ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 30 ตุลาคม 2025 เวลา 12.07 น. และอัพเดตเมื่อเวลา 15.40 น.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลดภาษีเฟนทานิลจีนลง 10% จนขณะนี้ภาษีนำเข้าจากจีนอยู่ที่ 47% จาก 57% ด้านสี จิ้นผิง ลดอุปสรรคส่งออกแร่หายาก ในการหารือผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าที่นครปูซาน เกาหลีใต้
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานผลการหารือเบื้องต้นระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่สนามบินนานาชาติกิมแฮ นครปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ นอกรอบการประชุมเอเปค ช่วงเช้าของวันที่ 30 ตุลาคม เวลาท้องถิ่น หลังเจอกันตัวต่อตัวครั้งล่าสุดเมื่อราว 6 ปีก่อน หรือปี 2019
ล่าสุดการหารือเสร็จสิ้นแล้ว หลังพูดคุยกันนานราว 90 นาที หรือราว 1 ชั่วโมงครึ่ง
ผู้นำสหรัฐให้สัมภาษณ์สื่อบนเครื่องบินขณะเดินทางออกจากประเทศเกาหลี ผลหารือสำคัญที่ทราบจนถึงตอนนี้คือ 1) ขยายระยะเวลาข้อตกลงสงบศึกการค้าที่จะไม่กลับไปสู่การขึ้นภาษีตอบโต้กันไปมา ซึ่งเดิมมีกำหนดหมดอายุวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ โดยสองฝ่ายเห็นพ้องตกลงในกรอบการทำงานเพื่อป้องการขึ้นภาษีครั้งใหญ่ในอนาคตแทน 2) การลดภาษีเฟนทานิล 10% จาก 20% หรือลดลงครึ่งหนึ่ง 3) การยกเลิกอุปสรรคใด ๆ จากจีนในการส่งออกแร่หายาก (แรร์เอิร์ท) แลกกับที่สหรัฐจะยกเลิกการเพิ่มข้อจำกัดต่อบริษัทจีน 4) จีนเริ่มกลับมาซื้อถั่วเหลืองสหรัฐทันที รวมถึงซื้อข้าวฟ่างและสินค้าเกษตรอื่นๆที่ผู้นำสหรัฐอ้างว่า ในจำนวนมหาศาล 5) ความร่วมมือในสงครามยูเครน 6) ทรัมป์จะเดินทางไปเยือนจีนในเดือนเมษายนปี 2026 และสี จิ้นผิงจะเยือนสหรัฐหลังจากนั้น
ต่อมา เกี่ยวกับการส่งออกแร่หายาก ฝ่ายจีนแจ้งว่า ระงับมาตรการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากตามแผนเป็นเวลาหนึ่งปี
จีนระงับแผนการขยายการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายาก เพื่อบรรเทาปัญหาให้กับผู้ซื้อทั่วโลกหลังจากผ่านปีที่ผันผวน ซึ่งให้เวลาประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ต่างๆมากขึ้นในการรับมือกับอิทธิพลของจีนในอุตสาหกรรมแร่หายาก
กระทรวงพาณิชย์จีนระบุในแถลงการณ์บนเว็บไซต์ว่า “การควบคุมการส่งออกที่ประกาศเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมจะถูกระงับไว้เป็นเวลา 1 ปี หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้พบปะกันเพื่อบรรลุข้อตกลงทางการค้าที่เกาหลีใต้”
ส่วนในเรื่องชิปของเอ็นวิเดีย ทางจีนจะหารือกับเอ็นวิเดียและบริษัทอื่นๆเกี่ยวกับการนำเข้า แต่ไม่รวมถึงชิปแบล็กเวลล์ (Blackwell chip)
อย่างไรก็ดี ทรัมป์ระบุว่า ไม่มีการหารือประเด็นไต้หวัน ซึ่งมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า จีนต้องการให้สหรัฐ “คัดค้าน” เอกราชของไต้หวัน
โดยรวมแล้ว ทรัมป์ดูมีชีวิตชีวามากในการให้สัมภาษณ์กับสื่อบนเครื่องบิน เขาให้คะแนนการพบปะกับสี จิ้นผิง 12 จาก 10 คะแนน และกำลังพูดถึงคำมั่นสัญญาการลงทุนจากหลายประเทศระหว่างการเดินทางเยือนเอเชียครั้งนี้
“ผมคิดว่ามันเป็นการประชุมที่ยอดเยี่ยม” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าว พร้อมเสริมว่าภาษีสำหรับการนำเข้าของจีนจะลดลงเหลือ 47% จาก 57% เพื่อแลกกับการที่ปักกิ่งกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐอีกครั้ง พร้อมทั้งรักษาการส่งออกแร่หายากให้ลื่นไหล และปราบปรามการค้าเฟนทานิลที่ผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ ภาษี 47% มาจากภาษีเฟนทานิล 10% ภาษีฐาน 10% และที่เหลือเป็นภาษีสมัยทรัมป์ 1.0
นับเป็นความคืบหน้าอย่างมากในการเจรจาต่อรองการค้าระหว่างสหรัฐและจีน