เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

ทางเลือก ‘พลังงาน’ ของญี่ปุ่น กับความอยู่รอดของประเทศ

10 มิ.ย. 2569 | 08:05น.
10-1
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

อันที่จริงก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ญี่ปุ่นวางยุทธศาสตร์พลังงานของตนไว้อย่างดิบดีนานนับสิบปี เพื่อป้องกันการเกิดการชะงักงันทางด้านพลังงานจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ในช่วงเวลาดังกล่าวญี่ปุ่นได้จัดทำยุทธศาสตร์ว่าด้วยก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่ได้ชื่อว่า มีความหลากหลายและก้าวหน้ามากที่สุดในโลก ออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบจากภาวะผันผวนในตะวันออกกลางโดยเฉพาะ

ปัญหาก็คือ “วิกฤตฮอร์มุซ” ไม่เพียงยืนยันว่าแนวคิดดังกล่าวถูกต้องที่สุดเท่านั้น แต่ในเวลาเดียวกันก็กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ลดทางหนีทีไล่ที่ญี่ปุ่นจัดเตรียมเอาไว้ลงจนเหลือน้อยเต็มที ทุกวันนี้ญี่ปุ่นไม่ถึงกับขาดแคลนพลังงาน แต่ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศกลับเหลือน้อยลงทุกที และจำเป็นต้องมีการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งในอีกไม่ช้าไม่นาน เพื่อเปิดทางให้มีพลังงานสำหรับคนรุ่นหลัง ๆ ต่อไป

ที่ญี่ปุ่นเผชิญไม่ใช่ปัญหาไม่มีก๊าซแอลเอ็นจีใช้ ตรงกันข้ามญี่ปุ่นยังมีแอลเอ็นจีจนไม่จำเป็นต้องมีการดับไฟในเมืองอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็นโตเกียวหรือโอซากาก็ตามที แม้ว่าซีอีโอของ “เจรา” (JERA) บรรษัทด้านพลังงานแห่งชาติของญี่ปุ่น ที่รับผิดชอบด้านพลังงานทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำจะยอมรับว่า แอลเอ็นจีจากตะวันออกกลางเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซมายังญี่ปุ่นได้เพียง 5% เท่านั้นก็ตาม

ปัญหาของญี่ปุ่นจึงเป็นเรื่องของปริมาณของก๊าซ เป็นเรื่องของราคา และโดยภาพรวมแล้วภาพในเชิงยุทธศาสตร์เป็นปัญหามากกว่าภาพในสภาพความเป็นจริง สัญญาระยะยาวได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเลื่อนกำหนดส่ง ในขณะที่ราคาก๊าซในตลาดจรก็ถีบตัวขึ้นสูงลิบลิ่วจนซื้อไม่ไหว

ญี่ปุ่นจำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานน้ำมันจากตะวันออกกลางมากถึง 95% ของปริมาณที่ต้องการใช้ โดยที่น้ำมันเหล่านี้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้เพียง 70% เท่านั้น ส่วนแอลเอ็นจีก็ผ่านฮอร์มุซมาได้เพียง 11% ผลก็คือค่าไฟฟ้าถีบตัวสูงขึ้นกะทันหันและรวดเร็วมาก ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 3 มีนาคม การประมูลค่าไฟฟ้าในย่านโตเกียวในปีงบประมาณ 2026 พุ่งขึ้นรวดเดียว 34% ในช่วงการซื้อขายเพียง 2 วัน ไปอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 16.38 เยนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง

การหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านในทางทฤษฎีแล้วมีขึ้นเมื่อ 8 เมษายน แต่เอาเข้าจริงจนกระทั่งถึงวันที่ 28 พฤษภาคม ทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ได้แต่กรอบการเจรจา ไม่มีความตกลงที่เห็นพ้องต้องกัน ในที่สุดก็ไม่มีความตกลงใด ๆ เกิดขึ้นเลย โกลด์แมนแซคส์ เตือนว่า ราคาพลังงานอาจแขวนค้างอยู่ในระดับสูงจนกระทั่งถึงปี 2027 หากสถานการณ์ยังคงเป็นอยู่เช่นนี้

ส่วนสำคัญที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดยุทธศาสตร์ของ “เจรา” ก็คือ การทำความตกลงระยะยาว 27 ปี กับกาตาร์ หนึ่งในผู้ผลิตแอลเอ็นจีที่ไว้วางใจได้มากที่สุดในโลก ญี่ปุ่นตกลงทำสัญญาซื้อระยะยาวไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาตลาดจรที่ราคาผันผวนอย่างหนัก แต่วิกฤตฮอร์มุซที่ยืดเยื้อบีบบังคับให้ญี่ปุ่นต้องหันมาหาตลาดจร เพื่อบรรเทาความเสี่ยงด้านพลังงานอีกจนได้

ญี่ปุ่นไม่มีแหล่งก๊าซธรรมชาติสำรองภายในประเทศก็จริง แต่ก็ทำทางเลือกเอาไว้ไม่น้อย ปัญหาคือเมื่อตะวันออกกลางมีปัญหา ทางเลือกอื่น ๆ ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน อาทิ โครงการซัคคาลิน-2 (Sakhalin-2 project) ในรัสเซีย ซึ่งถือเป็นหลักประกันยุทธศาสตร์พลังงานของญี่ปุ่นมานานไม่น้อย เพราะไม่เพียงใกล้ชิดกันในทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังไว้วางใจได้ และไม่มีฮอร์มุซมาเป็นปัญหา แหล่งซัคคาลินปัจจุบันจัดสรรก๊าซให้ญี่ปุ่นได้ราว ๆ 9% ของอุปทานแอลเอ็นจีทั้งประเทศ

