ทรัมป์มีกำหนดพบหารือสี จิ้นผิง ผู้นำจีน นอกรอบการประชุมเอเปคที่เกาหลีใต้ ผู้นำสหรัฐหวังชัยชนะที่รวดเร็ว อาจขยายระยะเวลาพักรบสงครามภาษี ด้านนักวิเคราะห์มองสหรัฐอาจยอมประนีประนอมข้อเรียกร้องของจีน รวมถึงเรื่องการเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐตั้งเป้าที่จะคว้าชัยชนะอย่างรวดเร็วในการประชุมหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน นอกรอบการประชุมความร่วมมือเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ในวันที่ 30 ตุลาคม 2025 ที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยมุ่งหวังที่จะขยายเวลาการระงับเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนที่สูงขึ้นออกไป เพื่อแลกกับข้อเสนอผ่อนปรนบางอย่าง
ทำเนียบขาวประกาศอย่างเป็นทางการว่า ทรัมป์ และสี จิ้นผิง จะพบกันในวันพฤหัสบดีหน้า การพบปะกันครั้งนี้จะเป็นการเจอหน้ากันครั้งแรกของผู้นำทั้งสอง นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมามีอำนาจในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเกิดขึ้นในขณะที่ข้อตกลงสงบศึกทางการค้าระหว่างสองชาติมาหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับหนึ่งและสองของโลกกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้
ทรัมป์กล่าวว่าการเจรจาโดยตรงกับสี จิ้นผิง เป็นหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาที่ยังคงค้างคาระหว่างสองประเทศ ซึ่งรวมถึงภาษีศุลกากร การควบคุมการส่งออก และประเด็นขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ไต้หวัน
ทรัมป์ต้องการให้สี จิ้นผิง กลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐอีกครั้ง ปราบปรามเฟนทานิล และผ่อนคลายข้อจำกัดในการส่งออกแร่หายาก ขณะเดียวกัน ก็ยังคงรักษาอุปสรรคทางการค้าบางประการไว้
“ผมคิดว่าเราจะบรรลุข้อตกลงในทุกเรื่อง” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในสัปดาห์นี้
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าข้อตกลงใด ๆ ที่บรรลุในการประชุมสุดยอดครั้งนี้จะช่วยลดความตึงเครียดลงได้ แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุม รวมถึงความขัดแย้งหลัก ๆ ระหว่างสองประเทศได้
“ทั้งสองฝ่ายต่างแสวงหาเสถียรภาพในความสัมพันธ์อย่างชัดเจน” เฮนเรียตตา เลวิน อดีตที่ปรึกษาประจำทำเนียบขาวประจำจีน ซึ่งปัจจุบันประจำอยู่ที่ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศกล่าว
ความกระหายของทรัมป์ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เขาสามารถเอาไปขายได้ในฐานะชัยชนะนั้น มีความเสี่ยงที่เขาอาจยอมจำนนต่อข้อเรียกร้องสำคัญ ๆ ของจีน ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง และสถานะของไต้หวันที่ปกครองตนเอง ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะประนีประนอมในลักษณะเช่นนี้ออกไป
ถึงกระนั้นก็ยังไม่น่าเป็นไปได้ที่ผู้นำสหรัฐจะยอมเสียเปรียบในประเด็นเหล่านี้มากนัก เมื่อพิจารณาถึงปัญหาความมั่นคงแห่งชาติและปัญหาทางการเมืองภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้โอกาสในการเจรจาต่อรองครั้งใหญ่ที่จะทำให้ตลาดมั่นใจว่าสงครามการค้าจะไม่เกิดขึ้นจริงนั้นลดน้อยลง
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้เสนอข้อตกลงเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ และแสดงความปรารถนาที่จะโน้มน้าวให้สี จิ้นผิง กดดันประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ให้ยุติการรุกรานยูเครน ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวจะยิ่งตอกย้ำความน่าเชื่อถือในการสร้างสันติภาพของทรัมป์ หลังจากการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาส
สัปดาห์หน้าประธานาธิบดีสหรัฐเยือนชาติเอเชีย 3 ประเทศ โดยเริ่มเดินทางในวันศุกร์นี้ (24 ตุลาคม) ตามเวลาสหรัฐ เรียงตามลำดับ ได้แก่ มาเลเซียเพื่อประชุมอาเซียนซัมมิต ญี่ปุ่นเพื่อประชุมทวิภาคีในห้วงที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเพิ่งดำรงตำแหน่ง และเกาหลีใต้เพื่อประชุมเอเปค