เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศิริกัญญา ชี้ “เออร์ลี่รีไทร์” แค่ปะผุ จี้ รบ.ปฏิรูปทั้งระบบ เริ่มจากลดงาน
Politics ศิริกัญญา ชี้ “เออร์ลี่รีไทร์” แค่ปะผุ จี้ รบ.ปฏิรูปทั้งระบบ เริ่มจากลดงาน
สั่งชันสูตรลูกพะยูนตาย เร่งถอดบทเรียน ยกระดับช่วยสัตว์ทะเลหายาก
Economic สั่งชันสูตรลูกพะยูนตาย เร่งถอดบทเรียน ยกระดับช่วยสัตว์ทะเลหายาก
“สุชาติ” สั่งลุยสอบน้ำเสียอ่างดอกกราย เร่งหาต้นตอ เอาผิดหากพบปล่อยน้ำเสีย
Economic “สุชาติ” สั่งลุยสอบน้ำเสียอ่างดอกกราย เร่งหาต้นตอ เอาผิดหากพบปล่อยน้ำเสีย
ไทยเปิดเกม ดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศครั้งแรก “ศุภจี” หนุนต่อยอดสู่การค้าโลก
Economic ไทยเปิดเกม ดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศครั้งแรก “ศุภจี” หนุนต่อยอดสู่การค้าโลก
แสนสิริ X แบงก์กรุงเทพ หนุนสินเชื่อสีเขียว ‘ดีคอนโด โคฟ ภูเก็ต’ คอนโดต้นแบบความยั่งยืน
Real Estate แสนสิริ X แบงก์กรุงเทพ หนุนสินเชื่อสีเขียว ‘ดีคอนโด โคฟ ภูเก็ต’ คอนโดต้นแบบความยั่งยืน
ไทยลุยจัด ‘พืชสวนโลก 2572’ ‘สุริยะ’ สั่งเร่งทุกขั้นตอน ปักหมุดเวทีโลก
Economic ไทยลุยจัด ‘พืชสวนโลก 2572’ ‘สุริยะ’ สั่งเร่งทุกขั้นตอน ปักหมุดเวทีโลก
ผู้ผลิตไข่ไก่ ตรึงราคาหลังขึ้น 20 สตางค์ ย้ำของไม่ขาด-ห้างจัดโปรช่วยประชาชน
Economic ผู้ผลิตไข่ไก่ ตรึงราคาหลังขึ้น 20 สตางค์ ย้ำของไม่ขาด-ห้างจัดโปรช่วยประชาชน
“วัชระพล” สั่ง อ.ส.ค. เคลียร์หนี้ค่าน้ำนมดิบ เร่งทำไทม์ไลน์จ่ายเงิน-ตั้งทีมฟื้นองค์กร
Economic “วัชระพล” สั่ง อ.ส.ค. เคลียร์หนี้ค่าน้ำนมดิบ เร่งทำไทม์ไลน์จ่ายเงิน-ตั้งทีมฟื้นองค์กร
ชงแนวคิดสอบ ก.พ. ภาค​ ก. ผ่าน e-Exam​ คาดอีก 2-3 ปี ทำได้จริง
Politics ชงแนวคิดสอบ ก.พ. ภาค​ ก. ผ่าน e-Exam​ คาดอีก 2-3 ปี ทำได้จริง
กรมขนส่ง จับปรับรถบรรทุกจีนวิ่งนอกเส้นทาง โผล่ล้งทุเรียนชุมพร สารภาพขับตาม GPS
Economic กรมขนส่ง จับปรับรถบรรทุกจีนวิ่งนอกเส้นทาง โผล่ล้งทุเรียนชุมพร สารภาพขับตาม GPS
ดูทั้งหมด

ลบ-คืน วุ่น ! ถอดรูป “ทรัมป์” ในคดี “เอปสตีน” แจงแค่ตรวจซ้ำ-กันเหยื่อเสียหาย

22 ธ.ค. 2568 | 17:08น.

รองอธิบดีอัยการสหรัฐ แจงวุ่น ปมสั่งลบภาพ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ออกจากไฟล์คดีฉาว ‘เจฟฟรีย์ เอปสตีน’ บนเว็บไซต์กระทรวง ระบุทำไปเพราะกังวลเรื่องสิทธิเหยื่อ ก่อนตรวจสอบชัดไม่พบความเชื่อมโยง จึงนำกลับมาโพสต์ใหม่ ด้าน สส.เดโมแครตซัดนัว ตั้งคำถามมีเงื่อนงำซ่อนเร้นหรือไม่

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม สำนักข่าว BBC รายงานว่า รายการเอกสารจากแฟ้มคดีเอปสตีน รวมถึงภาพถ่ายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ถอดออกจากเว็บไซต์ โดยรองอธิบดีอัยการสูงสุดเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า (21 ธ.ค.) เป็นเพราะข้อกังวลที่ได้รับแจ้งจากกลุ่มเหยื่อ

ทอดด์ แบลนซ์ รองอธิบดีอัยการสูงสุด ระบุว่า ภาพของนายทรัมป์ได้รับการนำกลับมาแสดงใหม่อีกครั้งหลังจากผ่านการตรวจสอบแล้ว

ทั้งนี้ แบลนซ์ได้ปฏิเสธข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่า การถอดภาพดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับตัวประธานาธิบดีสหรัฐ โดยชี้แจงว่าภาพที่มีทรัมป์ปรากฏอยู่นั้น ยังมีภาพของผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ถูกเซ็นเซอร์รวมอยู่ด้วย

รายงานระบุว่า มีไฟล์เอกสารอย่างน้อย 13 รายการ จากจำนวนหลายพันรายการที่เกี่ยวข้องกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีทางเพศที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งเพิ่งเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ ได้หายไปจากหน้าเว็บไซต์โดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ จนถึงวันเสาร์ที่ผ่านมา

ด้านสมาชิกพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร ตั้งคำถามถึงการหายไปของภาพถ่ายดังกล่าว โดยโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียจี้ถาม แพม บอนได รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐว่า “ยังมีอะไรที่ปกปิดอยู่อีกหรือไม่ ?”

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DOJ) ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ ชี้แจงว่าภาพของนายทรัมป์ถูกชี้เป้าโดยสำนักงานอัยการเขตใต้แห่งนิวยอร์ก “เพื่อพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมในการปกป้องเหยื่อ”

โดยระบุเสริมว่า ภาพดังกล่าวถูกนำออกไปเพียงชั่วคราวเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม “ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง”

“ภายหลังการตรวจสอบ พบว่าไม่มีหลักฐานว่ามีเหยื่อในคดีเอปสตีนปรากฏอยู่ในภาพถ่ายดังกล่าว จึงได้มีการนำกลับมาโพสต์ใหม่โดยไม่มีการแก้ไขหรือถมดำใด ๆ ทั้งสิ้น” กระทรวงยุติธรรมระบุ

ภาพดังกล่าวได้รับการกู้คืนกลับมาในช่วงเช้าวันอาทิตย์ สามารถเข้าถึงได้ผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ ส่วนไฟล์อื่น ๆ ที่หายไปนั้นยังไม่ถูกนำกลับมาขึ้นเว็บไซต์จนถึงช่วงเย็นวันเดียวกัน

แบลนซ์ให้สัมภาษณ์กับ NBC News ว่า ข้อเสนอที่ว่าภาพถูกถอดออกเพราะทรัมป์นั้นเป็นเรื่องไม่จริง และย้ำว่า “มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีทรัมป์เลย”

“มีภาพถ่ายของประธานาธิบดีทรัมป์คู่กับนายเอปสตีนที่ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะไปแล้วนับสิบ ๆ ภาพ” แบลนซ์กล่าว

เขาเสริมว่า “ดังนั้น ความคิดที่ว่าเราจะดึงภาพถ่ายเพียงใบเดียวออกเพียงเพราะมีประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ในนั้น จึงเป็นเรื่องที่ฟังดูตลกสิ้นดี”

แบลนซ์อ้างถึงคำสั่งของผู้พิพากษาในนิวยอร์ก

“เขาสั่งให้พวกเราต้องรับฟังเหยื่อหรือกลุ่มสิทธิเหยื่อหากพวกเขามีข้อกังวล” ซึ่งเป็นเหตุผลเบื้องหลังการถอดไฟล์บางส่วนที่เคยโพสต์ไปแล้วออกไป

“มีภาพถ่ายจำนวนหนึ่งที่ถูกดึงออกหลังจากที่มีการเผยแพร่ไปเมื่อวันศุกร์” เขากล่าว

ทั้งนี้ ทรัมป์ได้ยืนยันปฏิเสธความเกี่ยวข้องในการกระทำผิดใด ๆ กับเอปสตีนมาโดยตลอด และยังไม่เคยถูกกล่าวหาว่ามีความผิดทางอาญาจากเหยื่อของเอปสตีนแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีข้อบ่งชี้ว่าภาพถ่ายเหล่านี้แสดงถึงการทำความผิด

กระทรวงยุติธรรมตกเป็นเป้าโจมตีอยู่ก่อนแล้ว จากการที่ไม่สามารถเปิดเผยไฟล์ทั้งหมดได้ทันกำหนดเส้นตายในวันศุกร์ตามที่กฎหมายกำหนด

เอกสารของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งประกอบด้วยภาพถ่าย วิดีโอ และวัสดุการสืบสวนที่เชื่อมโยงกับเอปสตีน เป็นสิ่งที่ถูกจับตามองอย่างมาก หลังจากสภาคองเกรสผ่านกฎหมายบังคับให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดภายในวันศุกร์ที่ผ่านมา

