Skip to content

รายงานชี้ 2025 UK โดนหนักสุดใน 5 ประเทศ เอไอแย่งงาน

26 ม.ค. 2569 | 17:18น.
รายงานชี้ 2025 UK โดนหนักสุดใน 5 ประเทศ เอไอแย่งงาน

รายงานจากมอร์แกน สแตนลีย์ ชี้ให้เห็นว่า ในปี 2025 สหราชอาณาจักร (ยูเค) ลดจำนวนพนักงานจากการใช้เทคโนโลยีเอไอลง 8 % เมื่อเทียบกับอีก 4 ประเทศ เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้น ผลักให้ธุรกิจขนาดเล็กหันไปใช้เอไอ

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานข้อมูลงานวิจัยของ มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) พบว่า สหราชอาณาจักร กำลังสูญเสียตำแหน่งงานให้กับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มากกว่าที่สร้างขึ้น และในอัตราที่รวดเร็วกว่าประเทศอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานที่กำลังชะลอตัวอยู่

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เทคโนโลยีเอไอนำไปสู่การสูญเสียงานสุทธิ 8% ในอังกฤษซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในกลุ่มบริษัทจากเยอรมนี สหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอังกฤษ อีกทั้งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ประเทศถึงสองเท่า

ในภาพรวมจากการสำรวจบริษัทต่าง ๆ ซึ่งใช้เอไอมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปี จาก 5 อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง อุปกรณ์ทางการแพทย์ และรถยนต์ พบว่า การลงทุนด้านเอไอเริ่มให้ผลตอบแทนแล้ว

บริษัทในอังกฤษ มีผลิตภาพเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11.5% จากการใช้เอไอ เกือบครึ่งหนึ่งระบุว่า ได้รับประโยชน์สูงกว่านั้นเสียอีก อย่างไรก็ตาม บริษัทในสหรัฐ ซึ่งรายงานตัวเลขผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นในระดับใกล้เคียงกัน กลับมีการสร้างงานใหม่มากกว่าจำนวนงานที่ถูกปรับลดลงเนื่องจากเอไอ

การนำเอไอมาใช้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นายจ้างกำลังดิ้นรนกับต้นทุนค่าจ้าง การเติบโตที่ชะลอตัว และความไม่มั่นคงทางการเมืองที่เพิ่มมากขึ้น บริษัทต่างๆ กำลังลดตำแหน่งงานในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 อีกทั้งมีอัตราการว่างงานสูงที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี ตามสถิติอย่างเป็นทางการล่าสุด เป็นผลมาจากค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นมาก และการเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อแผนการจัดหาพนักงาน

แม้จำนวนประกาศรับสมัครงานจะลดลงในทั่วทุกสาขา แต่บริษัทในอังกฤษกำลังลดจำนวนพนักงานในตำแหน่งงานที่มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากเอไอในอัตราที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์หรือที่ปรึกษา จากการวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2022 เมื่อแชทจีพีที (ChatGPT) ปิดตัว พบว่าตำแหน่งงานว่างในสาขาเหล่านี้ ลดลง 37% เมื่อเทียบกับการลดลง 26% ในที่อื่น ๆ

จัสติน มอย กรรมการผู้จัดการของ EHF Mortgages บริษัทนายหน้าสินเชื่อบ้านในอังกฤษ กล่าวว่า ต้นทุนค่าจ้างพนักงานที่เพิ่มสูงขึ้น กำลังผลักดันให้ธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากหันมาใช้เอไอ รวมถึงการจ้างเอ้าท์ซอร์สเพื่อเติมเต็มตำแหน่งงานที่เดิมทำโดยคนท้องถิ่น

รายงานของ Morgan Stanley แสดงให้เห็นว่า เอไอทำให้บริษัทปรับลดพนักงาน หรือชะลอการรับคนใหม่เข้าทำงานแทนที่ตำแหน่งที่ว่าง ราว 1 ใน 4 ของตำแหน่งงานทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทกลับมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการจ้างงานน้อยกว่าประเทศอื่น ๆ จากการนำเอไอมาใช้

ธนาคารกลางอังกฤษและสำนักงานความรับผิดชอบด้านงบประมาณ (Office for Budget Responsibility : OBR) เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ว่า เอไอมีศักยภาพที่จะช่วยกอบกู้เศรษฐกิจของอังกฤษ จากภาวะการเติบโตที่ชะลอตัว โดย OBR ประเมินว่า เอไอจะช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตของผลิตภาพได้มากถึง 0.8% ภายในทศวรรษหน้า ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและการคลังของภาครัฐ

ตัวเลขอย่างเป็นทางการ ซึ่งเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแสดงให้เห็นว่า ตำแหน่งงานว่างทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจลดลงมากกว่า 1 ใน 3 นับตั้งแต่ปี 2022 หรือเทียบเท่ากับตำแหน่งงานถึง 500,000 ตำแหน่ง โดย 1 ใน 5 ของจำนวนที่ลดลง เป็นเซกเตอร์ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเอไอ เช่น งานด้านวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และเทคนิค งานบริการด้านการบริหารจัดการ และภาคไอที

แรงงานหนุ่มสาวชาวอังกฤษ กำลังถูกบีบจากทั้งสองด้าน เนื่องจากเอไอกำลังเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นในออฟฟิศ ในขณะที่นโยบายภาษีของพรรคแรงงาน กำลังสร้างภาระหนักต่อการจ้างงานในภาคค้าปลีกและบริการ

อัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาวเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราโดยรวม โดยแตะระดับ 13.7% ในช่วงกันยายน-พฤศจิกายน 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2020

แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ระบุว่า เอไอจะกลายเป็นเทคโนโลยีอเนกประสงค์ยุคใหม่ คล้ายกับคลื่นนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนการเติบโตในอดีต เช่น คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม เบลีย์ยังเตือนว่า อังกฤษต้องพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานที่เกิดจากเอไอ และเทคโนโลยีนี้อาจกระทบต่อเส้นทางการสร้างบุคลากร‘ (Talent Pipeline) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้พนักงานเติบโตไปสู่บทบาทระดับสูง