Skip to content

‘ภาษีสหรัฐ’ มีผลวันนี้ ทรัมป์โพสต์เงินนับแสนล้านไหลมาเทมา

07 ส.ค. 2568 | 16:08น.
‘ภาษีสหรัฐ’ มีผลวันนี้ ทรัมป์โพสต์เงินนับแสนล้านไหลมาเทมา

ภาษีต่างตอบโต้ที่สหรัฐเรียกเก็บประเทศต่าง ๆ มีผลวันนี้ (7 ส.ค.) ทรัมป์ลั่นเงินนับแสนล้านกำลังไหลเข้าประเทศ 

การเก็บภาษีนำเข้าใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอยู่ระหว่าง 10% ถึง 50% ที่บังคับใช้กับประเทศคู่ค้าหลายสิบราย เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ส.ค. เวลาท้องถิ่น หรือราว 12.00 น. ของวันที่ 8 ส.ค.เวลาไทย ซึ่งจะเป็นการทดสอบกลยุทธ์ของทรัมป์ที่ต้องการลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ โดยหวังว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างรุนแรง จะทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น หรือเผชิญกับการตอบโต้อย่างหนักจากคู่ค้า

หน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐ (CBP) จะเริ่มเรียกเก็บภาษีในอัตราใหม่ตั้งแต่เวลา 00:01 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ โดยตามประกาศที่ CBP แจ้งกับผู้ส่งสินค้าในสัปดาห์นี้ระบุว่า สินค้าที่มีการโหลดขึ้นเรือเพื่อมุ่งหน้าไปยังสหรัฐ และอยู่ระหว่างขนส่งก่อนถึงเส้นตายเที่ยงคืนดังกล่าว จะยังคงถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราเดิมจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม

ทรัมป์กล่าวอย่างภาคภูมิใจก่อนถึงเส้นตายในการเรียกเก็บภาษีว่า เที่ยงคืนแล้ว เงินดอลลาร์หลายพันล้านจากภาษีนำเข้ากำลังหลั่งไหลเข้าสหรัฐ โดยส่วนใหญ่จะมาจากประเทศที่เขากล่าวว่าเอาเปรียบสหรัฐมาหลายปี

“สิ่งเดียวที่สามารถหยุดยั้งความยิ่งใหญ่ของอเมริกาได้ คือศาลฝ่ายซ้ายหัวรุนแรงที่ต้องการเห็นประเทศเราล้มเหลว !” ทรัมป์โพสต์บนทรูทโซเชียล

คู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ 8 ราย ซึ่งมีปริมาณการค้าคิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของการค้าทั้งหมดของสหรัฐ ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นด้านการค้าและการลงทุนกับทรัมป์ ทำให้อัตราภาษีพื้นฐานลดลงเหลือ 15% ซึ่งรวมถึงสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ขณะที่เวียดนาม อินโดนีเซีย ปากีสถาน และฟิลิปปินส์ อัตราภาษีลดลงเหลือ 19-20% ส่วนสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 10%

ในคำสั่งของทรัมป์ยังระบุด้วยว่า หากพบว่าสินค้าใดถูกส่งผ่านประเทศที่สามเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีของสหรัฐ จะต้องถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมอีก 40% อย่างไรก็ดี รัฐบาลสหรัฐยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนว่า จะระบุหรือตรวจสอบการหลีกเลี่ยงนี้ได้อย่างไร

ด้านตลาดหุ้นเอเชียดูเหมือนจะปรับตัวดีขึ้นในวันนี้ (7 ส.ค.) โดยยังคงอยู่ในระดับสูงสุด หรือใกล้เคียงระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดัชนีหุ้นหลักในญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ และจีนปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ตลาดหุ้นในอินเดียและออสเตรเลียปรับตัวลดลง

ขณะที่ตลาดการเงินโดยรวมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ มากนัก ต่อมาตรการภาษีชุดใหม่ แต่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย

ทรัมป์กล่าวชื่นชมว่า รายได้จากภาษีการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งสุดท้ายผู้ที่รับภาระคือบริษัทนำเข้าและผู้บริโภค ที่ต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าราคาแพงขึ้น

ก่อนหน้านี้ สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า รายได้จากภาษีนำเข้าอาจสูงกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ (9.6 ล้านล้านบาท) ภายในสิ้นปี 2025

สถาบัน Atlantic Institute ประเมินว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐเฉลี่ยอยู่ที่ราว 20% ซึ่งสูงที่สุดในรอบหนึ่งศตวรรษ ซึ่งหากจะเทียบกับครั้งที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยแรกในปี 2017 อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐอยู่ที่ 2.5% เท่านั้น

ข้อมูลที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แสดงให้เห็นว่า มาตรการภาษีนำเข้าเริ่มส่งผลให้ราคาสินค้าในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยเฉพาะสินค้าตกแต่งบ้าน อุปกรณ์ครัวเรือน สินค้าเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ และยานยนต์

ขณะที่การติดตามภาษีศุลกากรทั่วโลกของรอยเตอร์ระบุว่า ต้นทุนจากสงครามภาษีของทรัมป์กำลังเพิ่มสูงขึ้นสำหรับบริษัทจำนวนมาก ในภาพรวมบริษัทข้ามชาติที่รายงานผลประกอบการในไตรมาสนี้ คาดว่าจะมีกำไรลดลงประมาณ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราวกว่า 4.8 แสนล้านบาทในปีนี้)

 

ที่มา มติชน