โธมัส แมสซี สส.รีพับลิกันจากเคนทักกี ซึ่งเป็นแกนนำในการเรียกร้องให้เปิดเผยไฟล์ดังกล่าว แสดงความผิดหวังต่อรัฐบาลทรัมป์ โดยยืนยันว่าเป้าหมายของเขาคือการคืนความยุติธรรมให้แก่เหยื่อ

เขาระบุว่ากำลังร่างคำร้องพิจารณาโทษฐานละเมิดอำนาจสภาต่ออัยการสูงสุด แพม บอนได

“พวกเขากำลังดูหมิ่นทั้งเจตนารมณ์และตัวบทกฎหมาย…ท่าทีที่พวกเขาแสดงออกมาช่างน่ากังวลอย่างมาก ผมจะไม่หยุดจนกว่ากลุ่มผู้รอดชีวิตจะรู้สึกเป็นธรรม” แมสซีกล่าวกับ CBS News

สำหรับภาพที่อยู่ในไฟล์ที่ถูกถอดออกไปนั้น แสดงให้เห็นโต๊ะทำงานในบ้านของเอปสตีนที่มีลิ้นชักเปิดอยู่ ภายในเต็มไปด้วยภาพถ่ายอื่น ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นภาพของประธานาธิบดีทรัมป์ถ่ายคู่กับเอปสตีน พร้อมด้วยเมลาเนีย ทรัมป์ และกิสเลน แมกซ์เวลล์ คู่หูของเอปสตีนที่ถูกตัดสินจำคุกไปแล้ว นอกจากนี้ยังเห็นภาพถ่ายในกรอบตั้งอยู่บนหลังโต๊ะด้วย

ไฟล์ที่หายไป 10 รายการ ประกอบด้วยภาพที่แสดงให้เห็นห้องลักษณะเดียวกัน คือห้องนวดขนาดเล็กที่มีภาพเขียนก้อนเมฆบนเพดาน และวอลเปเปอร์ลวดลายสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยภาพนู้ดจำนวนมาก โดยมีทั้งภาพถ่ายและงานศิลปะ

ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ปรากฏบนผนังถูกถมดำปิดบังใบหน้า อย่างไรก็ตาม มีใบหน้าหนึ่งที่ถูกถมดำในไฟล์ไฟล์หนึ่ง แต่กลับเห็นได้ชัดเจนในไฟล์อื่นอีก 3 แห่ง ขณะที่ใบหน้าของอีกคนหนึ่งไม่ถูกถมดำเลยในทุกไฟล์ แม้กระทั่งในภาพเขียนที่เป็นบุคคลคนเดียวกันก็มองเห็นได้ชัด

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการกำกับดูแลจากพรรคเดโมแครตที่ตั้งข้อสงสัยเรื่องการถอดไฟล์ ได้โพสต์ภาพทรัมป์ที่หายไปลงในโซเชียลมีเดีย พร้อมถามอัยการสูงสุด แพม บอนได ว่าจริงหรือไม่ที่ภาพนี้ถูกถอดออก

“มีอะไรที่ถูกปกปิดอยู่อีกหรือไม่ ? เราต้องการความโปร่งใสเพื่อประชาชนชาวอเมริกัน” คณะกรรมาธิการระบุ

ใครและอะไรที่อยู่ในแฟ้มลับเอปสตีน ?

การถอดไฟล์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความระแวงต่อรัฐบาลสหรัฐ และสิ่งที่เรียกว่า “แฟ้มลับเอปสตีน” กำลังเพิ่มสูงขึ้น

เอกสารที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อวันศุกร์ เป็นผลมาจากกฎหมายของสภาคองเกรสที่บีบให้กระทรวงยุติธรรมต้องเปิดเผยข้อมูล

ขณะที่กระทรวงยุติธรรมระบุว่าจะปฏิบัติตามคำร้องของสภาคองเกรสในการเปิดเผยเอกสาร แต่มีข้อกำหนดบางประการ อาทิ ต้องปิดบังข้อมูลที่ระบุตัวตนของเหยื่อ สื่อที่แสดงถึงการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก สื่อที่แสดงถึงการทำร้ายร่างกาย บันทึกใด ๆ ที่จะ “ส่งผลเสียต่อการสืบสวนของรัฐบาลกลางที่ยังดำเนินอยู่” หรือเอกสารลับที่ต้องเก็บงำเพื่อปกป้อง “การป้องกันประเทศหรือนโยบายต่างประเทศ”

ทว่า เอกสารจำนวนมากที่ถูกปล่อยออกมากลับมีการปิดบังข้อมูลอย่างหนัก

ข้อมูลหลักฐานใหม่เกี่ยวกับอาชญากรรมของเอปสตีนยังมีอยู่อย่างจำกัด และรายละเอียดบันทึกภายในของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการตัดสินใจสั่งฟ้องคดี ก็ไม่ถูกรวมอยู่ในไฟล์ที่เปิดเผยออกมาในครั้งนี้แต่อย่างใด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์