เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

วิกฤตหอยนางรมญี่ปุ่น ตายเป็นใบไม้ร่วง ลากยาวถึงปีหน้า

26 ธ.ค. 2568 | 08:30น.

ญี่ปุ่นเผชิญปัญหาใหญ่ระดับชาติ เมื่อหอยนางรมเลี้ยง สัตว์เศรษฐกิจรสโอชาตายเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่เริ่มฤดูเก็บเกี่ยวเมื่อสองเดือนก่อน ซึ่งเลี้ยงกันมากในจังหวัดทางตะวันตกของประเทศ ครอบคุลมฮิโรชิมา โอคายามะ และเฮียวโกะ ทั้งหมดอยู่ติดกับทะเลเซโตะ โดยเฉพาะจังหวัดฮิโรชิมา ซึ่งผลิตหอยนางรมเลี้ยงประมาณ 60 % ของญี่ปุ่นทั้งหมด หรือเกินกว่าครึ่งของทั้งประเทศ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมหอยนางรม

ปีนี้เกษตรกรในจังหวัดฮิโรชิมาเริ่มหอยนางรมเก็บเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ซึ่งช้ากว่าปกติประมาณ 20 วัน ก็พบว่าหอยนางรมจำนวนมากตาย

โอซาฟุเนะ มิกินาริ ผู้ดำเนินกิจการฟาร์มหอยนางรมในเมืองซากะ กล่าวว่าความเสียหายกำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยในเดือนตุลาคมมีหอยนางรมที่ขนถ่ายลงมาตายเพียงประมาณ 20-30 % แต่ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 70-90 % ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025

นอกจากนี้ หอยนางรมที่กำหนดจะเก็บเกี่ยวในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมปีหน้า ก็เริ่มได้รับความเสียหายแล้ว

โอซาฟุเนะ หัวหน้าสหกรณ์ประมงในเมือง ซึ่งวางแผนที่จะยกเลิกงานขายหอยนางรมที่กำหนดไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ระบุว่า ยังไม่แน่ชัดว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวหอยนางรมได้เพียงพอหรือไม่

โอซาฟุเนะกล่าวว่า สิ่งที่น่ากลัวคือความเสียหายไม่ได้เป็นเพียงเรื่องชั่วคราว เขาต้องการให้รัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลในกรุงโตเกียวสนับสนุนเพิ่มเติม เนื่องจากอุตสาหกรรมประมงชายฝั่งของฮิโรชิมากำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต

ย้อนไปเมื่อ 21 พฤศจิกายน โนริกาซึ ซูซูกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ลงพื้นที่จังหวัดฮิโรชิมา เตือนว่า ในปีหน้า การเก็บหอยนางรมอยู่ในสถานการณ์อันตราย เนื่องจากผู้ผลิตทั่วประเทศแจ้งว่าหอยนางรมเลี้ยงในฟาร์มตายเป็นใบไม้ร่วง

“ผมเห็นหอยนางรมที่เพิ่งเก็บใหม่ๆตายหมู่ ด้วยตาตัวเอง หลังจากได้ยินมาก่อนแล้ว แต่แน่นอนว่าการได้เห็นด้วยตาตัวเองและมือถือหอยนางรมที่ฝาเปิดอ้า ซึ่งเลี้ยงในทะเลมา 2 ปี และพอใกล้ถึงเวลาสำหรับการเก็บเกี่ยว ทำให้ผมพูดไม่ออก โดยเฉพาะเมื่อมองจากมุมของผู้ผลิต” ซูซูกิกล่าว

รัฐมนตรียังเปิดเผยว่า สาเหตุของการตายหมู่ ยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ แต่สงสัยว่าอาจเกิดจากสภาพอากาศสุดขั้ว โดยเชื่อว่ามาจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งเกิดต่อเนื่องมานาน และฝนตกไม่เพียงพอทำให้ความเค็มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี สถาบันการวิจัยหลายๆแห่งจะสืบสวนสาเหตุอย่างละเอียด และคิดหาวิธีรับมือ หากเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต

ปัญหาหอยนางรมตายจำนวนมาก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฮิโรชิมา แต่หลายฟาร์มในจังหวัดโอกายามะ เฮียวโกะ และโอซากาด้วย ตอกย้ำสถานการณ์ร้ายแรง

ยอมรับว่า กระทบแรงงานจำนวนมาก รวมถึงแรงงานต่างชาติที่จ้างปีต่อปีในโรงงานหอยนางรมและย้ำความจำเป็นในการช่วยเหลือหากระบบขนส่งชะงักงัน

จากนั้นจะประสานเจ้าหน้าที่ระดับชาติ จังหวัดและเทศบาล หน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่กระทรวงฯ เพื่อช่วยเหลือธุรกิจหอยนางรม รวมถึงการทำแพ็กเกจมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุม

จิจิ เพรส (Jiji Press) รายงานว่า สำนักงานประมงของญี่ปุ่นและหน่วยงานอื่นๆ ประกาศมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาการตายหมู่ของหอยนางรมรวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยนางรมที่ได้รับผลกระทบ และการระบุสาเหตุของการตายหมู่ จะมีการประชาสัมพันธ์ระบบเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยและโครงการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อชดเชยความเสียหาย นอกจากนี้ยังจะมีมาตรการสนับสนุนการจ้างงานสำหรับผู้ฝึกงานด้านเทคนิคจากต่างประเทศด้วย

บริษัท Japan Finance Corp. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่น จะให้สินเชื่อแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยนางรมที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนเงินสูงสุด 6 ล้านเยน (ราว 1,200 ล้านบาท) หรือสูงสุดครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต่อปี โดยแทบไม่มีดอกเบี้ยในช่วงห้าปีแรก หากได้รับใบรับรองความเสียหายจากนายกเทศมนตรีท้องถิ่น

นอกจากนี้ จะมีการใช้โครงการช่วยเหลือซึ่งกันและกันสำหรับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อชดเชยความเสียหายตามปริมาณหอยนางรมที่เสียหาย โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยนางรมในฮิโรชิมากว่า 90% เป็นสมาชิกของโครงการนี้

เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยนางรมจะได้รับคำแนะนำให้เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือซึ่งกันและกันพิเศษ ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วม 70% ในโอคายามะ และ 90% ในจังหวัดคากาวะ ซึ่งก็เผชิญกับภัยจากทะเลในเช่นกัน ส่วนในจังหวัดเฮียวโกะ เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยนางรมทั้งหมดเป็นสมาชิกของโครงการพิเศษนี้

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตหอยนางรมชั้นนำของโลก โดยมีปริมาณการผลิตต่อปีประมาณ 150,000 ตัน ขณะที่ฝรั่งเศสผลิตประมาณ 130,000 ตัน และเกาหลีใต้ประมาณ 300,000 ตัน

ความชอบในหอยนางรมญี่ปุ่นยังแตกต่างกันไปตามตลาด ในเอเชีย รวมถึงฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ร้านอาหารท้องถิ่นนิยมหอยนางรมขนาดใหญ่มากกว่า เนื่องจากให้คุณค่ากับขนาดที่น่าประทับใจและเนื้อสัมผัสที่น่าพึงพอใจ

หนึ่งในเหตุผลที่หอยนางรมญี่ปุ่นได้รับการยกย่องอย่างสูงในต่างประเทศคือคุณภาพที่โดดเด่น เมื่อเทียบกับหอยนางรมจากประเทศอื่นๆ หอยนางรมญี่ปุ่นมักจะมีขนาดใหญ่กว่าและเนื้ออวบอิ่มกว่า น้ำทะเลชายฝั่งของญี่ปุ่นที่อุดมไปด้วยสารอาหารช่วยให้หอยนางรมเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีเนื้อสัมผัสที่อวบอิ่มและรสชาติอูมามิที่เข้มข้น

ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของญี่ปุ่นยังก้าวหน้าติดระดับโลก โดยมีการควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวด สำหรับการบริโภคดิบ หอยนางรมจะผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์โดยใช้ถังทำความสะอาดเฉพาะ จนทำให้ได้รับการยอมรับในฐานะผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่ปลอดภัยและมีคุณภาพสูง

ในปี 2024 อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงหอยนางรมของญี่ปุ่นมีมูลค่าตลาดในประเทศประมาณ 293.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.1 พันล้านบาท)

 

อ้างอิง :

NHK

Tsujisho

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ญี่ปุ่น หอยนางรม