวให้ชาวจีนดูดซับความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดจากภาษีของสหรัฐ

ผู้นำจีนเงียบมาโดยตลอด เพิ่งพูดครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 เมษายน แต่เป็นการกล่าวกับนายกรัฐมนตรีสเปน ที่เดินทางไปเยือนจีน ว่าจีนไม่กลัวการกดขี่ใด ๆ เพราะพึ่งพาตัวเองมากว่า 70 ปี การพัฒนาของจีนเกิดจากการพึ่งพาตนเองและทำงานหนัก