Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Synology ชี้ภัยไซเบอร์ยุค AI ทวีความซับซ้อน ดัน 72% องค์กรทั่วโลกมองความเสี่ยงพุ่ง แนะเปลี่ยนโจทย์จาก “เน้นป้องกัน” สู่ Cyber Resilience ชู ISO 27001 เป็นกรอบควบคุม Agentic AI พร้อมส่ง ActiveProtect อุดช่องว่างกู้คืนระบบรับมือเหตุไม่คาดคิด
ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด (Synology) ระบุว่า การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเร่งให้ธุรกิจทั่วโลกก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ แต่ในอีกด้านหนึ่ง AI ก็ทำให้ภูมิทัศน์ของภัยคุกคามไซเบอร์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการที่ผู้ไม่หวังดีนำ AI มาใช้พัฒนาการโจมตีให้ซับซ้อนขึ้น และการเกิด Agentic AI ที่สามารถวิเคราะห์ วางแผน และดำเนินงานแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กลายเป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์ที่ผู้บริหารองค์กรต้องให้ความสำคัญ
ข้อมูลจากรายงาน World Economic Forum: Global Cybersecurity Outlook 2025 ระบุว่า 72% ขององค์กรทั่วโลก มองว่าความเสี่ยงด้านไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ 71% ของผู้บริหารด้านบริหารความเสี่ยง (Chief Risk Officers)เชื่อว่าภัยไซเบอร์จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจโดยตรง สะท้อนว่าความเสี่ยงไซเบอร์ได้ก้าวจากประเด็นด้านเทคโนโลยีไปสู่ความเสี่ยงระดับองค์กรที่ต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ระบบไอทีล่มครั้งใหญ่จากกรณี CrowdStrike ในปี 2024 ยังเป็นอีกบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า การมีระบบป้องกันเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากองค์กรไม่สามารถกู้คืนระบบและข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ความเสียหายทางธุรกิจก็อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง ดังนั้น “ความสามารถในการฟื้นตัว” จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในยุค AI
นายรหัท บุญตันจีน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด (Synology) กล่าวว่า ภัยคุกคามในยุค AI ไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียงในเชิงปริมาณ แต่ยังมีความซับซ้อนมากขึ้นจากการที่ AI ถูกนำมาใช้ทั้งในฝั่งของผู้โจมตีและฝั่งขององค์กร ส่งผลให้รูปแบบการบริหารความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ต้องเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นการป้องกันเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้าง Cyber Resilience หรือความสามารถในการป้องกัน รับมือ ฟื้นฟู และกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
“ปัจจุบันไม่มีองค์กรใดสามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เผชิญเหตุการณ์ด้านไซเบอร์ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการลดโอกาสในการถูกโจมตี แต่ต้องสามารถลดผลกระทบและกู้คืนการดำเนินธุรกิจให้กลับมาได้อย่างรวดเร็ว” นายรหัทกล่าว
อีกหนึ่งความท้าทายที่องค์กรต้องเตรียมรับมือคือ Agentic AI ซึ่งมีศักยภาพในการตัดสินใจและดำเนินงานได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่การเชื่อมโยงข้อมูล การอนุมัติกระบวนการทำงาน ไปจนถึงการสั่งการระบบต่าง ๆ หากไม่มีการกำหนดขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลและกลไกกำกับดูแลที่เหมาะสม AI อาจกลายเป็นความเสี่ยงใหม่ขององค์กรได้
ด้วยเหตุนี้ Synology จึงมองว่า องค์กรควรเริ่มปฏิบัติต่อ AI Agent เสมือนเป็น “ผู้ใช้งานดิจิทัล” (Digital Identity) อีกรูปแบบหนึ่ง ที่ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยเช่นเดียวกับผู้ใช้งานที่เป็นมนุษย์ และใช้ ISO 27001 เป็นกรอบในการกำกับดูแลความเสี่ยงที่เกิดจาก AI ควบคู่กับการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
องค์กรสามารถประยุกต์ใช้ ISO 27001 เป็นกรอบการกำกับดูแล AI ผ่าน 4 หลักการสำคัญ ได้แก่ Identity & Access Boundaries เพื่อกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและระบบของ AI ให้เหมาะสมกับบทบาท Data Provenance & Integrity เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ AI ใช้มีความถูกต้องและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ Systemic Recovery เพื่อให้สามารถกู้คืนระบบและข้อมูลได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดความผิดพลาดหรือการโจมตี และ Continuous Improvement เพื่อประเมินและปรับปรุงมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่างต่อเนื่องให้ทันต่อความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
แม้องค์กรจำนวนมากจะได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 27001 แล้ว แต่ Synology มองว่ายังมีช่องว่างสำคัญด้าน Recoveryที่หลายองค์กรมักมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บข้อมูลสำรองไว้บนระบบเดียวกับระบบหลัก การไม่ทดสอบกระบวนการกู้คืนข้อมูลเป็นประจำ หรือการใช้เวลาฟื้นฟูระบบนานเกินกว่าที่ธุรกิจยอมรับได้ ซึ่งล้วนเพิ่มความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุการณ์ด้านไซเบอร์หรือระบบหยุดชะงัก
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจ OpenText Global Ransomware Survey 2025 ที่พบว่า 52% ขององค์กรทั่วโลก มีแผนเพิ่มการลงทุนด้าน Backup Technologies ในปี 2026 เพื่อรับมือภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI สะท้อนว่าการสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบกำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ Cyber Resilience

นายรหัทกล่าวว่า การสร้างความพร้อมด้าน Cyber Resilience ในปัจจุบันจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลสำรองควบคู่ไปกับการทดสอบการกู้คืนระบบอย่างสม่ำเสมอ โดยแนวปฏิบัติสำคัญ ได้แก่ การใช้ Immutable Backup เพื่อป้องกันการแก้ไขหรือลบข้อมูลสำรอง การแยกข้อมูลสำรองออกจากระบบหลักด้วย Logical Air-gap การตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลสำรอง (Integrity Verification) และการทดสอบกระบวนการกู้คืนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถนำระบบกลับมาใช้งานได้จริงเมื่อเกิดเหตุการณ์
เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว Synology ได้พัฒนา ActiveProtect Appliance โซลูชันที่รวมความสามารถด้าน Immutable Backup (WORM), Logical Air-gap, Automated Backup Verification และการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยลดความซับซ้อนในการปกป้องข้อมูล ลดระยะเวลาในการกู้คืนระบบ และสนับสนุนให้องค์กรดำเนินงานสอดคล้องกับแนวทางของ ISO 27001 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายรหัทกล่าวว่า ในยุคที่ AI กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเรื่องของการป้องกันการโจมตี แต่ต้องครอบคลุมถึงความสามารถในการฟื้นตัวและรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เพราะองค์กรที่สามารถปกป้องข้อมูล กู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็ว และบริหารความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ จะมีความพร้อมในการใช้ประโยชน์จาก AI และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
Synology จึงมองว่า ISO 27001 ไม่ใช่เพียงมาตรฐานเพื่อการรับรองด้าน Compliance อีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นรากฐานของ Cyber Resilience และการกำกับดูแล AI ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับความเสี่ยงยุคใหม่ พร้อมเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นคงในโลกที่ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกกระบวนการดำเนินงาน