กระแส “ลาบูบู้” ฮอตฮิตทั่วโลก สร้างกำไรให้ป๊อปมาร์ท (Pop Mart) เพิ่มขึ้นจากปี 2024 กว่าห้าเท่า เมินในอนาคตความนิยมอาจถดถอย โดยซีอีโอกล่าวเปรียบเสมือนเหมืองทอง พร้อมวางแผนขยายสาขาเพิ่มในต่างประเทศ 40%
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า บริษัท ป๊อปมาร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (Pop Mart) แบรนด์ผู้ผลิตของเล่นสัญชาติจีน วางแผนขยายสาขาในต่างประเทศกว่า 40% ภายในสิ้นปี 2025 หลังกระแสความนิยมตุ๊กตาลาบูบู้ (Labubu) พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2025 จนซีอีโอป๊อปมาร์ท กล่าวเปรียบเทียบว่า ลาบูบู้สามารถเป็นเหมืองทองคำในระยะยาวได้
หลังจากการเปิดรายได้สุทธิป๊อปมาร์ทแล้ว ในวันนี้ นายหวัง หนิง (Wang Ning) ประธานและซีอีโอป๊อปมาร์ท กล่าวในการประชุมผลประกอบการว่า ในปีนี้การเติบโตในสหรัฐและเอเชีย-แปซิฟิก แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แบรนด์สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ระดับโลกได้
เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ป๊อปมาร์ท รายงานกำไรสุทธิในช่วงเดือนมกราคม – มิถุนายน 2025 ที่ผ่านมาว่า มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4.57 พันล้านหยวน (ราว 2 หมื่นล้านบาท) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2024 รายได้อยู่ที่ 921 ล้านหยวน (ราว 4.1 พันล้านบาท) ถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า หรือกว่า 1.388 หมื่นล้านหยวน (ราว 6.2 หมื่นล้านบาท)
โดยรายได้รวมจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า เป็น 8.28 พันล้านหยวน (ราว 3.7 หมื่นล้านบาท) ในขณะที่ยอดขายในตลาดต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นกว่า 5.4 เท่า เป็น 5.59 พันล้านหยวน (ราว 2.5 หมื่นล้านบาท) หลังจากที่ Pop Mart ขยายตลาดไปยังประเทศใหม่ ๆ หลายประเทศ บริษัทระบุว่า ผลกำไรที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากส่วนแบ่งรายได้จากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นและการปรับปรุงการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้นำระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการผลิต ทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากกว่า 10 เท่า

ตุ๊กตาลาบูบู้ ตัวละครที่มีลักษณะคล้ายเอลฟ์หลากหลายสีสันซึ่งบรรจุอยู่ในกล่องสุ่ม กลายเป็นกระแสฮือฮาไปทั่วโลก หลังจากที่คนดังจำนวนมากต่างชื่นชอบเป็นอย่างมาก อาทิ ลิซ่า (Lisa BlackPink) ศิลปิน K-Pop ชาวไทย กระแสความนิยมในลาบูบู้รุนแรงไปทั่วโลก จนเกิดการดึงดูดนักเก็งกำไร ที่ต้องการซื้อสินค้ามาขายต่อในราคาที่สูงกว่าราคาขายปลีกหลายเท่า และเกิดการทะเลาะกันเพื่อแย่งซื้อสินค้า ทำให้บริษัทต้องระงับการขายชั่วคราวในสหราชอาณาจักร (UK) และเกาหลีใต้
ด็อก อิล มูน (Duk Il Moon) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการร่วม กล่าวว่า บริษัทวางแผนที่จะขยายสาขาในต่างประเทศถึง 40% จาก 140 สาขาในปัจจุบัน เป็น 200 สาขา ภายในสิ้นปี 2025 โดยจะเปิดสาขาแรกในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่กาตาร์ และกำลังเตรียมขยายสาขาไปยังละตินอเมริกา เอเชียใต้ และรัสเซีย นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะขยายสาขารุกไปยังเมืองใหญ่ ๆ ในสหรัฐด้วย
อย่างไรก็ดี ในประเทศจีนกลับมีสัญญาณบ่งชี้ว่ากระแสความนิยมลาบูบู้กำลังลดลง ในช่วงปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ตามข้อมูลจากแอปพลิเคชั่น Qiandao (แอปพลิเคชั่นอีคอมเมิร์ซของเล่นศิลปะ) ราคาเฉลี่ยคอลเล็กชันล่าสุด ลดลง 19% จากราคาสูงสุดกว่า 1,400 หยวน (ราว 6,300 บาท) แต่นายหวัง ไม่ได้กังวลต่อกระแสด้านลบนั้น โดยเขากล่าวว่า ลองนึกภาพว่าเราค้นพบเหมืองทองคำ
“ตอนแรกทุกคนมารวมตัวกันและพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น แต่พอคนออกไป เหมืองทองคำก็หายไปทันทีงั้นหรือ แน่นอนว่าไม่ การขุดทองจริง ๆ เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น” นายหวังกล่าว พร้อมโชว์ตุ๊กตา Labubu เวอร์ชั่นจิ๋ว ซึ่งจะจำหน่ายในสัปดาห์หน้า
ลาบูบู้ อาจกลายเป็นทรัพย์สินทางปัญญาแรกจากจีนที่อาจกลายเป็นสินค้าระดับโลก โดยลาบูบู้ทำรายได้มากถึง 34.7% เพิ่มขึ้นจาก 13.7% ในปี 2024 กระแสความนิยมดังกล่าว ได้ผลักดันให้บริษัทกำลังดำเนินการขยับขยายสู่ธุรกิจสวนสนุก Theme Park ชื่อ Pop Land ในกรุงปักกิ่ง พร้อมเปิดตัวของเล่นตัวต่อมาแข่งขันกับเลโก้อีกด้วย
ราคาหุ้นของป๊อปมาร์ทที่จดทะเบียนในฮ่องกง พุ่งขึ้นกว่า 200% ในปี 2025 และปิดที่ 280.8 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 1,100 บาท) ในวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา