ทรัมป์ปรับกฏ ‘วีซ่า’ เข้าอเมริกา ต้องส่งประวัติโซเชียลย้อนหลัง 5 ปี
รัฐบาลทรัมป์ ออกมาตรการใหม่ บังคับให้ผู้เดินทางเข้าสหรัฐจากหลายสิบประเทศต้องเปิดเผยประวัติการใช้โซเชียลมีเดียและข้อมูลการติดต่อย้อนหลัง 5 ปี เพื่อใช้ในการพิจารณาอนุญาตเข้าประเทศ
ตามเอกสารของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) สหรัฐระบุว่า ผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐภายใต้โครงการยกเว้นวีซ่า (ESTA) จาก 42 ประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น และอื่น ๆ จะต้องให้ข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดียย้อนหลัง 5 ปี หมายเลขโทรศัพท์ที่เคยใช้ในช่วง 5 ปี และอีเมล์ย้อนหลังถึง 10 ปี ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นขอ ESTA
กลุ่มผู้สนับสนุนเสรีภาพเตือนว่า มาตรการดังกล่าวสุดท้ายแล้วอาจนำไปสู่การ “เซ็นเซอร์ตัวเอง” ของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์หรือรัฐบาลสหรัฐในอดีต
เจมิมาห์ สไตน์เฟลด์ ประธานองค์กร Index on Censorship ในอังกฤษ ระบุว่า นี่คือการละเมิดเสรีภาพอย่างร้ายแรง และตั้งคำถามว่า การอนุญาตเข้าประเทศจะขึ้นอยู่กับว่าผู้เดินทาง “พูดอวย” ถึงผู้นำสหรัฐหรือไม่ พร้อมชี้ว่านี่คงไม่ต่างจากการฟิลเตอร์ตเอง ส่อพฤติกรรมเซ็นเซอร์และหลบหลีกในท้ายที่สุด
ด้าน Amnesty International UK (องค์การนิรโทษกรรมสากล) มองว่า มาตรการนี้เกินกว่าเหตุ และไม่สอดคล้องกับความจำเป็นด้านความมั่นคงของชาติ ขณะที่ Big Brother Watch ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐยุคนี้คือบ่อนทำลายสิทธิพลเมืองภายใต้ข้ออ้างด้านความมั่นคง
นักวิจารณ์ในยุโรปยังชี้ว่าแผนการดังกล่าวย้อนแย้งกับท่าทีของทรัมป์ที่เพิ่งวิจารณ์สหภาพยุโรปกรณีปรับแพลตฟอร์ม X ของอีลอน มัสก์ ทำสมาชิกรัฐสภายุโรปประณามว่า มาตรการตรวจโซเชียลของสหรัฐถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่า นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อความปลอดภัยของประเทศ โดยกล่าวว่า “สหรัฐต้องมั่นใจว่าจะไม่เปิดประตูให้คนที่ไม่เหมาะสมเข้ามา”