เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณบาทละ 70,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณบาทละ 70,500 บาท
มท.-กทม. สั่งชะลอโครงการ Data Center ที่ยังไม่ก่อสร้าง รอเคาะมาตรการใหม่
Politics มท.-กทม. สั่งชะลอโครงการ Data Center ที่ยังไม่ก่อสร้าง รอเคาะมาตรการใหม่
เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
เศรษฐกิจภูมิภาค ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
Finance SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
Politics ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
Tech การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
ดูทั้งหมด

ยุโรปเร่ง ‘อธิปไตย’ ดิจิทัล ‘ปลดแอก’ จากการพึ่งพาสหรัฐ

22 ก.พ. 2569 | 11:01น.
Marco Rubio
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

หลังจากรัฐบาลสหรัฐในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความเป็น “ปฏิปักษ์” ต่อชาติยุโรปมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งการเล่นงานทางเศรษฐกิจด้วยการเก็บภาษีศุลกากรในอัตราสูง การข่มขู่ว่าจะไม่ช่วยเหลือหากถูกรัสเซียโจมตี และที่ร้ายแรงมากคือกรณีที่ทรัมป์เคยพูดว่า พร้อมจะใช้กำลังทางทหารเข้ายึดเกาะ “กรีนแลนด์” ซึ่งเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์ก ถือเป็นการ “การข้ามเส้นแดง” ที่ยุโรปไม่อาจยอมรับได้

พฤติกรรมทั้งหมดของรัฐบาลสหรัฐดังกล่าว เพียงพอที่จะทำให้ชาติยุโรปที่เคยเป็นพันธมิตรเก่าแก่มานานของสหรัฐ “ตกผลึก” ว่าถึงเวลาที่จะต้อง “ปลดแอก” จากสหรัฐ ถึงเวลาที่จะต้องมี “อธิปไตย” ของตนเอง ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี เพราะเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การพึ่งพาและไว้วางใจสหรัฐ ทำให้สหรัฐฉวยโอกาสใช้ความ “เหนือกว่า” มา “เล่นงาน” และบีบบังคับตามอำเภอใจ

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า บรรดาชาติยุโรปกำลังเร่งมือเพื่อสร้าง “อธิปไตย” ทางดิจิทัล ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับ “ความอยู่รอด” ของชาติ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทสหรัฐ “ครอบงำ” หรือมีส่วนแบ่งในตลาดมากที่สุดในบริการดิจิทัลของยุโรป อย่างเช่นบริการ “คลาวด์” มีสหรัฐเป็นเจ้าตลาดถึง 85%

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การที่ยุโรปพึ่งพาผู้ให้บริการที่เป็นบริษัทต่างชาติ มีความเสี่ยงท่ามกลางการโจมตีทางไซเบอร์โดยรัสเซียมากขึ้น และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับสหรัฐ

รัฐบาลเอสโตเนียกำลังเร่งใช้นโยบาย “Open-Source First” ซึ่งจะกำหนดให้องค์กรต่าง ๆ หรือภาครัฐเลือกใช้ซอฟต์แวร์แบบเปิดเผยรหัสต้นฉบับ (โอเพ่นซอร์ซ ซอฟต์แวร์) เป็นลำดับแรก ก่อนการพิจารณาใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์แบบปิด เพื่อหลีกเลี่ยงการยึดติดกับผู้ให้บริการรายเดียว อีกทั้งเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

เนื่องจากในขณะนี้เอสโตเนียซึ่งเป็นหนึ่งในชาติยุโรปที่อยู่รอบทะเลบอลติก (กลุ่มประเทศบอลติก) เผชิญภัยคุกคามจากรัสเซียมากขึ้น หลังจากรัสเซียบุกยูเครน และอาจรุกรานกลุ่มประเทศบอลติก ซึ่งประกอบด้วย เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย

“การมีอธิปไตยด้านดิจิทัลเป็นเรื่องการอยู่รอดของชาติ ไม่ใช่แค่นโยบายไอที โอเพ่นซอร์ซทำให้เรามั่นใจว่า ถึงแม้การเชื่อมต่อระดับโลกมีปัญหาร้ายแรง หรือผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงนโยบาย แต่เรายังสามารถควบคุมรหัสได้เต็มที่ และรักษาระบบให้ทำงานต่อไปได้ ในปีงบประมาณ 2026 นี้เราได้เพิ่มการลงทุนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอธิปไตยด้านดิจิทัล” ลิอิซา ปาคอสตา รัฐมนตรีกิจการยุติธรรมและดิจิทัลของเอสโตเนียกล่าว

