เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ‘ไม้ตาย’ อิหร่านเปิดศึกสหรัฐ

25 มิ.ย. 2568 | 07:49น.
Illustration shows map showing the Strait of Hormuz, Iran and 3D printed miniature of U.S. president Donald Trump

Illustration shows map showing the Strait of Hormuz, Iran and 3D printed miniature of U.S. president Donald Trump

คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของโลกทวีขึ้นสูงสุดในเวลานี้ หลังจากที่กองทัพสหรัฐอเมริกา ภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งฝูงบินทิ้งระเบิด “บี-2 บอมเบอร์” โจมตีจุดที่เชื่อว่าเป็นที่ตั้งของแหล่งเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ 3 จุดในอิหร่าน คือที่ ฟอร์โดว์, นาทานซ์ และอิสฟาฮาน โดยใช้เครื่องบินรบที่บินตรงจากสหรัฐอเมริกาไปยังพื้นที่เป้าหมาย กินเวลานาน 18 ชั่วโมง เพื่อทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ “จีบียู-57” หนักกว่า 13,000 กิโลกรัม ที่ออกแบบมาเพื่อทำลายเป้าหมายใต้ดินโดยเฉพาะ ซึ่งเรียกกันว่า “บังเกอร์ บัสเตอร์” จำนวน 14 ลูก ลงสู่เป้า

พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐอเมริกา แถลงในเวลาต่อมาว่า “ปฏิบัติการ มิดไนต์ แฮมเมอร์” สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับแหล่งนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ไม่ยอมใช้คำกล่าวอ้างเดียวกันกับทรัมป์ก่อนหน้านี้ที่ว่า เป้าหมายถูกทำลายเสียหาย “สิ้นซาก” โดยกล่าวเพียงว่า ขอบเขตของความเสียหายของแหล่งนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่านยังไม่มีการยืนยัน

เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การประกาศที่จะตอบโต้จากทางการอิหร่าน อาร์เมียร์ ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ยืนยันว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน และชี้ว่าอิสราเอลได้ฉุดลากทรัมป์เข้าสู่สงครามราคาแพงและปราศจากมูลเหตุที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่งแล้ว

ในขณะที่ มาซูด เปเรชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่านยืนยันกับ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสว่า สหรัฐจำเป็นต้องได้รับการตอบสนองต่อการรุกรานของตนเอง เป็นการส่งสัญญาณว่าอิหร่านมีแนวโน้มจะโจมตีแก้เผ็ด และดึงสหรัฐอเมริกาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในความขัดแย้งเรื้อรังในตะวันออกกลาง

บรรดาผู้นำโลกพากันเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจ และให้หันกลับมาใช้วิธีการเจรจาทางการทูต เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามออกไปจนนอกเหนือการควบคุม ผู้นำชาติตะวันตกส่วนใหญ่ร้องขอให้ทั้งสองฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา ในขณะที่จีนและรัสเซียออกมาประณามการโจมตีครั้งนี้ของสหรัฐอเมริกา ว่าเป็นการทำลายความมั่นคงของทั้งโลก

ขณะที่ทั่วโลกยังจับตารอดูว่าอิหร่านจะตอบโต้การโจมตีครั้งนี้ด้วยวิธีใด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐสภาอิหร่านมีมติให้ความเห็นชอบในการ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางเดินเรือพาณิชย์สำคัญอันดับต้น ๆ ของโลก เป็นการตอบโต้เพื่อสร้างความเสียหายให้กับสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยสภาที่ปรึกษาความมั่นคงสูงสุดแห่งอิหร่านจะทำหน้าที่ตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย ว่าจะดำเนินการตามมติหรือไม่

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นช่องทางเดินเรือแคบ ๆ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการค้าโลก “การปิดช่องแคบฮอร์มุซ” เป็นหนี่งในวิธีการที่บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า อิหร่านสามารถใช้ตอบโต้สหรัฐอเมริกาได้ เพราะนอกจากจะเป็นเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่สำคัญแล้ว ยังเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันออกสู่ตลาดโลกมากถึงราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันที่ทั่วโลกใช้กันอยู่ในแต่ละวัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นเส้นทางส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่สำคัญที่สุดด้วยอีกต่างหาก

