คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางเยือนประเทศจีนและร่วมพิธีสวนสนาม เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปีแห่งการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในวันที่ 3 ก.ย. ที่จะถึงนี้ พร้อมกับผู้นำโลกอื่น ๆ รวมถึงประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานอ้างอิงสำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (KCNA) ว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศจีนในเร็ว ๆ นี้ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำประเทศจีน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปีแห่งการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
พิธีสวนสนามเพื่อฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 นับเป็นวาระสำคัญในปฏิทินการเมืองของประธานาธิบดีสี โดยนายสีจะปรากฏตัวที่ศูนย์กลางของกิจกรรมที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ร่วมกับผู้นำชาติอื่น ๆ รวมถึงวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย
ประเทศจีนเป็นพันธมิตรรายใหญ่ของเกาหลีเหนือมานานหลายปี โดยมีบทบาทคอยช่วยเหลือและประคับประคองเศรษฐกิจเกาหลีเหนือให้สามารถอยู่รอดได้ในโลกประชาธิปไตย ทำให้สหรัฐและประเทศพันธมิตรเรียกร้องให้จีนใช้อิทธิพลที่มีเหนือเกาหลีเหนือ เพื่อยับยั้งโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของนายคิม หลายต่อหลายครั้ง
อย่างไรก็ดี ผู้นำสองประเทศไม่ได้พบกันมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2019 หลังจากที่ประธานาธิบดีสีเดินทางไปยังกรุงเปียงยาง เพื่อเรียกร้องให้มีการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี และก่อนหน้านั้น นายคิมเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งถึง 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 10 เดือน เพื่อขอความสนับสนุนในด้านการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐและเกาหลีใต้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือใกล้ชิดรัสเซียมากขึ้น เจ้าหน้าที่สหรัฐและเกาหลีใต้กล่าวว่า เกาหลีเหนือส่งอาวุธและทหารร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่รัสเซียในสงครามยูเครน การเยือนที่กําลังจะมีขึ้นจะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของนายคิม นับตั้งแต่การเจรจากับปูตินในปี 2023 และเป็นครั้งแรกของเขาที่เดินทางไปประเทศจีนนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2019
ด้านซินหัว (Xinhua) สื่อทางการจีนรายงานเผยแพร่รายชื่อประมุขและหัวหน้ารัฐบาลที่เข้าร่วมงาน ซึ่งมีทั้งหมด 26 คน รวมถึงผู้นำเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ปากีสถาน เบลารุส อิหร่าน เซอร์เบีย สโลวะเกีย รวมถึงพลเอกอาวุโสมิน อองลาย หัวหน้ารัฐบาลทหารเมียนมา ทั้งนี้ เกาหลีใต้จะส่งผู้แทน ซึ่งคือนายอู วอนชิก ประธานสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ดี นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียไม่ได้เข้าร่วมในครั้งนี้
ข่าวกำหนดการพบกันของผู้นำจีน-เกาหลีเหนือในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ดีมากระหว่างเขากับคิม อีกทั้งต้องการพบปะหารือกับนายคิมภายในปีนี้ หลังจากการพบกันในวาระแรกของทรัมป์ ซึ่งลงเอยด้วยการที่ทรัมป์ไม่สามารถกดดันให้นายคิมลดระดับการพัฒนานิวเคลียร์ได้ จึงเป็นที่น่าจับตามองกันต่อไปว่าประเทศมหาอำนาจต่างขั้วจะเคลื่อนไหวกันอย่างไรต่อไป
การปรากฏตัวของคิมร่วมกับปูตินและสี เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นระหว่างผู้นําทั้งสาม และส่งสัญญาณถึงความเต็มใจที่จะประสานงานอย่างเปิดเผยมากขึ้น ในการท้าทายบรรทัดฐานระหว่างประเทศที่นําโดยสหรัฐ และสําหรับคิม การเดินทางครั้งนี้ยกระดับสถานะทางการทูตของเกาหลีเหนือ ทําให้ได้นั่งโต๊ะกับผู้นําที่มีอํานาจมากที่สุดในโลก