ส่วนชาติยุโรปอื่น ๆ ก็กำลังสำรวจความเป็นไปได้ที่จะมีซอฟต์แวร์ของตัวเอง รวมถึงการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ “โอเพ่นซอร์ซ” แทนการใช้แพลตฟอร์มของสหรัฐ พร้อมกันนี้ก็เพิ่มงบประมาณเพื่อทำให้มีอธิปไตยดิจิทัล อย่างเช่น เยอรมนีก็ระบุว่า การสร้างความแข็งแกร่งให้กับอธิปไตยด้านดิจิทัล เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของรัฐบาลปัจจุบัน ท่ามกลางปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ และสัมพันธ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับยุโรป

โดย แอมะซอน, ไมโครซอฟท์ และกูเกิล ครองส่วนแบ่งตลาด “คลาวด์” ในยุโรปมากกว่า 70% อีกทั้งบริษัทอเมริกันก็ยึดครองส่วนแบ่งอย่างน้อย 59% ในตลาดซอฟต์แวร์ของยุโรป

เดือนมกราคมปีนี้ฝรั่งเศสประกาศว่าจะเปิดตัวซอฟต์แวร์สำหรับการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) ซึ่งพัฒนาโดยรัฐบาลฝรั่งเศส แทนการใช้บริการของบริษัทอเมริกันอย่างซูมและไมโครซอฟท์ ทีม ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและอธิปไตย

ปลายปีที่แล้วสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศได้ลงนามในปฏิญญา “ความมุ่งหมายร่วมกันที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งแห่งอธิปไตยดิจิทัลของยุโรปและลดการพึ่งพาเชิงกลยุทธ์”

ตามข้อมูลของบริษัทวิจัยการ์ตเนอร์ระบุว่า งบประมาณโครงสร้างพื้นฐานด้าน “คลาวด์” ในกลุ่มประเทศยุโรปปี 2027 จะเพิ่มขึ้นจากปี 2025 มากกว่า 3 เท่า เป็น 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ นับว่าเพิ่มขึ้นสูงกว่าอเมริกาเหนือและจีนอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าชาติยุโรปจะเลิกใช้บริการของบริษัทอเมริกันในเร็ววันนี้ เพราะยังมีความจำเป็นต้องใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลบางอย่างอยู่

สำหรับความสัมพันธ์กับสหรัฐนั้น ถึงแม้มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐจะกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุม “ความมั่นคงมิวนิก” ที่นครมิวนิกของเยอรมนี เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ และมีท่าทีเป็นมิตรมากขึ้น แต่นักการเมืองในยุโรปก็ยังไม่วางใจ

รูบิโอกล่าวว่า สหรัฐไม่มีความตั้งใจจะทอดทิ้งความเป็นพันธมิตรที่ลึกซึ้งกับยุโรป และอยากให้ยุโรปประสบความสำเร็จ อยากให้ยุโรปแข็งแกร่ง เชื่อว่ายุโรปจะอยู่รอด เพราะสงครามใหญ่สองครั้งในศตวรรษที่แล้วเป็นสิ่งเตือนความจำที่ยิ่งใหญ่ว่า ในที่สุดแล้วโชคชะตาของเราเกี่ยวพันกับโชคชะตาของยุโรป

คำกล่าวของรูบิโอที่มีความสมานฉันท์มากขึ้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากสุนทรพจน์ของ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ในงานเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งแวนซ์ได้บริภาษยุโรปอย่างรุนแรง กล่าวหาว่าภัยคุกคามใหญ่ที่สุดของยุโรปเกิดจากภายใน มากกว่าภัยคุกคามจากภายนอกอย่างรัสเซียและจีน โดยอ้างว่าปัญหาของยุโรปมีทั้งการจำกัดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น ปัญหาการควบคุมผู้อพยพ การกีดกันพรรคการเมืองปีกขวา

นักการเมืองยุโรปบางคนชี้ว่า ถึงแม้คำพูดของรูบิโอจะฟังดูอบอุ่น แต่ปัญหาต่าง ๆ ก็ยังเหมือนเดิม

ดังนั้น ยุโรปไม่สามารถแค่มาฟังสุนทรพจน์ของคนนั้นคนนี้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือ ต้องยืนด้วยขาตนเองให้ได้ ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ยุโรปต้องโฟกัสที่ตัวเอง เน้นการติดอาวุธให้ตัวเอง โฟกัสไปที่ภัยคุกคามจากรัสเซีย โฟกัสไปที่ความสามารถในการแข่งขัน มองหาหุ้นส่วนจากทั่วโลกที่ยินดีทำงานร่วมกับยุโรป เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น บราซิล ฯลฯ หากเรากำลังมองหา “ระเบียบโลกใหม่” มันหมายถึงการต้องมีหุ้นส่วนระดับโลกใหม่ ๆ และรักษาพันธมิตรของเราไว้