ทรัมป์ขู่หยุดซื้อน้ำมันปรุงอาหารจากจีน รวมถึงธุรกิจอื่น เอาคืนกรณีบอยคอตถั่วเหลือง
ทรัมป์ขู่ว่าสหรัฐจะหยุดทำการค้าขายน้ำมันปรุงอาหารจากจีน รวมถึงธุรกิจบางอย่างเพื่อเป็นการตอบโต้ที่จีนไม่ซื้อถั่วเหลืองสหรัฐ สุมไฟความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
เมื่อ 14 ตุลาคม เวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐขู่ว่า อาจหยุดค้าขายน้ำมันปรุงอาหารกับจีน รวมถึงธุรกิจบางอย่าง นับเป็นการเอาคืนจีนที่ไม่ซื้อถั่วเหลืองจากเกษตรกรอเมริกัน ความเคลื่อนไหวที่เพิ่มความตึงเครียดล่าสุดต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
ทรัมป์กล่าวว่า การที่จีนไม่ซื้อถั่วเหลืองจากเกษตรกรอเมริกันเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ในทางเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้เกษตรกรที่ปลูกถั่วเหลืองประสบความยากลำบากอย่างจงใจ
“เรากำลังพิจารณายุติการทำธุรกิจกับจีนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปรุงอาหารและส่วนประกอบอื่นๆ ของการค้า เพื่อเป็นการเอาคืน ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถผลิตน้ำมันปรุงอาหารเองได้ง่ายๆ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อจากจีน” ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดีย
ทั้งนี้ น้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว หรือ UCO กลายเป็นประเด็นร้อนในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว โดยการนำเข้าไปผลิตเชื้อเพลิงดีเซลหมุนเวียน ทำให้เกิดความกังวลว่าเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองในอเมริกากำลังพลาดโอกาสรับอุปสงค์ กระทรวงเกษตรสหรัฐระบุว่าการนำเข้าจากจีนพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2024
รัฐบาลไบเดนได้ดำเนินการเพื่อสกัดกั้นการหลั่งไหลของสินค้าราคาถูกรายการนี้จากต่างประเทศ โดยป้องกันไม่ให้สินค้าเหล่านั้นได้รับการลดหย่อนภาษีที่มีมูลค่าสูง และในปีนี้ ทรัมป์ยังได้ดำเนินการยับยั้งการนำเข้า ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมาคมถั่วเหลืองอเมริกันและกลุ่มเกษตรกรอื่นๆ
คำขู่ล่าสุดนี้เป็นตัวอย่างของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนนับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าทำเนียบขาว ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการปะทุของสงครามการค้าอย่างเต็มรูปแบบ
ก่อนหน้านี้ เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐย้ำถึงความหวังที่ว่าการเจรจาด้านภาษีศุลกากรกับรัฐบาลจีนจะยังคงดำเนินต่อไป โดยกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสองประเทศที่ไม่ได้ระบุชื่อได้หารือกันเมื่อ 13 ตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง พร้อมกล่าวว่า ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนยังคงมีหมายกำหนดการที่จะพบกันในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นการพบหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่เมืองคยองจู เกาหลีใต้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคมถึง 1 พฤศจิกายนนี้
หลายฝ่ายจับตาผลการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐและจีนที่กำลังจะมีขึ้นนี้ ว่าจะส่งผลให้สงครามการค้าคลี่คลายลงหรือยกระดับรอบใหม่ เมื่อผู้นำสหรัฐขู่ขึ้นภาษีจีนเพิ่มอีก 100 % และจำกัดการนำส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญทั้งหมด เริ่ม 1 พฤศจิกายน เป็นการตอบโต้ที่จีนยกระดับควบคุมแร่หายาก ซึ่งมีความสำคัญสำหรับหลายอุตสาหกรรมตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงขีปนาวุธ