เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ผู้แทนการค้าสหรัฐ คู่ค้าตอบสนองอย่างไร หลัง SCOTUS โมฆะภาษี

23 ก.พ. 2569 | 15:35น.

จากกรณีศาลสูงสุดสหรัฐ (Supreme Court of the United States : SCOTUS) มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ตัดสินให้ภาษีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐเรียกเก็บกับทุกประเทศในลักษณะเหมาเข่ง ผิดกฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉิน International Emergency Economic Powers Act (IEEPA 1997 อ่านว่า ไออีปา 1977) ซึ่งภาษีที่เป็นโมฆะครอบคลุมภาษีอัตราฐาน 10% รวมถึงภาษีต่างตอบโต้สำหรับสินค้าจากประเทศที่ยังไม่บรรลุข้อตกลง และภาษีเชื่อมโยงเฟนทานิลที่เรียกเก็บกับจีน แคนาดาและเม็กซิโก เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการค้าสหรัฐออกมาระบุอย่างชัดเจนว่า การพ่ายแพ้คดีเรื่องภาษีนำเข้า จะไม่ทำให้ข้อตกลงที่เจรจาไว้กับคู่ค้าต้องล้มเลิกไป แต่อย่างใด ขณะที่คู่ค้าสำคัญมีแนวโน้มพอใจข้อตกลงเดิมและขอให้สหรัฐยึดมั่นในสิ่งที่ตกลงกันไว้แล้ว บางส่วนรอความชัดเจนทางนโยบายของสหรัฐเพื่อประเมินสถานการณ์

สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ในฐานะหัวหน้าทีมเจรจาการค้า กล่าวว่า สหรัฐกำลังติดต่อกับคู่ค้าต่างประเทศและพวกเขาก็พอใจกับข้อตกลงภาษีนำเข้า

“ดังนั้น คุณก็รู้ว่า ข้อตกลงเหล่านั้นจะไม่เปลี่ยนแปลง” เบสเซนต์กล่าวในรายการ Sunday Morning Futures ของ Fox News

เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (ตำแหน่งเทียบเท่ารัฐมนตรี) กล่าวว่า ข้อตกลงเหล่านั้นยังคงมีผลบังคับใช้ และรัฐบาลจะยืนหยัดในข้อตกลงเหล่านั้น โดยคาดหวังว่าคู่ค้าจะทำเช่นเดียวกัน ยังแนะนำว่า เครื่องมือทางการค้าอื่น ๆ ของสหรัฐ รวมถึงการตรวจสอบแนวทางการค้าของประเทศอื่น ๆ จะทำให้สหรัฐมีอำนาจต่อรองมากขึ้น

กรีเออร์กล่าวว่า เขาพูดคุยกับคู่เจรจาจากสหภาพยุโรปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และจะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของคู่ค้าสำคัญอื่น ๆ ของสหรัฐเพื่อสร้างความมั่นใจ

“ขอให้มั่นใจได้เลย ผมพูดคุยกับคนเหล่านี้เช่นกัน” กรีเออร์กล่าวกับสำนักข่าวซีบีเอส “ผมบอกพวกเขามาเป็นปีแล้วว่า ไม่ว่าเราจะชนะหรือแพ้ เราก็จะต้องเก็บภาษีต่อไป นโยบายของประธานาธิบดีจะยังคงดำเนินต่อไป”

“นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาลงนามในข้อตกลงเหล่านี้แม้ในขณะที่คดีความยังอยู่ระหว่างการพิจารณา” เขากล่าว

กรีเออร์ส่งสัญญาณว่า คู่ค้าสหรัฐไม่ควรคาดหวังว่าจะได้รับการผ่อนปรนภาษีนำเข้าจากคำตัดสินของศาล

ภาษีนำเข้า 15% ที่ทรัมป์ประกาศนั้น “เทียบเท่ากับภาษีที่เราเคยใช้” ภายใต้กฎหมาย IEEPA ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ศาลตัดสินว่าทรัมป์ไม่สามารถใช้ในการกำหนดภาษีได้

“ความเป็นจริงก็คือ เราต้องการรักษาแนวนโยบายที่เรามีอยู่ และให้มีความต่อเนื่องมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” เกรียร์กล่าวในรายการ This Week ของ ABC

ด้านสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) ของสหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบการจัดเก็บภาษีแจ้งว่าจะยุติการจัดเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้าทุกชนิดที่นำเข้ามายังสหรัฐ ซึ่งจัดเก็บภายใต้กฎหมาย IEEPA ตั้งแต่เวลา 00.01 น.ของวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ตามเวลาของสหรัฐ

การแจ้งเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ห่างกันกว่า 3 วันหลังจากคำตัดสินศาล โดยทางหน่วยงานส่งข้อความเรื่องนี้ต่อผู้ขนส่งสินค้าผ่านระบบขนส่งสินค้า (CSMS) ว่าจะยกเลิกรหัสภาษีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งดังกล่าวภายใต้ IEEPA แล้ว

CBP ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมจึงยังคงเก็บภาษีศุลกากรที่ด่านเข้าประเทศต่อไปหลายวันหลังจากการตัดสินของศาล และข้อความของ CBP ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับการคืนเงินที่อาจเป็นไปได้สำหรับผู้นำเข้า

ข้อความที่แจ้งระบุว่า การระงับการเก็บภาษีนี้ไม่มีผลกระทบต่อภาษีอื่น ๆ ที่ทรัมป์กำหนด รวมถึงภาษีภายใต้มาตรา 232 ของกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ และมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าที่ไม่เป็นธรรม

“CBP จะให้คำแนะนำเพิ่มเติมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านข้อความ CSMS ตามความเหมาะสมต่อไป” หน่วยงาน CBP กล่าวว่า

 

การค้าสหรัฐ-จีน

สหรัฐไม่ได้ใช้กฎหมาย IEEPA จัดการการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับจีน แต่ใช้เครื่องมืออื่น ๆ เช่น มาตรา 301 ของพระราชบัญญัติการค้า 1974 ในการเรียกเก็บภาษีจากจีนตั้งแต่สมัยทรัมป์ 1.0

“ประธานาธิบดีทรัมป์และสี จิ้นผิง มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น” กรีเออร์กล่าวกับรายการฟ็อกซ์ นิวส์ ซันเดย์ และระบุว่า สหรัฐยังคงเก็บภาษีเฉลี่ย 40% กับจีน โดยไม่ได้ใช้กฎหมายฉุกเฉิน IEEPA ที่ศาลสูงสุดได้ยกเลิกไปแล้ว

“เรามีมาตรการภาษีนำเข้าแบบนี้อยู่แล้วกับจีน และเราก็มีการสอบสวนอยู่แล้ว” เขากล่าว

ทรัมป์จะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนระหว่างการเยือนที่จะเริ่มในวันที่ 31 มีนาคม-2 เมษายน ซึ่งคำพิพากษาศาลทำให้ผู้นำสหรัฐอำนาจต่อรองลดลง ในการเจรจากับจีน

ยังไม่มีการตอบสนองอย่างเป็นทางการจากจีน อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายจับตาข้อตกลงที่เป็นส่วนหนึ่งของการลดภาษีแลกกับการซื้อสินค้าสหรัฐรวมถึงสินค้าเกษตร จะหยุดชะงักหรือไม่ อย่างไร

คู่ค้าสำคัญตอบสนองอย่างไร

เกาหลีใต้

เกาหลีใต้กล่าวว่า คำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐที่ยกเลิกภาษีที่เรียกเก็บภายใต้อำนาจฉุกเฉินของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ส่งผลกระทบต่อข้อตกลงทางการค้าโดยรวมกับสหรัฐ ซึ่งเกาหลีใต้ได้ลงนามในกรอบข้อตกลงเมื่อปลายปี 2025

คิม จองกวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากร จัดการประชุมฉุกเฉิน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อประเมินคำตัดสิน ซึ่งพบว่า ภาษีที่เรียกเก็บภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำตัดสินนี้ทำให้ภาษีตอบโต้ 15% ที่ใช้กับสินค้าเกาหลีในปัจจุบันเป็นโมฆะ

“แม้ว่าคำตัดสินจะเพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการส่งออกไปยังสหรัฐ แต่กรอบโดยรวมของเงื่อนไขการส่งออกที่ได้รับการรับรองภายใต้ข้อตกลงภาษีระหว่างเกาหลีและสหรัฐจะยังคงอยู่” คิมกล่าว พร้อมให้คำมั่นว่าจะตอบสนองเต็มกำลังเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและบริษัทเกาหลี

แหล่งข่าวระบุว่า เกาหลีใต้ยังคงรักษาเงื่อนไขส่วนใหญ่ในข้อตกลงกับสหรัฐรวมถึงการลงทุนในสหรัฐมูลค่า 350,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ราว 10 ล้านล้านบาท)

อินโดนีเซีย

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ว่า รัฐบาลมีความพร้อมที่จะเผชิญกับทุกความเป็นไปได้

“เราเคารพการเมืองภายในของสหรัฐอเมริกา และเราจะติดตามความคืบหน้า” ปราโบโวกล่าวกับผู้สื่อข่าวในแถลงการณ์ทางวิดีโอ

ในอีกด้านหนึ่ง แอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต หัวหน้าผู้เจรจาของอินโดนีเซียเกี่ยวกับภาษีศุลกากรของสหรัฐกล่าวในวันเดียวกันว่า รัฐบาลได้ขอให้สหรัฐคงไว้ ซึ่งการยกเว้นภาษีศุลกากรที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ สำหรับสินค้าส่งออกของอินโดนีเซียหลายรายการ เช่น น้ำมันปาล์ม กาแฟ และโกโก้

ทั้งนี้ อินโดนีเซียลงนามในข้อตกลงทางการค้าที่ลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซียเหลือ 19% จากเดิม 32% ไปเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ก่อนการตัดสินของศาล 1 วัน

อินเดีย

แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่การค้าอินเดียจะเลื่อนการเดินทางไปสหรัฐที่เดิมมีจุดประสงค์เพื่อสรุปข้อตกลงการค้า

การเจรจาที่กำหนดไว้สำหรับสัปดาห์นี้จะถูกเลื่อนออกไปเป็นวันอื่น ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ในนิวเดลีที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากการหารือเป็นเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดียยังไม่