เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
Business เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
Finance เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
Finance ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
Economic กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
World คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
FETCO ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ SET ต่างชาติแค่ขายทำกำไร-ดัชนีเชื่อมั่นยัง ‘ร้อนแรงมาก’
Finance FETCO ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ SET ต่างชาติแค่ขายทำกำไร-ดัชนีเชื่อมั่นยัง ‘ร้อนแรงมาก’
ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
Finance ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

ทำไมทรัมป์เรียกเก็บค่าวีซ่า H-1B แพงถึง 100,000 เหรียญ ที่สะเทือนบริษัทเทค

22 ก.ย. 2568 | 08:36น.

การประกาศเรียกเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B มูลค่า 100,000 เหรียญ (3.1 ล้านบาท) ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ทำให้บริษัทต่างๆ ที่เคยพึ่งพาโปรแกรมนี้เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถจากทั่วโลกต้องตกตะลึง เพราะวีซ่านี้เป็นที่รู้กันว่า สำหรับแรงงานทักษะสูงในภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเศรษฐกิจของรัฐแคลิฟอร์เนียที่มีการใช้เทคโนโลยีอย่างมาก ซึ่งต้องพึ่งพาแรงงานเหล่านี้ไม่ว่าโปรแกรมเมอร์คอมพิวเตอร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล และวิศวกรที่ผ่านการฝึกอบรม

การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน จากการที่ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 19 กันยายน นโยบายใหม่มีผลบังคับใช้ในวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน และความสับสนในช่วงแรกเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมกับผู้ถือวีซ่าปัจจุบันหรือไม่ ยิ่งทำให้ความวุ่นวายทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก โดยบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงไมโครซอฟต์ (Microsoft) แอมะซอน (Amazon) เตือนพนักงานที่ได้รับผลกระทบให้เดินทางกลับสหรัฐทันทีและงดเดินทางไปต่างประเทศ

หนึ่งวันหลังจากการประกาศของทรัมป์ ทำเนียบขาวได้ชี้แจงว่าค่าธรรมเนียมนี้จะใช้กับผู้สมัครใหม่เท่านั้น ไม่รวมการต่ออายุหรือคนที่มีวีซ่าอยู่แล้ว และไม่ใช่ค่าธรรมเนียมรายปี โดยจะนำไปใช้ในการสุ่มอนุมัติในรอบต่อไป แต่กลับไม่ได้ช่วยบรรเทาความกังวลของผู้ถือวีซ่าแต่อย่างใด ทำให้บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งต้องพยายามประเมินว่าค่าธรรมเนียมนี้จะส่งผลต่อแผนการสรรหาบุคลากรของพวกเขาอย่างไร

กูเกิล (Google) แอปเปิล (Apple) เมต้า (Meta) จ้างผู้ถือวีซ่า H-1B หลายพันคน ขณะที่มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล ตั้งแต่ระบบมหาวิทยาลัยสแตนด์ฟอร์ด (Stanford University) ไปจนถึงมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (University of California) ก็ต้องพึ่งพาวีซ่านี้ในการสรรหาติวเตอร์และเจ้าหน้าที่วิจัยเช่นกัน

สำหรับนักศึกษาต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษา วีซ่าเป็นเส้นทางสำคัญในการพำนักอยู่ในสหรัฐหลังจากสำเร็จการศึกษา ซึ่งจากจำนวนวีซ่าที่ออกให้ในแต่ละปี 85,000 ใบ ในจำนวนนี้ 20,000 ใบ จัดสรรไว้สำหรับผู้ที่มีวุฒิการศึกษาขั้นสูงในสหรัฐที่มีวุฒิปริญญาโทหรือสูงกว่า ความต้องการมักจะสูงกว่าอุปทานอย่างมาก โดยปีงบประมาณ 2025 มีผู้ยื่นขอวีซ่ามากกว่า 470,000 คน

ในอดีต กลุ่มธุรกิจบางกลุ่มเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบ H-1B โดยอ้างว่าระบบนี้ถูกนำไปใช้อย่างมากเกินไปโดยบริษัทรับจ้างภายนอก ขณะที่กลุ่มธุรกิจอื่นๆ ผลักดันให้ขยายระบบนี้ รวมถึงการยกเลิกโควตาเพื่อให้สามารถเติมเต็มปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรงได้

เมื่อการประกาศของทรัมป์ออกมา บริษัทหรือทนายความไม่มีเวลาเตรียมตัวเลย

รัฐบาลทรัมป์มองว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการยื่นขอวีซ่าจริงที่ถูกต้องตามกฎหมายและหยุดยั้งการใช้วีซ่าในทางที่ผิดหรือผิดวัตถุประสงค์ แต่เหล่าบริษัทกังวลว่าค่าใช้จ่าย 100,000 ดอลลาร์สหรัฐจะสูงเกินไปสำหรับการจ้างแรงงานที่จำเป็นต่อไป

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์คิดว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้ห้บริษัทเทคโนโลยีมีความสุข และเมินเฉยต่อคำถามผู้บริหารบริษัทจะกังวลหรือไม่

“ผมคิดว่าพวกเขาจะมีความสุขมาก ทุกคนจะมีความสุข และเราจะสามารถรักษาคนที่มีผลงานเยี่ยมยอดไว้ในประเทศของเราได้ และในหลายกรณีบริษัทเหล่านี้จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อรักษาคนไว้และพวกเขาเต็มใจจะทำแบบนั้น” ทรัมป์กล่าว

โครงการวีซ่า H-1B คืออะไร

โครงการวีซ่า H-1B ซึ่งเปิดตัวในปี 1990 เป็นหนึ่งในโครงการริเริ่มด้านการเข้าเมืองของสหรัฐที่เริ่มขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 20 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานเฉพาะด้าน หน่วยงานอื่นๆ อำนวยความสะดวกในการจ้างแรงงานชั่วคราวในฟาร์มจากเม็กซิโกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คนเลี้ยงแกะส่วนใหญ่มาจากสเปนในช่วงทศวรรษ 1950 และพยาบาล ซึ่งหลายคนมาจากฟิลิปปินส์ในช่วงทศวรรษ 1990 ปัจจุบัน นายจ้างสามารถยื่นขอนำชาวต่างชาติเข้ามาทำงานชั่วคราวในภาคเกษตรกรรมภายใต้โครงการ H-2A และแรงงานชั่วคราวประเภทอื่นๆ รวมถึงงานตามฤดูกาล ภายใต้โครงการ H-2B

วีซ่า H-1B ส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งผู้นำในอุตสาหกรรมระบุว่ามีผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอ อาชีพที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์คิดเป็นประมาณ 65% ของการอนุมัติวีซ่า H-1B ในปีงบประมาณ 2023 ผู้สมัครต้องมีวุฒิการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรี วีซ่าเหล่านี้เป็นวีซ่าชั่วคราว มีระยะเวลาสูงสุด 6 ปี แต่สามารถต่ออายุได้ไม่จำกัด หากบริษัทได้ให้การสนับสนุนการขอกรีนการ์ดเพื่อขอถิ่นที่อยู่ถาวรของแรงงาน

โครงการ H-1B ทำงานอย่างไร

นายจ้างต้องยื่นคำร้องต่อรัฐบาลเพื่อขอจ้างแรงงานที่มีวีซ่า H-1B วีซ่าใหม่ที่ออกให้ในแต่ละปีมีขีดจำกัดอยู่ที่ 65,000 ฉบับ บวกกับวีซ่าอีก 20,000 ฉบับสำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่าจากสหรัฐ แต่ความต้องการแรงงานต่างชาติมีมากกว่าจำนวนวีซ่าที่กำหนดไว้มาก ทำให้สำนักตรวจตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐ (USCIS) ต้องใช้วิธีการจับสลาก หรือ Lottery เพื่อสุ่มเลือกผู้สมัครที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอวีซ่า H-1B

จากความต้องการของนายจ้างมีมากกว่าขีดจำกัดดังกล่าวมาก นายจ้างจึงต้องลงทะเบียนแรงงานที่คาดว่าจะได้รับในการจับสลากประจำปี ซึ่งเป็นกระบวนการที่ดำเนินการทางออนไลน์ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป บริษัทต่างๆ ได้ยื่นใบสมัครที่มีสิทธิ์มากกว่า 470,000 ใบสำหรับการจับฉลากวีซ่าประจำปีงบประมาณ 2025

รัฐบาลทรัมป์ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกบ้าง

คาดว่าทรัมป์จะมีคำสั่งโดยตรงให้กระทรวงแรงงานดำเนินการออกกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับแรงงาน H-1B ซึ่งในอดีต ความพยายามที่คล้ายคลึงกันนี้ในการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่จำเป็นสำหรับแรงงาน H-1B ในรัฐบาลทรัมป์ชุดแรกถูกศาลรัฐบาลกลางขัดขวางเนื่องจากการละเมิดขั้นตอน

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิได้ส่งสัญญาณถึงแผนการที่จะออกกฎระเบียบที่เสนอให้ยกเลิกการจับสลากแบบสุ่มเพื่อจัดสรรวีซ่า H-1B แล้ว กลุ่มธุรกิจเคยเตือนว่าข้อเสนอที่จะยุติลอตเตอรีและเปลี่ยนวีซ่าไปทำงานที่มีรายได้สูงกว่าในช่วงสมัยแรกของทรัมป์ จะทำให้การจ้างบัณฑิตต่างชาติที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาในวิทยาลัยของสหรัฐถูกยกเลิก

ข้อโต้แย้งที่สนับสนุนและคัดค้านโครงการวีซ่า H-1B

กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโครงการนี้ แต่ระบุว่าจำเป็นต้องมีการขยายโครงการ เนื่องจากโควตาของวีซ่า H-1B และกรีนการ์ดจำกัดความสามารถในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง ผู้สนับสนุนโครงการนี้อ้างถึงงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ย้ายมาสหรัฐเพื่อศึกษาต่อในระดับวิทยาลัยหรือบัณฑิตศึกษา มอบผลประโยชน์ให้กับประเทศ พวกเขาได้รับการพิสูจน์แล้วว่ายื่นขอจดสิทธิบัตรมากกว่าเพื่อนร่วมอาชีพ และเพิ่มโอกาสให้สตาร์ทอัพได้รับเงินทุนและสิทธิบัตร นวัตกรรมและผลผลิตของพวกเขาได้รับการพิสูจน์แล้วว่านำไปสู่ต้นทุนที่ต่ำลงสำหรับผู้บริโภค

ผู้วิพากษ์วิจารณ์โครงการนี้ทั้งฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย โจมตีโครงการนี้ว่าบ่อนทำลายการจ้างงานแรงงานที่มีทักษะของสหรัฐ

ในเดือนธันวาคม 2024 เกิดการโต้เถียงกันบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ระหว่างพันธมิตรใหม่ของทรัมป์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกับกลุ่มผู้ภักดีต่อทรัมป์ดั้งเดิม เกี่ยวกับข้อดีของวีซ่า H-1B เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากลอร่า ลูเมอร์ ผู้ทรงอิทธิพลฝ่ายขวาและที่ปรึกษาของทรัมป์ ได้วิพากษ์วิจารณ์การแต่งตั้งศรีราม กฤษณัน นักลงทุนร่วมทุนชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย เป็นที่ปรึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ของทรัมป์

กฤษณันเรียกร้องให้มีแรงงานที่มีทักษะจากต่างประเทศมากขึ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของอเมริกา และสนับสนุนการยกเลิกโควตากรีนการ์ดของประเทศ ขีดจำกัดรายปีสำหรับกรีนการ์ดที่ออกโดยการจ้างงานอยู่ที่ 140,000 ใบ และมีเพียง 7% เท่านั้นต่อหนึ่งประเทศ ทำให้เกิดเป็นปัญหาที่ค้างคาอย่างมากในประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก เช่น อินเดีย

อีลอน มัสก์ ซีอีโอเทสลา (Tesla) และสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) สนับสนุนอย่างจริงจังเพื่อปกป้องกฎหมายการเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย เป็นวิธีในการเติมเต็มภาวะขาดแคลนอย่างรุนแรงของบุคลากรที่มีความสามารถในสหรัฐ ขณะเดียวกันก็ดูหมิ่นผู้วิพากษ์วิจารณ์บริษัทนี้ด้วย หลังจากพยายามจำกัดโครงการวีซ่าในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรก ทรัมป์บอกว่าว่าเขาสนับสนุนวีซ่านี้มาโดยตลอดและเคยใช้วีซ่านี้หลายครั้ง

โครงการวีซ่า H-1B มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างในอดีต

ในปี 2024 รัฐบาลไบเดนได้ปรับปรุงระบบลอตเตอรี H-1B ประจำปี เพื่อลดโอกาสของแรงงานที่ประกอบอาชีพอิสระและภาคธุรกิจโฆษณา

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิกล่าวว่า จำนวนผู้ลงทะเบียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2020 อาจเป็นผลมาจากการที่บริษัทต่างๆ สมรู้ร่วมคิดกันเพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกลอตเตอรีโดยปลอมแปลง ด้วยการส่งใบสมัครเข้าทำงานหลายครั้งในนามของแรงงานแต่ละคนที่ไม่มีตำแหน่งหน้าที่ที่แท้จริง การปฏิรูปลอตเตอรี่ทำให้จำนวนผู้ลงทะเบียนลอตเตอรี่ลดลงอย่างมาก แต่จำนวนผู้ลงทะเบียนที่มีสิทธิ์ยังคงสูงกว่าวีซ่าที่มีอยู่อย่างมาก

กฎระเบียบใหม่ยังเพิ่มอำนาจการกำกับดูแลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐ (USCIS) ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดสำหรับนายจ้างในการปฏิบัติตามข้อกำหนดการเยี่ยมสถานที่ทำงาน

คุกคามรูปแบบธุรกิจบริษัทไอทีในอินเดีย

ค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการสมัครวีซ่า H-1B ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทรับจ้างภายนอกของอินเดียที่ใช้โปรแกรมนี้เพื่อส่งวิศวกรไปยังสถานที่ทำงานของลูกค้า

การเปลี่ยนแปลงนโยบายวีซ่านี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและสหรัฐที่ตึงเครียดอยู่แล้วย่ำแย่ลงไปอีก และเกิดขึ้นก่อนหน้าที่ทีมอินเดียจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน เพื่อพยายามหาทางเจรจาการค้าเกี่ยวกับภาษีให้คืบหน้า ภายหลังจากถูกสหรัฐใช้เรียกเก็บภาษี 50 % แบ่งเป็น 25 % เป็นภาษีแบบต่างตอบโต้และที่เหลือเพราะอินเดียซื้อน้ำมันรัสเซียที่ทำสงครามรุกรานยูเครน

กฎใหม่นี้อาจส่งผลเสีย ทำให้บริษัทอเมริกันมีต้นทุนสูงขึ้น และผลักดันให้บริษัทเหล่านี้ขยายศูนย์ศักยภาพระดับโลกในอินเดีย โดยบริษัทต่างๆ รวมถึงไมโครซอฟต์และกูเกิล ต่างก็มีศูนย์ขนาดใหญ่อยู่ในอินเดียอยู่แล้ว

ค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐใหม่นี้จะเป็นค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมปัจจุบัน ซึ่งน้อยกว่ามาก ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสมัครวีซ่า H-1B ปัจจุบันประกอบด้วยค่าธรรมเนียม 215 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,800 บาท) สำหรับการลงทะเบียนลอตเตอรีเท่านั้น และควบคู่กับค่าธรรมเนียมการยื่นเอกสารต่างๆอีก

แรงงานที่เกิดในอินเดียคิดเป็น 72.3% ของผู้รับสิทธิประโยชน์ H-1B ทั้งหมดในปีงบประมาณสหรัฐถึงเดือนกันยายน 2023 ซึ่งรวมถึงการจ้างงานครั้งแรกและการจ้างงานต่อเนื่อง ซึ่งในปีงบประมาณ 2024 บริษัท Infosys Ltd. ได้รับวีซ่า H-1B จำนวน 2,504 ฉบับสำหรับการจ้างงานครั้งแรกและภายใต้กฎระเบียบใหม่ ค่าใช้จ่ายวีซ่าจะสูงถึงอย่างน้อย 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8,000 ล้านบาท)

 

อ้างอิง :

•Bloomberg 1

•Bloomberg 2

•CNN

•CNBC