เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
News ‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
แก้ปัญหาไตรมาส 4
Columns แก้ปัญหาไตรมาส 4
ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
Economic ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
Politics รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
Finance เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
Economic น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

หญิงแกร่ง ขวาจัด ชาตินิยม : ทำความรู้จัก ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกฯหญิงคนแรกญี่ปุ่น

21 ต.ค. 2568 | 15:48น.

หลังจากการโหวตเลือกหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party : LDP) เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา และสามารถรวมเสียงกับพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคอิชิน หรือนวัตกรรมญี่ปุ่น (Japan Innovation) ได้ เมื่อหัวหน้าพรรคอิชินประกาศในวันที่ 20 ตุลาคมว่า ตกลงที่จะจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรค LDP ในวันนี้ ซานาเอะ ทาคาอิจิ กลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น หลังได้เสียงโหวตจาก สส. เกินกึ่งหนึ่ง

เธอเป็นใคร มีรากเหง้ามาจากไหน และภายใต้ความเป็นชาตินิยม เธอมีแนวคิดอย่างไร ประชาชาติธุรกิจ เปิดประวัติ ซานาเอะ ทาคาอิจิ หญิงแกร่งผู้มีแนวคิดชาตินิยมสุดโต่ง

 

ฉันต้องได้เรียน

ซานาเอะ ทาคาอิจิ วัย 64 ปี เกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 1961 ผู้เคารพ บารอนเนส มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ เป็นบุคคลตัวอย่าง และมีเป้าหมายชีวิตในการเป็นสตรีเหล็กแห่งญี่ปุ่น เธอใช้ชีวิตอย่างโลดโผนหลากหลายบทบาทและความสามารถ อีกทั้งขึ้นชื่อว่า ชาตินิยมอย่างสุดโต่ง

ในวัยเด็ก เธอเกิดและเติบโตในจังหวัดนารา จังหวัดท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยป่าเขา ไม่ห่างจากเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโตนัก ในครอบครัวธรรมดาที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองเลย พ่อทำงานกับบริษัทผลิตรถยนต์ในเครือโตโยต้า และแม่รับราชการในกองตำรวจจังหวัดนารา 

หลังจบมัธยมปลายอุเนบิ ในจังหวัดนารา เธอมีคุณสมบัติสามารถเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเคโอและวาเซดะ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในเมืองหลวงอย่างโตเกียว อย่างไรก็ดี พ่อแม่ไม่อนุญาตให้เธอเข้าศึกษาต่อ โดยปฎิเสธที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนหากเธอเลือกมหาวิทยาลัยเคโอหรือวาเซดะ เนื่องจากทั้งสองเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีค่าเทอมแพง ทางครอบครัวจึงอยากเก็บค่าเล่าเรียนเอาไว้ให้กับน้องชายมากกว่า การที่เธอเป็นผู้หญิง ผู้ปกครองมองว่า ไม่จำเป็นต้องเรียนต่อมหาวิทยาลัยก็ได้ 

กระนั้นเธอได้ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ เอกคณิตศาสตร์ธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยโกเบ จังหวัดข้างเคียงแทน โดยต้องเดินทางไปกลับวันละ 6 ชั่วโมง

นอกจากการเรียนแล้ว ทาคาอิจิยังมีความสนใจในเปียโน กลอง ดนตรีเฮฟวีเมทัล และการขี่มอเตอร์ไซค์ ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นมือกลองสมัครเล่น และโด่งดังจากการพกไม้กลองหลายอัน เนื่องจากเธอมักตีกลองอย่างแรงจนไม้หักเสมอ

ปัจจุบัน ในบางครั้งที่เธอเครียดจากการงานหรือชีวิตครอบครัว เธอก็ยังคงลุกขึ้นมาตีกลองเพื่อระบายอารมณ์และความเครียด

(Sanae Takichi)
ทาคาอิจิกับมอเตอร์ไซค์ Kawasaki Z400GP “สุดที่รัก” ของเธอ (Sanae Takichi)

ญี่ปุ่นต้องเข้มแข็ง

ในอีกมุมหนึ่งนักดนตรีเฮฟวีเมทัลสาวผู้นี้กลับสวมสูทสีน้ำเงิน สนใจในการเมือง และเคารพสตรีเหล็ก บารอนเนส มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของสหราชอาณาจักร

หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ในปี 1984 ทาคาอิจิลงทะเบียนเรียนเพิ่มในสถาบันมัตสึชิตะ (Matsushita Institute of Government and Management : MIGM) ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะนักการเมือง ผ่านการฝึกอบรมทางการเมือง อาทิ ความเป็นผู้นำ การพูดในที่สาธารณะ รวมไปถึงแนวคิด “ความรักอันลึกซึ้ง” ที่มีต่อประเทศและประชาชนญี่ปุ่น

ในปี 1987 ช่วงที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐทวีความรุนแรงมากขึ้น ทาคาอิจิต้องการเข้าใจทัศนคติของอเมริกันที่มีต่อชาวญี่ปุ่น เธอได้รับการสนับสนุนจากสถาบันมัตสึชิตะ ย้ายไปทำงานที่สหรัฐในฐานะนักวิจัยรัฐสภา (Congressional Fellow) โดยทำงานให้กับ สส. แพทริเซีย ชโรเดอร์ สมาชิกรัฐสภาจากพรรคเดโมแครต รัฐโคโลราโด ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการวิพากษ์วิจารณ์ญี่ปุ่น

ทว่าเธอสังเกตว่า ชาวอเมริกันมักจะสับสนภาษา หน้าตา และอาหารของชาวญี่ปุ่น จีน และเกาหลี เธอจึงสรุปว่า ตราบใดที่ญี่ปุ่นไม่สามารถปกป้องตนเองได้ ชะตากรรมของประเทศก็จะตกอยู่ภายใต้ความคิดเห็นตื้น ๆ ของสหรัฐตลอดไป

ในปี 1989 ทาคาอิจิเดินทางกลับมาญี่ปุ่น และใช้ความรู้ในการเมืองสหรัฐ ทำงานเป็นนักวิเคราะห์ด้านกฎหมาย พร้อมทั้งเขียนหนังสือจากประสบการณ์ส่วนตัวในสหรัฐ ก่อนที่จะย้ายมาเป็นผู้ประกาศข่าวของ TV Asahi รายการ Kodawari TV Pre-Stage ในเดือนมีนาคม ปีเดียวกัน ร่วมกับไซโตะ เรนโฮ อนาคตนักการเมืองหญิง หัวหน้าฝ่ายค้านพรรคประชาธิปไตย (Democratic Party)

“เธอต้องการทำให้ญี่ปุ่นเข้มแข็งและเจริญรุ่งเรืองเพื่อชาวญี่ปุ่นและเพื่อโลก เธอเปิดรับโลกภายนอก แต่เธอก็เข้าใจด้วยว่าเราต้องเป็นคนญี่ปุ่นที่ดี ต้องรู้จักวัฒนธรรม ประเพณี ปรัชญา และประวัติศาสตร์ของเราเอง” โยชิโกะ ซากุราอิ นักข่าวและนักเคลื่อนไหวชื่อดังที่สนับสนุนทาคาอิจิกล่าว

 

ฝ่าฟันสู่รัฐสภาด้วยแนวคิดชาตินิยม

ในปี 1992 ทาคาอิจิลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกในฐานะผู้สมัครอิสระ ที่เขตเลือกตั้งในจังหวัดนารา บ้านเกิด แต่ไม่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ดี เธอยังคงยืดหยัด จนในปี 1993 เธอสามารถชนะการเลือกตั้งได้สำเร็จในฐานะผู้สมัครอิสระ ก่อนจะเข้าร่วมกับพรรคการเมืองขนาดเล็ก จนกระทั่งในวันที่ 5 พฤศจิกายน 1996 เธอได้ตอบรับการทาบทามจาก โคอิจิ คาโตะ เลขาธิการพรรค LDP ในการเข้าร่วมกับพรรค LDP

ประสบการณ์ครอบครัวและชีวิตส่วนตัวมีผลต่อนโยบายการหาเสียง โดยทาคาอิจิผ่านการแต่งงานและหย่าร้างมาแล้วหลายครั้ง อีกทั้งประสบปัญหาการมีบุตรยาก จนยอมแพ้ไปในที่สุด โดยในปี 2007 เธอกล่าวว่า ตนต้องการให้สังคมต้อนรับผู้หญิงที่มีบุตรยาก เธอสนับสนุนนโยบายการขยายบริการโรงพยาบาลสำหรับสุขภาพสตรี การให้การยอมรับแก่แรงงานในครัวเรือน (แม่บ้าน) และการปรับปรุงการดูแลสำหรับสังคมสูงวัยของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดี ทาคาอิจิมีชื่อเสียงจากการเป็นนักการเมืองหัวอนุรักษนิยมสุดโต่ง ซึ่งคัดค้านกฎหมายอนุญาตให้สตรีที่แต่งงานแล้วยังสามารถใช้ชื่อสกุลเดิมได้ โดยยืนยันว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นการบ่อนทำลายประเพณีครอบครัวแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น อีกทั้งยังต่อต้านการแต่งงานของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศอีกด้วย

เธอเป็นสมาชิกของกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ชาตินิยมสุดโต่ง นิปปอน ไคกิ (Nippon Kaigi) โดยเธอสนับสนุนการศึกษาที่เน้นความรักชาติ และสนับสนุนให้ทบทวนแก้ไขรัฐธรรมนูญสันติภาพของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมาตรา 9 ซึ่งระบุถึงการปฏิเสธสงครามและการห้ามจัดตั้งกองกำลังทหาร

ทาคาอิจิถูกวิพากษ์วิจารณ์จากการไปเยี่ยมศาลเจ้ายาสุกุนิเป็นประจำ เนื่องจากศาลเจ้ายาสุกุนิเป็นสถานที่ซึ่งอุทิศให้กับผู้เสียชีวิต และบุคคลที่ถูกตัดสินว่า กระทำอาชญากรรมสงคราม ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งมองว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของการรุกรานในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

“ทัศนคติของเธอที่มีต่อจีนและเกาหลีก็เป็นที่รับรู้กันอย่างดี แต่เธอก็เข้าใจว่าเธอต้องรักษาสัมพันธภาพที่ดีมากกับทุกประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสหรัฐอเมริกา เนื่องจากทุกประเทศต่างมีผลกระทบอย่างสูง ในฐานะจุดหมายปลายทางการส่งออกที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น” เคอิ โอคามูระ กรรมการผู้จัดการและผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ Neuberger Berman กล่าวกับ CNBC 

 

หนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษที่รายงานว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรค LDP ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น (REUTERS/Manami Yamada)

สังคมชายเป็นใหญ่

หลังดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทาคาอิจิต้องเจอกับความโดดเดี่ยวในการเป็นผู้หญิงในแวดวงการเมือง เธอเล่าว่า บางครั้งเพื่อนร่วมงานชายก็ไม่ให้ความสำคัญกับเธอ พวกเขามักจะเสวนากันที่โรงเซาน่าและสโมสรทางสังคม ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งไม่สะดวกที่จะพบปะกับ สส.หญิง

เธอให้สัมภาษณ์กับเอพี (AP) ในปี 1993 ว่า เป็นเรื่องยากจริง ๆ ที่ผู้หญิงจะพบปะกับผู้ชายแบบตัวต่อตัว ผู้คนกำลังเฝ้าดูอยู่ และดิฉันไม่ต้องการให้เกิดเรื่องอื้อฉาวแปลก ๆ ขึ้นมา เราจึงไม่สามารถหารือกันหลังเวลา 17.00 น.ได้

 

ในปี 1998 ทาคาอิจิ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม ภายใต้รัฐบาลเคโซ โอบุจิ ก่อนที่ในปี 2002 เธอจะได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีโคอิซุมิ จุนอิจิโร่ ผู้ก่อตั้งยุทธศาสตร์ Cool Japan (2003) ซึ่งเร่งขยายการเติบโตของวัฒนธรรมพ็อปคัลเจอร์ อาทิ การ์ตูน ภาพยนตร์ และเกม กระตุ้นให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีความเข้มแข็งมากขึ้นผ่านซอฟต์พาวเวอร์

เธอเป็นลูกศิษย์คนสำคัญของ ชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ผู้ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดถึง 7 ปี 8 เดือน ก่อนจะถูกลอบสังหารในวันที่ 8 กรกฎาคม 2022 ด้วยวัย 67 ปี ทาคาอิจิดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่งในสมัยของอาเบะ อีกทั้งยังถูกยกย่องว่า เป็นสาวกของอาเบะโนมิกส์ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่ใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจญี่ปุ่น เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายเชิงรุกและนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย

ในปี 2021 ทาคาอิจิเข้าแข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำพรรค LDP เป็นครั้งแรก แต่พ่ายแพ้ให้กับฟูมิโอะ คิชิดะ อย่างไรก็ดี เธอพยายามอีกครั้งในปี 2024 ซึ่งคราวนี้เธอเป็นผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดในการลงคะแนนรอบแรก แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับชิเงรุ อิชิบะ

จนกระทั่งหลังจากที่ชิเงรุ อิชิบะ ประกาศลาออกในวันที่ 7 กันยายน ทาคาอิจิได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค LDP คนใหม่ ในวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่าน และก้าวสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในที่สุด

 

อดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และซานาเอะ ทาคาอิจิ ขณะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 (Asahi Shimbun file photo)

 

ความแข็งแกร่งของชาติผ่านเศรษฐกิจ

จากเว็บไซต์ส่วนตัว ทาคาอิจิระบุว่า ความแข็งแกร่งของชาติประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ การป้องกันประเทศ การทูต เศรษฐกิจ เทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสาร และทรัพยากรมนุษย์ โดยเธอจะพัฒนานโยบายที่จำเป็นเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์ประกอบเหล่านี้ โดย “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” เป็นพื้นฐานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทั้ง 6 ด้านนี้

เพื่อขยายขนาดเศรษฐกิจญี่ปุ่น เธอเรียกร้องการลงทุนเพื่อการเติบโต ในฐานะการสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่มีโอกาสชนะในเศรษฐกิจโลก ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีที่ญี่ปุ่นมีความได้เปรียบมาประยุกต์ใช้ในสังคม

อีกทั้งทาคาอิจิยังระบุจุดยืนทางการเมืองของ 2 ข้อดังนี้

1.นิติบัญญัติ

ดิฉันมั่นใจและภาคภูมิใจ ในการวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลความเสี่ยงที่ญี่ปุ่นอาจเผชิญก่อนใครและเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงเหล่านั้นด้วยการกำหนดกฎหมาย

ที่ผ่านมา ดิฉันมีผลงานเกี่ยวกับการร่างกฎหมายจำนวนมาก อย่างไรก็ดี เราต้องเผชิญกับข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในกระบวนการนิติบัญญัติ ดิฉันจึงมีความมุ่งมั่นที่จะประกาศใช้ “รัฐธรรมนูญแห่งประเทศญี่ปุ่นฉบับใหม่” และจะทุ่มเทความพยายามในการดำเนินการร่างกฎหมายต่อไป

2.มั่นคงในความเชื่อ และต่อต้านประชานิยม (Populism)

ดิฉันจะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาของรัฐบาลพรรค LDP ที่ใช้หาเสียงในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด และมั่นคงในสัญญาที่ดิฉันได้ให้ไว้ในฐานะผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างซื่อสัตย์ อย่างไรก็ดี ในรัฐสภา มีนโยบายจำนวนมากที่ต้องตัดสินใจเกิดขึ้นทุกวัน ในการตัดสินใจในส่วนที่ไม่ได้ระบุในแถลงการณ์ของรัฐบาล ดิฉันจะยึดมั่นในความเชื่อตามหลักพื้นฐานที่ได้ให้ไว้ขณะหาเสียง ในฐานะผู้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

ดิฉันขอเรียนว่า บางครั้งอาจมีการตัดสินใจที่แตกต่างไปจากแนวโน้มความคิดเห็นสาธารณะ แต่สำหรับทุก ๆ เรื่อง ดิฉันจะพยายามรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สอบถามความคิดเห็นจากผู้ที่อยู่ในสถานะที่หลากหลาย และไม่ละเลยที่จะใช้มุมมองที่หลากหลาย เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ในการสร้างผลประโยชน์สูงสุดแก่รัฐและประชาชน

ในทุกการตัดสินใจ ดิฉันจะคิดถึง “ยุคสมัยถัดไป” มากกว่าการเลือกตั้งครั้งถัดไป

 

อ้างอิง : CNN, BBC, CNBC, The New York Times, Sanae Takaichi