ดร.ปิติ เปิด “กลไกอาเซียน” ระงับข้อพิพาทไทย-กัมพูชา สันติ-ยั่งยืน
นักวิชาการเปิดกลไกและแนวทางระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิก โดยเน้นการเจรจา สร้างความเข้าใจ กระบวนการสันติวิธี
รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ ว่าด้วยกลไกอาเซียนในการระงับข้อพิพาทกรณีกัมพูชารุกรานอธิปไตยประเทศไทย
เนื้อหาดังนี้
แนวทางการระงับข้อพิพาทของสมาชิกอาเซียน
อาเซียนมีกลไกและแนวทางหลายประการในการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิก โดยเน้นหลักการปรึกษาหารือ ความร่วมมือ และการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพและความสัมพันธ์อันดีในภูมิภาคเป็นสำคัญ กลไกหลัก ๆ มีดังนี้ :
1.สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia-TAC)
TAC เป็นรากฐานสำคัญของกลไกระงับข้อพิพาทของอาเซียน ซึ่งกำหนดหลักการพื้นฐานที่ประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตาม ได้แก่ :
* การเคารพอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และเอกราช : ประเทศสมาชิกต้องเคารพสิทธิและอธิปไตยของกันและกัน
* การไม่แทรกแซงกิจการภายใน : งดเว้นจากการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิกอื่น
* การแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี : ส่งเสริมการแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจา การไกล่เกลี่ย หรือวิธีการสันติวิธีอื่น ๆ
* การปฏิเสธการใช้กำลังหรือการคุกคามด้วยกำลัง : ห้ามการใช้กำลังหรือการข่มขู่ว่าจะใช้กำลังในการแก้ไขข้อพิพาท
* ความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพ : สนับสนุนความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน
TAC ยังได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการระดับสูง (High Council) ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศภาคี เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมวัตถุประสงค์และหลักการของสนธิสัญญา และพิจารณาหาแนวทางแก้ไขข้อพิพาทในกรณีที่ประเทศคู่กรณีร้องขอ
2.ASEAN Way
“กระบวนการอาเซียน” เป็นแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ในการแก้ไขปัญหาของอาเซียน ซึ่งเน้น :
* การปรึกษาหารือ (Consultation) : การพบปะหารือกันอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา
* ฉันทามติ (Consensus) : การตัดสินใจโดยความเห็นชอบร่วมกันของทุกฝ่าย แทนการโหวต
* การไม่เผชิญหน้า (Nonconfrontational) : หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง และพยายามหาทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
* การให้เกียรติซึ่งกันและกัน (Mutual Respect) : การเคารพในความคิดเห็นและความแตกต่างของประเทศสมาชิก
กระบวนการอาเซียนนี้มักใช้ผ่านการประชุมในระดับต่าง ๆ เช่น การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit), การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (ASEAN Ministerial Meeting-AMM) และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส (Senior Officials’ Meeting-SOM)
3.กลไกเฉพาะด้าน
นอกเหนือจาก TAC และกระบวนการอาเซียนแล้ว อาเซียนยังมีกลไกเฉพาะด้านสำหรับข้อพิพาทบางประเภท เช่น :
* กฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) : เป็นกฎบัตรที่ให้กรอบทางกฎหมายแก่องค์กรอาเซียน รวมถึงกลไกการแก้ไขข้อพิพาทที่ครอบคลุมมากขึ้น และเพิ่มความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามพันธกรณี
* กลไกแก้ไขข้อพิพาททางเศรษฐกิจ (ASEAN Protocol on Enhanced Dispute Settlement Mechanism) : สำหรับข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงและพันธกรณีทางเศรษฐกิจ เช่น การค้า การลงทุน โดยมีกระบวนการที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงการปรึกษาหารือ การไกล่เกลี่ย และการจัดตั้งคณะผู้พิจารณา (Panel)
* การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting-ADMM) และ ADMM-Plus : สำหรับการหารือและสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ เพื่อลดความขัดแย้งและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ
กลไกระงับข้อพิพาทของอาเซียนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ความร่วมมือ และการปรึกษาหารือ เพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคเป็นสำคัญ
