Skip to content

ทูตจีนพบสื่อ ตอบคำถามข้อกังวล ทุนเทา-มณฑลไท่กั๋ว

14 ก.ย. 2568 | 15:29น.
ทูตจีนพบสื่อ ตอบคำถามข้อกังวล ทุนเทา-มณฑลไท่กั๋ว

จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยคนใหม่ จัดกิจกรรมพบปะสื่อมวลชนไทยหลายสำนัก เมื่อ 11 กันยายน ที่สถานเอกอัครราชทูตจีน กรุงเทพฯ หลังจากเขาเดินทางมาถึงไทยเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม และรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ วันที่ 29 ก.ค. จากนั้นเริ่มพบปะบุคคลต่าง ๆ ในวงการการเมือง การทูต และเศรษฐกิจ

สำหรับการพบปะสื่อมวลชนไทยครั้งแรกนี้ เอกอัครราชทูตจางกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้มารับตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ผู้มีอำนาจเต็มคนที่ 14 และเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม

ทูตจางกล่าวว่า จากที่เขาพบปะหารือบุคคลต่าง ๆ ของไทย จึงรับรู้ได้ว่าชาวไทยมีความจริงใจ ผูกพันกับประเทศจีน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและจีนครบรอบ 50 ปี

ตลอดเวลาที่ผ่านมา สื่อมวลชนของทั้งสองประเทศถ่ายทอดสื่อสารเรื่องราวต่าง ๆ ของความร่วมมือระหว่างกันที่อยู่บนพื้นฐานของการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ส่งเสริมความร่วมมือในด้านการพัฒนามิตรภาพและทำให้ความสัมพันธ์ที่เป็นพี่น้องกันซาบซึ้งอยู่ในหัวใจของประชาชนสองประเทศ

สถานเอกอัครราชทูตจีนพร้อมที่จะกระชับความร่วมมือกับสื่อมวลชนต่าง ๆ ของไทยเพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้กับความสัมพันธ์จีน-ไทย ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนสองประเทศ

นอกจากนั้น เอกอัครราชทูตจางกล่าวถึงสถานการณ์โลกในปัจจุบัน รวมถึงที่จีนเพิ่งจัดงาน 80 ปีแห่งชัยชนะของสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นของประชาชนจีน และสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก ซึ่งย้ำถึงหลักการจีนเดียว

ทูตจางยังกล่าวถึงข้อริเริ่มของประธานาธิบดีสีของจีนในการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ซึ่งระบุถึงความเท่าเทียมทางอธิปไตยของแต่ละประเทศ และการมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยประเทศที่พัฒนาแล้วต้องแบ่งปันทรัพยากรให้ประเทศที่ด้อยโอกาสกว่า

จากนั้นเอกอัครราชทูตจีนเปิดโอกาสให้ผู้แทนสื่อมวลชนต่าง ๆ แสดงความเห็น หรือมีข้อเสนอแนะที่จะช่วยสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งหลายสื่อพูดถึงการนำเสนอเนื้อหาในด้านบวกของจีนที่คนไทยชื่นชม และรับทราบถึงความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ของประเทศจีน รวมถึงด้านเศรษฐกิจ นวัตกรรม เทคโนโลยี

ขณะที่ ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการเครือมติชน กล่าวว่าจีนและไทยมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์และรากฐานความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ-สังคมมาอย่างยาวนาน และเป็นพื้นฐานสำคัญที่ส่งผลดีและผลบวกต่อความร่วมมือต่าง ๆ โดยคนไทยจะนิยมสินค้าและเดินทางท่องเที่ยวจีนมากขึ้นจากนโยบายวีซ่าฟรี

ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการเครือมติชน

อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่น่าห่วงกังวลคือ คนจีนบางส่วนมองว่าไทยคือสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ปลอดภัย ส่วนคนไทยก็มองผู้ประกอบการจีนบางส่วนว่าเป็นกลุ่ม “จีนเทา” ที่เข้ามาเอาเปรียบทางเศรษฐกิจของไทย จึงอยากเสนอให้ผู้นำระดับสูงของสองประเทศเจรจาหารือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่ไว้วางใจกันนี้

ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสของ ข่าวสด อิงลิช สะท้อนเสียงด้านลบส่วนหนึ่งที่มีคนไทยหวั่นไหวกับอิทธิพลของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในไทย จนมีข้อถกเถียงกันในสื่อโซเชียลว่า จีน-ไทยเป็นพี่น้องกัน หรือไทยเป็นมณฑลไท่กั๋วของจีน

เอกอัครราชทูต จาง เจี้ยนเหว่ย กล่าวตอบในประเด็นข้อกังวลนี้ว่า จีนมีความสัมพันธ์กับไทยในฐานะเพื่อนบ้าน และเป็นมิตรที่พึ่งพากันได้ตลอด การที่มีข่าวสารด้านลบ หรือการที่มีชาวจีนบางคนมองว่าประเทศไทยไม่ปลอดภัยนั้น เขามองในสองประเด็นคือ หนึ่ง เป็นปัญหาเล็กน้อยเหมือนพี่น้องในครอบครัวทะเลาะกัน และสอง อาจไม่ได้เป็นปัญหาจริง แต่มาจากรายงานที่ผิดเพี้ยนจากข้อเท็จจริง

“ตอนที่ผมจะมาประจำที่ประเทศไทย เพื่อนก็พูดว่ามาไทยจะปลอดภัยหรือ แต่เมื่อผมมาถึงแล้ว ก็ไม่ใช่ตามที่มีข้อสงสัยเลย” ทูตจางกล่าว

เอกอัครราชทูตจีนอธิบายว่า คดีที่เกิดขึ้นจากนักแสดงชื่อหวังซิง ที่ถูกลวงไปเครือข่ายสแกมเมอร์นั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับประเทศไทยเลย แต่กลับมีรายงานที่ผิดเพี้ยนจนไปกันใหญ่ ทำให้หลายคนไม่เข้าใจสถานการณ์จริงในไทย

ในเรื่องนี้ ทูตจางเห็นรัฐบาลไทยพยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้เกิดความปลอดภัย ซึ่งสถานทูตจีนก็ร่วมทำงานด้วยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ชาวจีนรับทราบข้อเท็จจริง ในที่นี้รวมถึงประเด็นจีนเทา ซึ่งมีน้อยมากเมื่อเทียบกับที่นักธุรกิจจีนเข้ามาลงทุนในไทยด้วยความเป็นมิตร และเพื่อสร้างประโยชน์ให้คนท้องถิ่น หรืออยู่ไทย-ทำเพื่อไทย

สถานทูตเองกำชับนักธุรกิจที่เข้ามาทำธุรกิจในไทย ให้เคารพกฎหมายไทย ดังนั้น เขาจึงไม่อยากให้มองจุดเล็กเหมารวมเป็นภาพใหญ่ อย่างเรื่อง ข้อวิจารณ์เรื่องมณฑลไท่กั๋วนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะคนไทยจะยอมให้เกิดเรื่องนี้ได้อย่างไร หากมองย้อนประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่า ไทยและจีนมีสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกัน

“นโยบายการต่างประเทศของจีนคือ ส่งเสริมสันติภาพ และคบหาด้วยกันด้วยความเสมอภาค ไม่ว่าประเทศนั้นจะเล็กหรือใหญ่ จะรวยหรือกำลังพัฒนา ล้วนเป็นเพื่อนกัน จีนไม่เคยแสวงหาการยึดคืนพื้นที่ นับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์มา 76 ปี จีนไม่เคยทำสงครามหรือบุกรุกประเทศใดเลย”

ในตอนท้ายทูตจางฝากให้สื่อมวลชนไทยรายงานข่าวเกี่ยวกับจีนอย่างถูกต้องและรอบด้าน รวมถึงเน้นย้ำว่าจีนพร้อมที่จะร่วมมือกับไทย ยืนหยัดทัศนการบริหารโลก หารือซึ่งกันและกัน สร้างสรรค์และแบ่งปันซึ่งกันและกัน โดยใช้กลไกทวิภาคีและภูมิภาค เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของไทยและจีน

เขายังกล่าวถึงการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ในวาระพิเศษนี้ด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีของไทยจะเสด็จฯเยือนจีนครั้งประวัติศาสตร์ในเดือนธันวาคมปีนี้ ย้ำถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งของทั้งสองประเทศ