เนสท์เล่ปลดนายโลรองต์ เฟรย์เซ่ (Laurent Freixe) ซีอีโอบริษัท จากปัญหาชู้สาวกับลูกน้องในที่ทำงาน พร้อมแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใหม่ทันที
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า บริษัทเนสท์เล่ (Nestlé) ปลดนายโลรองต์ เฟรย์เซ่ (Laurent Freixe) ชาวฝรั่งเศส วัย 63 ปี ออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ (CEO) หลังการดำรงตำแหน่งได้เพียง 1 ปี เนื่องจากพบว่า มีความสัมพันธ์สวาทกับลูกน้องสายตรงในที่ทำงาน
จากการสอบสวนพบว่า นายเฟรย์เซ่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับลูกน้องสายตรงภายใต้การบังคับบัญชา ซึ่งถือเป็นการละเมิดจรรยาบรรณของเนสท์เล่ บริษัทอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผู้ผลิตช็อกโกแลต KitKat กาแฟ Nespresso รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง Purina ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมองค์กรที่มีความอนุรักษ์นิยมสูง
จากแถลงการณ์ช่วงค่ำของวันที่ 1 ก.ย. เนสท์เล่ บริษัทสัญชาติสวิสได้เสนอชื่อนายฟิลิปป์ นาฟราทิล (Philipp Navratil) หัวหน้าแบรนด์กาแฟ Nespresso เข้าดำรงตำแหน่งซีอีโอบริษัทแทน
นายพอล บุลเค (Paul Bulcke) ประธานบริษัทแถลงการณ์ว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ค่านิยมและการกำกับดูแลกิจการของเนสท์เล่ คือรากฐานที่แข็งแกร่งของบริษัท ผมขอขอบคุณโลรองต์ สำหรับการทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ ยิ่งทำให้บริษัทเนสท์เล่วุ่นวายขึ้นไปอีก เนื่องจากนายเฟรย์เซ่เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอต่อจากนายมาร์ก ชไนเดอร์ (Mark Schneider) ซึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหันเมื่อปี 2024 จากผลงานย่ำแย่ตลอด 8 ปีในการดำรงตำแหน่ง
นายเฟรย์เซ่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นมือขวาที่พร้อมจะฟื้นฟูจุดแข็งเดิมของเนสท์เล่ และนำพาบริษัทไปสู่ทิศทางใหม่ ในขณะที่นายนาฟราทิล ซีอีโอคนใหม่ เป็นผู้คว่ำหวอดอยู่ในบริษัทเนสท์เล่มากว่า 20 ปี และเข้าเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารเมื่อต้นปี 2025 โดยก่อนจะมาบริหารแบรนด์ Nespresso เขาเคยดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสและหัวหน้าหน่วยธุรกิจเชิงกลยุทธ์กาแฟ รับผิดชอบกลยุทธ์ระดับโลกสำหรับแบรนด์ Nescafé และความร่วมมือด้านลิขสิทธิ์กับ Starbucks
นักวิเคราะห์จากบลูมเบิร์กกล่าวว่า นายนาฟราทิล วัย 49 ปี มีศักยภาพในการเร่งการเติบโตของบริษัทในระยะยาว และมีความสามารถในการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนได้ เช่น การเลิกลงทุนในธัญพืชและน้ำดื่ม ซึ่งมีการเติบโตต่ำ เนื่องจากอายุนายนาฟราทิลยังไม่ถึง 50 ปี เขาจึงอาจดำรงตำแหน่งซีอีโอนานกว่า 10 ปี