แต่หลังจากเกิดสงครามยูเครน สหรัฐอเมริกาพยายามกดดันให้ญี่ปุ่นระงับหรือถอนตัวออกจากโครงการนี้ แต่ญี่ปุ่นยืนกรานโดยอ้างว่า นี่คือความอยู่รอดของประเทศ ซึ่งยิ่งเป็นจริงมากยิ่งขึ้นภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่เช่นนั้นญี่ปุ่นก็ต้องหาแหล่งก๊าซใหม่ทดแทนจากตลาดโลกที่ตึงตัวเต็มทีอยู่ในเวลานี้

แต่ญี่ปุ่นไม่ได้หวังพึ่งพาเพียงแค่รัสเซียเท่านั้น ยังหวังพึ่งพาออสเตรเลียอีกส่วนหนึ่งด้วย ออสเตรเลียถือเป็นผู้ขายแอลเอ็นจีให้ญี่ปุ่นรายใหญ่ที่สุด เป็นหุ้นส่วนซึ่งกันและกันบนพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

ปัญหาก็คือ เมื่อเกิดวิกฤตฮอร์มุซออสเตรเลียก็จำเป็นต้องเลือก ทั้งเพื่อป้องกันการขาดแคลนภายในประเทศ และแรงกดดันทางการเมืองให้ลดราคาพลังงานลงจากอุตสาหกรรมท้องถิ่น รัฐบาลออสเตรเลียวางแผนที่จะจำกัดการส่งออกตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป

กำหนดเวลาดังกล่าวถือเป็นเรื่องกะทันหันไม่น้อยสำหรับญี่ปุ่น เพราะเหลือเวลาให้ญี่ปุ่นเพียงไม่ถึงปีให้หาแหล่งพลังงานใหม่ก่อนที่แหล่งที่มั่นคงที่สุดจะลดปริมาณลง “เรียวเซ อากาซาวะ” รัฐมนตรีอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ถึงกับลงทุนบินด่วนไปเยือนแคนเบอรา เมื่อ 14 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเจรจาเรื่องนี้ ก่อนที่จะได้รับคำตอบชัดเจนว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่างซิดนีย์กับโตเกียว ออสเตรเลียตัดสินใจเลือกซิดนีย์

เมื่อทางเลือกที่มีอยู่หมดลงเรื่อย ๆ ก็จำเป็นต้องหันเข้ามาพึ่งพาตัวเองอีกครั้ง คำตอบก็คือ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ คาชิวาซากิ-คาริวะ (Kashiwazaki-Kariwa Nuclear Plant) ที่ได้ชื่อว่าเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หากเปิดใช้งานอีกครั้งความต้องการก๊าซแอลเอ็นจีก็จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แถมยังเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่ไว้ใจได้ ไม่มีปัญหาฮอร์มุซมารบกวน

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ประกอบด้วยเตาปฏิกรณ์ทั้งหมด 7 เตา แต่มีเพียงเตาหมายเลข 6 เตาเดียวเท่านั้นที่จะกลับมาดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าได้อีกครั้ง และถึงอย่างนั้นก็ต้องรอจนกระทั่งถึงเดือนเมษายนจึงสามารถดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ ทั้ง ๆ ที่เดิมทีทีรัฐบาลกำหนดไว้ว่าจะเริ่มต้นในวันที่ 18 เดือนมีนาคม แต่เกิดความผิดพลาดขึ้นในราวกลางเดือนจนต้องชะลอช้าลงมาในที่สุด แต่ก็กลายเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานปรมาณูแห่งแรกที่เปิดทำการหลังเกิดโศกนาฏกรรมที่ฟุคุชิมะ

ภายใต้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ ทางการญี่ปุ่นมีเวลาอีกเพียงไม่ช้าไม่นานต้องตัดสินใจในประเด็นด้านพลังงานภายในช่วง 6 เดือนข้างหน้าใน 2 ประเด็น

หนึ่งคือ จะเอาอย่างไรกับโครงการซัคคาลิน-2 จะเลือกพันธสัญญากับพันธมิตรตะวันตก หรือจะเลือกความมั่นคงด้านพลังงาน สุดท้ายคือประเด็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เตาหมายเลข 6 กลับมาทำงานได้แล้วก็จริง แต่ยังมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกหลายสิบที่ยังถูกทิ้งไว้เฉย ๆ ทั้งปัญหาจากตัวเตาเอง และจากแรงคัดค้านของสาธารณชนญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรี “ซานาเอะ ทากาอิจิ” จำเป็นต้องเลือกเอาทางใดทางหนึ่งระหว่างคะแนนนิยมของรัฐบาลกับเสถียรภาพด้านพลังงาน

แม้แต่กรณีของออสเตรเลียก็ต้องตัดสินใจเช่นกัน ญี่ปุ่นต้องทำให้แน่ใจได้ว่าจะสามารถล็อกปริมาณการขายก๊าซให้กับตนเองในระดับที่แน่นอนให้ได้ก่อนที่จะมีการจำกัดการส่งออก แน่นอนญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีบางสิ่งบางอย่างเป็นของแลกเปลี่ยนให้ด้วยเช่นเดียวกัน

สุดท้ายแล้วยุทธศาสตร์พลังงานที่ลงทุนลงแรงมานานนับสิบปีก็ใช่ว่าจะล้มเหลวเสียทั้งหมด เพียงแต่ว่าขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทางการเท่านั้นเองว่าจะเลือกผลลัพธ์เป็นอย่างไร