Skip to content

สหรัฐอาจไฟเขียว ส่งชิปเอไอ H200 ให้จีน

24 พ.ย. 2568 | 17:51น.
สหรัฐอาจไฟเขียว ส่งชิปเอไอ H200 ให้จีน

แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังทบทวนนโยบายการห้ามส่งออกชิปเอไอ H200 ของเอ็นวิเดียให้แก่จีน

รอยเตอร์ (Rueters) รายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า รัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กำลังพิจารณาอนุมัติการขายชิปปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) รุ่น H200 ของเอ็นวิเดีย (Nvidia) ไปยังจีน โดยกล่าวว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ซึ่งกำกับดูแลและควบคุมการส่งออกกำลังทบทวนเปลี่ยนแปลงนโยบายห้ามขายชิป H200 ไปยังจีน โดยเน้นย้ำว่าแผนดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว แต่ได้กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกของอเมริกาและปกป้องความมั่นคงของชาติ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว เช่นเดียวกับบริษัทเอ็นวิเดีย ซึ่งระบุเพียงว่ากฎระเบียบในปัจจุบันของสหรัฐไม่อนุญาตให้บริษัทเสนอขายชิปเอไอที่มีความสามารถสูงให้แก่จีนได้

หลังจากที่ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เจรจาหารือพักศึกการค้าและเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา นอกรอบการประชุมเอเปค เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ สัญญาณความเป็นมิตรก็ปรากฎขึ้น แม้ฝ่ายค้านสหรัฐจะกังวลว่า การจัดส่งชิปเอไอที่ทันสมัยกว่าไปยังจีนจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพจีน ซึ่งเป็นความกังวลเดียวกับที่ทำให้อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ต้องกำหนดข้อจำกัดในการส่งออกชิป

ชิป H200 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2023 และเป็นชิปเรือธงของเอ็นวิเดีย มีหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงถึง 141 จิกะไบต์ เพิ่มขึ้นจาก 80 จิกะไบต์ในชิป H100 ซึ่งเป็นรุ่นก่อน ทำให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้เร็วขึ้น 

คาดว่าชิป H200 จะมีประสิทธิภาพสูงเป็นสองเท่าของชิป H20 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นลดสเป็ก โดยขณะนี้ H20 เป็นชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ทันสมัยที่สุด ซึ่งสหรัฐอนุญาตให้สามารถส่งออกไปยังจีนได้อย่างถูกกฎหมาย

 

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจนเซน หวง ซีอีโอของเอ็นวิเดีย ซึ่งเคยยกย่องว่าทรัมป์เป็น ‘คนที่ยอดเยี่ยม’ เป็นหนึ่งในแขกที่ได้รับเชิญไปทำเนียบขาว ระหว่างการเยือนของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศในสัปดาห์นี้ว่า อนุมัติการจัดส่งชิป Nvidia Blackwell ซึ่งเป็นชิปปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ของเอ็นวิเดีย จำนวนสูงสุด 70,000 ตัว ให้แก่บริษัท Humain ของซาอุดีอาระเบีย และบริษัท G42 ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์