ในกรณีที่กัมพูชารุกรานอธิปไตยของไทย กลไกของอาเซียนจะเน้นการดำเนินการเพื่อส่งเสริมการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี โดยมีขั้นตอนและแนวทางที่สามารถนำมาใช้ได้ดังนี้ :
1.การปรึกษาหารือและเจรจาทวิภาคี (Bilateral Consultations and Negotiations)
สิ่งแรกที่อาเซียนจะสนับสนุนคือการที่ไทยและกัมพูชาจะเปิดการเจรจาระหว่างกันโดยตรง ซึ่งอาจเกิดขึ้นในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส รัฐมนตรีต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งผู้นำรัฐบาล การเจรจาตรงนี้มีเป้าหมายเพื่อ :
* ลดความตึงเครียด : บรรยากาศของการพูดคุยสามารถช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้
* ทำความเข้าใจสถานการณ์ : ทั้งสองฝ่ายจะได้ชี้แจงมุมมองและข้อเท็จจริง
* หาทางออกร่วมกัน : พยายามหาข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ เช่น การถอนกำลัง การกำหนดเขตแดนชั่วคราว หรือการตั้งคณะกรรมการร่วม
2.การไกล่เกลี่ยและการอำนวยความสะดวกโดยอาเซียน (Mediation and Facilitation by ASEAN)
หากการเจรจาทวิภาคีไม่ประสบผล อาเซียนสามารถเข้ามามีบทบาทในฐานะ คนกลาง (Mediator) หรือผู้ประสานงาน (Facilitator) ได้ โดยมีแนวทางดังนี้ :
* ประธานอาเซียน (ASEAN Chair) : ประธานอาเซียนในขณะนั้น (ซึ่งเปลี่ยนหมุนเวียนกันทุกปี) มักมีบทบาทสำคัญในการริเริ่มการปรึกษาหารืออย่างไม่เป็นทางการ หรือเสนอตัวเป็นคนกลางเพื่อช่วยให้คู่กรณีกลับมาเจรจากัน
* เลขาธิการอาเซียน (Secretary-General of ASEAN) : เลขาธิการอาเซียนก็สามารถมีบทบาทในการอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศคู่กรณี
* คณะกรรมาธิการระดับสูง (High Council) ภายใต้ TAC : ตามสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) หากประเทศคู่กรณีร้องขอ คณะกรรมาธิการระดับสูงซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศภาคีสามารถประชุมเพื่อพิจารณาสถานการณ์และเสนอแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อ “ส่งเสริมวัตถุประสงค์และหลักการของสนธิสัญญา” และ “อำนวยความสะดวกในการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี”
* การประชุมฉุกเฉิน : อาเซียนอาจจัดประชุมพิเศษในระดับต่าง ๆ เช่น การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (AMM) หรือการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์และหาทางออกร่วมกัน
3.การใช้หลักการ “ASEAN Way”
ตลอดกระบวนการ “กระบวนการอาเซียน” จะถูกนำมาใช้เป็นแนวทางสำคัญ โดยเน้น :
* ฉันทามติ (Consensus) : การตัดสินใจหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ จะเน้นความเห็นชอบร่วมกันของทุกประเทศสมาชิก
* การไม่แทรกแซงกิจการภายใน (Noninterference) : แม้จะมีการสนับสนุนให้แก้ไขข้อพิพาท แต่ก็เคารพในอธิปไตยของประเทศสมาชิก และจะไม่บีบบังคับ แต่จะใช้การโน้มน้าวและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหา
* การไม่เผชิญหน้า (Nonconfrontational) : หลีกเลี่ยงการประณามหรือการดำเนินการที่อาจทำให้สถานการณ์แย่ลง แต่จะเน้นการประนีประนอมและการสร้างความเข้าใจ
ข้อจำกัดของกลไกอาเซียนในทางปฏิบัติ
แม้จะมีกลไกเหล่านี้ แต่สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ กลไกของอาเซียนไม่มีอำนาจบังคับ (Enforcement Power) โดยตรงเหมือนกับศาลระหว่างประเทศ หรือองค์กรที่มีอำนาจเหนือรัฐสมาชิก การแก้ไขข้อพิพาทจะขึ้นอยู่กับ :
* ความเต็มใจของประเทศคู่กรณี : ทั้งไทยและกัมพูชาต้องเต็มใจที่จะใช้กลไกของอาเซียน และปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้จากการไกล่เกลี่ย
* บทบาทของประเทศสมาชิกอื่น ๆ : ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ จะมีบทบาทในการสร้างแรงกดดันทางศีลธรรมและการทูต เพื่อกระตุ้นให้คู่กรณีแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
โดยสรุปแล้ว ในกรณีที่กัมพูชารุกรานอธิปไตยของไทย อาเซียนจะทำหน้าที่เป็นเวทีและผู้สนับสนุนกระบวนการสันติวิธี โดยเน้นการเจรจา การไกล่เกลี่ย และการสร้างความเข้าใจระหว่างประเทศคู่กรณี เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
ขอส่งกำลังใจให้กองทัพไทยและประชาชนไทย เขมร
พวกเราไม่เคยขัดแย้งกัน
ขอประณาม 2 ครอบครัวที่สร้างความบรรลัยจักรให้ 2 ประเทศ
For Thai & Khmerpeople, Be Strong!
We never had conflicts among us.
For Thai Military, We Support You!
I condemn only the 2 families who create conflicts between the 2 countries