ในอดีต “อิหร่าน” เคยขู่ที่จะปิดกั้นเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งจะทำให้การค้าโลกสะดุด และจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ แต่กระนั้นอิหร่านก็เพียงแค่ข่มขู่ ไม่เคย “ปิดตาย” ช่องแคบฮอร์มุซจริง ๆ จัง ๆ มาก่อน

ช่องแคบฮอร์มุซมีนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อสหรัฐอเมริกาและโลก ตราบเท่าที่เศรษฐกิจของทั่วโลกยังคงต้องพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติหล่อเลี้ยง เส้นทางเดินเรือแคบ ๆ แห่งนี้อยู่ระหว่างประเทศโอมานและอิหร่าน เป็นช่องทางเชื่อมต่ออ่าวเปอร์เซียที่อยู่เหนือขึ้นไป กับอ่าวโอมานที่อยู่ทางด้านใต้ และเชื่อมต่อกับทะเลอาหรับ เพื่อออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ส่วนที่แคบที่สุดมีความกว้างเพียง 33 กิโลเมตร โดยที่มีร่องน้ำลึกสำหรับเดินเรือทะเลได้กว้างเพียงแค่ 3 กิโลเมตรเท่านั้น

ข้อมูลของการเดินเรือพาณิชย์ล่าสุดจากบริษัท วอร์เท็กซา ระบุว่า ระหว่างต้นปี 2022 เรื่อยมาจนถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีเรือขนถ่ายน้ำมันทั้งที่เป็นน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่น ๆ ใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางผ่านวันละ 17.8 ล้านบาร์เรล ถึง 20.8 ล้านบาร์เรลทุกวัน สมาชิกของกลุ่มประเทศโอเปก

อาทิ ซาอุดีอาระเบีย, อิหร่าน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, คูเวต และอิรัก ล้วนอาศัยช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางในการส่งออกน้ำมันของตนเอง โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ช่องแคบฮอร์มุซจึงมีนัยสำคัญสูงมาก ถึงขนาดสหรัฐอเมริกาส่งกองเรือที่ 5 ไปประจำอยู่ในบาห์เรน เพื่อภารกิจคุ้มครองเส้นทางเดินเรือในบริเวณนี้เป็นการเฉพาะ

การปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้อิหร่านได้เปรียบในแง่ที่ว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายโดยตรงต่อสหรัฐอเมริกาและทรัมป์ได้ เพราะจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นโดยฉับพลัน ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม การปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจกลายเป็นการทำร้ายตัวเองของอิหร่านพร้อมกันไปด้วย เพราะอิหร่านเองก็จำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้เพื่อส่งออกน้ำมันเช่นเดียวกัน นอกจากนั้น ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้บรรดาชาติอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่านหันมาพึ่งพาสงครามเป็นเครื่องมือในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง

ยิ่งไปกว่านั้น การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลลบรุนแรงต่อจีน ประเทศที่เป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบเกือบ 90% ของอิหร่าน ซึ่งไม่สามารถส่งออกโดยทั่วไปได้ตามมาตรการแซงก์ชั่นของสหประชาชาติ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม “มาร์โก รูบิโอ” รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาถึงได้ออกมาเรียกร้องให้จีนออกมาดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซแห่งนี้ ที่รูบิโออ้างว่าจะเป็นความผิดพลาดร้ายแรง ระดับเดียวกันกับการฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ ทั้งสำหรับ “จีนและอิหร่าน”

แต่ท่าทีล่าสุดของอิหร่านดูเหมือนไม่ได้คำนึงถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว ไซยิด อับบาส อาราคี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน พูดเป็นนัยถึงการตอบโต้สหรัฐอเมริกาว่า อาจเป็นวิธีการแบบปลายเปิด เพราะผู้ที่ถล่มอิหร่าน “ต้องได้รับผลตอบแทนชนิดที่ไม่มีวันสิ้นสุด”