คิวบาประกาศงดเติมเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน ในสนามบิน 9 แห่งทั่วเกาะ เนื่องจากมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอ เพื่อรับมือกรณีสหรัฐตัดขาดการเข้าถึงน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินระยะไกลระหว่างประเทศ ทำให้เผชิญวิกฤตพลังงานในประเทศรุนแรงขึ้น
เอพี (AP) รายงานว่า เจ้าหน้าที่การบินคิวบาแจ้งสายการบินต่าง ๆ ว่า มีน้ำมันไม่เพียงพอสำหรับการเติมเชื้อเพลิงเครื่องบินบนเกาะ โดยเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในการจัดการพลังงาน หลังรัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ตัดขาดการเข้าถึงพลังงานเชื้อเพลิงในคิวบา
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ รัฐบาลคิวบาเผยแพร่ประกาศให้สายการบินและนักบินว่า ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์-11 มีนาคม 2026 น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไม่พร้อมให้บริการที่สนามบิน 9 แห่งทั่วเกาะคิวบา รวมถึงสนามบินนานาชาติโฮเซ่ มาร์ตี ในกรุงฮาวานา
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 มกราคม ทรัมป์ลงนามในคำสั่งบริหาร เรียกเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าใด ๆ ที่มาจากประเทศที่ขายหรือจัดหาน้ำมันให้กับคิวบา เป็นการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้คิวบาซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานรุนแรงอยู่แล้ว ยิ่งแย่ลงไปอีก
แม้ว่าการจำกัดปริมาณเชื้อเพลิงอาจไม่กระทบเที่ยวบินระยะสั้นในภูมิภาค แต่เป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับเส้นทางบินระยะไกลจากประเทศต่าง ๆ เช่น แคนาดาและรัสเซีย ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญในเศรษฐกิจการท่องเที่ยวคิวบา
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ แอร์แคนาดาประกาศระงับเที่ยวบินไปยังเกาะคิวบา ขณะที่สายการบินอื่น ๆ ประกาศเที่ยวบินล่าช้า และต้องแวะพักที่สาธารณรัฐโดมินิกัน ก่อนที่จะบินต่อไปยังฮาวานา
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติและสารสนเทศแห่งชาติคิวบา (ONEI) รายงานว่า ปี 2025 ชาวแคนาดาเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของคิวบา โดยมีนักท่องเที่ยว 754,010 คน ตามมาด้วยชาวคิวบาที่อาศัยในต่างประเทศ 228,091 คน และอันดับ 3 คือ รัสเซีย 131,882 คน
นักบินคนหนึ่งระบุว่า แม้ปัญหาการเติมเชื้อเพลิงจะเคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่การประกาศอย่างเป็นทางการในระดับนี้ถือเป็นเรื่องผิดปกติ โดยครั้งสุดท้ายที่เกิดการตัดลดปริมาณเชื้อเพลิงเครื่องบินเช่นนี้ คือเมื่อกว่าทศวรรษที่แล้ว ในตอนนี้ สายการบินในภูมิภาคสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้ โดยการนำเชื้อเพลิงสำรองมาด้วย ขณะที่สายการบินอื่น ๆ สามารถเติมเชื้อเพลิงได้ที่เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก และสาธารณรัฐโดมินิกัน
ปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงครัั้งนี้ สร้างความเสียหายให้กับคิวบาที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากอีกรอบ ครั้งหนึ่งคิวบาเคยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ถึง 3 พันล้านดอลลาร์ต่อปี (ราว 9.35 หมื่นล้านบาท) และเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่คิวบายังประกาศลดเวลาทำการของธนาคารและระงับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานมหกรรมหนังสือนานาชาติฮาวานา อีกทั้งบริษัทจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงกล่าวว่า จะไม่ขายน้ำมันเป็นเงินเปโซคิวบาอีกต่อไป แต่จะขายเป็นเงินดอลลาร์และจำกัดปริมาณไม่เกิน 20 ลิตร) ต่อผู้ซื้อหนึ่งราย
ในกรุงฮาวานา ระบบขนส่งมวลชนอย่างรถโดยสารประจำทางหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง ทำให้ประชาชนติดค้าง เนื่องจากไฟฟ้าดับเป็นประจำและแถวรอเติมน้ำมันยาวเหยียด
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีมิเกล ดิอาซ-กาเนล ของคิวบา กล่าวปราศรัยยอมรับถึงผลกระทบและเตือนว่า จะมีมาตรการต่าง ๆ ตามมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อคิวบา มีผลบังคับใช้มานานกว่า 6 ทศวรรษ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของคิวบาอย่างยาวนาน แต่ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากสหรัฐปฏิบัติการทางทหาร โค่นล้มอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา และเผชิญหน้ากับละตินอเมริกามากขึ้น
วิกฤตการณ์น้ำมันครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับนานถึง 10 ชั่วโมง ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ และขาดแคลนอาหารและยา หลายคนเปรียบเทียบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรงในทศวรรษ 1990 ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “ช่วงเวลาพิเศษ” (Special Period) ที่เกิดขึ้นหลังสหภาพโซเวียตลดความช่วยเหลือ