เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

กลยุทธ์ ‘อึด’ ของอินเดียได้ผล ‘ทรัมป์’ ยอมมอบ Father of All Deals

07 ก.พ. 2569 | 11:53น.
Trump-Narendra Modi
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

เริ่มนั่งไม่ติดสำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ หลังจาก “แฮปปี้” ตลอดปี 2025 กับการรีดภาษีศุลกากรกับทุกประเทศ และทำให้ทุกประเทศต้องยอมศิโรราบตามที่เขาต้องการด้วยการ “ข่มขู่” จะขึ้นภาษีศุลกากรเท่านั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์ หากไม่ตอบสนองความต้องการของเขา “ภาษี” กลายมาเป็นเครื่องมือ “อเนกประสงค์” ของทรัมป์ที่ใช้อย่างพร่ำเพรื่อและเฝือกับทุกเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะการค้า

นโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ทำให้บรรดาพันธมิตรเริ่ม “โดดเดี่ยว” สหรัฐ เพราะได้ประจักษ์แล้วว่าไม่สามารถเอาแน่เอานอนกับทรัมป์ที่มีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดเวลา ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ซึ่งคงไม่มีใครสามารถทนได้กับอีก 3 ปีที่เหลืออยู่ของทรัมป์

ดังนั้น พอขึ้นปีใหม่ 2026 บรรดาพันธมิตรใหญ่ ๆ ที่ถูกทรัมป์เล่นงานด้วยภาษีจึงเดินสายทำข้อตกลงการค้ากับประเทศอื่นอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นแคนาดา สหราชอาณาจักร ที่ต่างเดินทางไปเยือนจีนเพื่อฟื้นสัมพันธ์การค้าระหว่างกัน ซึ่งก็ทำให้ทรัมป์ไม่พอใจเช่นเดิม เพราะจีนเป็นคู่แข่งสำคัญที่สหรัฐต้องการเตะสกัด ทั้งที่ทรัมป์เองก็เพิ่งทำข้อตกลงการค้ากับจีนไปเมื่อปลายปีที่แล้ว

แต่ข้อตกลงที่กระตุ้นให้ทรัมป์ต้อง “ร้อนก้น” มากที่สุด ราวกับกลัวตกขบวน ก็คือการที่สหภาพยุโรปและอินเดียสามารถบรรลุข้อตกลง “การค้าเสรี” ระหว่างกันเมื่อปลายเดือนมกราคม ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ เป็น “มารดาแห่งข้อตกลงทั้งปวง” (Mother of All Deals) เพราะนี่คือข้อตกลงที่มีขนาดประชากรรวมกันมากกว่า 2,000 ล้านคน

เป็นที่ทราบกันดีว่าทรัมป์นั้นแสดงออกว่าไม่ชอบสหภาพยุโรปอย่างมาก และจองล้างจองผลาญด้วยมาตรการภาษีมาตั้งแต่แรกเริ่มที่เข้ารับตำแหน่ง และยังขู่ว่าจะไม่ช่วยยุโรปหากถูกรัสเซียโจมตี อีกทั้งก็ไม่ท่าทีแข็งกร้าวต่อประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียซึ่งรุกรานยูเครน

ด้วยเหตุนั้นเมื่อคล้อยหลังจากสหภาพยุโรปและอินเดียทำข้อตกลงกันไม่ถึง 1 สัปดาห์ ทรัมป์จึงรีบทำข้อตกลงกับอินเดียเร็วกว่าที่คาด โดยทรัมป์ประกาศทางโซเชียลมีเดียของเขาเองว่า สหรัฐจะลดภาษีให้อินเดียจาก 25% เหลือ 18% อีกทั้งจะยกเลิกภาษี 25% ที่ลงโทษอินเดียฐานซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

และยังอ้างว่าอินเดียตกลงจะซื้อสินค้าสหรัฐมูลค่ามากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ ทั้งพลังงาน เทคโนโลยี เกษตร ถ่านหิน และอีกหลายสินค้า ตลอดจนจะยกเลิกอุปสรรคการค้า อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีแถลงการณ์เป็นทางการออกมาจากทำเนียบขาวแต่อย่างใด

ส่วน นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียโพสต์เพียงว่ารู้สึกยินดีที่สหรัฐลดภาษีให้อินเดียเหลือ 18% แต่ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องการซื้อสินค้ามูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์จากสหรัฐ รวมถึงประเด็นการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

ก่อนหน้านี้การทำข้อตกลงระหว่างสหรัฐและอินเดียล่าช้ามานาน เพราะอินเดียยังไม่ยอมเปิดตลาด “สินค้าเกษตร” ที่เป็นเรื่อง “อ่อนไหว” ต่อคะแนนเสียงการเมืองของอินเดีย จึงทำให้ทรัมป์ไม่พอใจ เพราะแต่เดิมเขาคาดหวังว่าอินเดียจะเป็นกลุ่มแรกที่ยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐ

หลังจากที่เขาประกาศเก็บภาษีศุลกากรครอบคลุมทุกประเทศในเดือนเมษายน 2025 ดังนั้น ปลายปีที่ผ่านมาเขาจึงประกาศเก็บภาษีอินเดียเพิ่มอีก 25% เพื่อลงโทษที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย รวมแล้วจะทำให้อินเดียถูกเก็บภาษีสูงถึง 50% แต่อินเดียก็ยังไม่ยอมอ่อนข้อ

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ข้อตกลงระหว่างสหภาพยุโรปและอินเดียคือ “ตัวเร่ง” ที่ทำให้ทรัมป์ทำข้อตกลงกับอินเดีย เพราะอินเดียคือหนึ่งในหุ้นส่วนสำคัญด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจที่ต่างต้องพึ่งพากัน

อีโคโนมิกไทม์ส สื่อของอินเดียชี้ว่า “การรู้จักอดทนและรอคอย” เป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลของอินเดีย ที่ได้ผลในการทำข้อตกลงกับสหรัฐ แม้ก่อนหน้านั้นจะถูกสหรัฐข่มขู่ด้วยภาษีและกดดันทุกทางอย่างต่อเนื่อง แต่อินเดียไม่เร่งรีบ ซึ่งเป็นอย่างที่รัฐมนตรีพาณิชย์อินเดียเคยกล่าวเอาไว้ว่า “เราจะไม่ทำข้อตกลงกับสหรัฐด้วยความรีบร้อน เราจะไม่ทำข้อตกลงเพียงเพราะมีคนเอาปืนมาจ่อหัว”

ดูเหมือนอินเดียจงใจเตะถ่วงการทำข้อตกลงกับสหรัฐให้ล่าช้าออกไป จนกว่าตัวเองจะมีอำนาจต่อรองเสียก่อน เพราะในระหว่างที่ยังทำข้อตกลงกับสหรัฐไม่ได้ อินเดียได้ใช้วิธีทำข้อตกลงกับประเทศอื่นไปก่อน ซึ่งล่าสุดก็คือการทำข้อตกลงครั้งใหญ่กับสหภาพยุโรป

ฮาร์ช โกเอนกา ประธาน อาร์พีจี เอ็นเตอร์ไพรส์ ชมเชยข้อตกลงดังกล่าว และสนับสนุนความอดทนของอินเดีย “ตอนแรกก็ทำข้อตกลง ‘มารดาแห่งข้อตกลงทั้งปวง’ กับสหภาพยุโรป ตอนนี้ก็ทำข้อตกลง ‘บิดาแห่งข้อตกลงทั้งมวล’ กับสหรัฐ ถือเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ของรัฐบาลโมดี”

ความอดทนไม่เร่งรีบทำให้อินเดียสามารถเจรจาบนเงื่อนไขของตัวเอง เพราะในขณะที่การเจรจากับสหรัฐไม่คืบหน้า อินเดียก็สร้างทางเลือกด้วยการทำข้อตกลงกับประเทศอื่น เพื่อลดต้นทุนจากความล่าช้านั้น ส่วนสหรัฐนั้น หากความไม่แน่นอนด้านการค้ากับอินเดียลากยาวออกไป เสี่ยงจะส่งผลเสียต่อห่วงโซ่อุปทานและการจัดวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ของสหรัฐเอง ในยามที่ภาษีศุลกากรทำให้สหรัฐบาดหมางกับทั้งมิตรและศัตรู จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมข้อตกลงกันระหว่างสหรัฐและอินเดียจึงเกิดขึ้นในตอนนี้

ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา อินเดียเซ็นข้อตกลงการค้าไปแล้วกับ 5 ประเทศและกลุ่มประเทศ คือสหราชอาณาจักร โอมาน นิวซีแลนด์ สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา หรือที่เรียกว่า Famous Five นับว่าเป็นการทำข้อตกลงที่เร็วที่สุดในแง่ของการทูตเชิงการค้า

ข้อตกลงกับสหภาพยุโรปถูกเรียกว่า Mother of All Deals มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 1.8 แสนล้านยูโร ในปี 2024 ส่วนข้อตกลงกับสหรัฐถูกขนานนามว่าเป็น Father of All Deals มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 2.12 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2024 โดยอินเดียเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า

นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า การทำข้อตกลงกับสหรัฐจะทำให้จีดีพีอินเดียขยายตัว 7.4% ในปี 2026 นี้ จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 6.8-7.2%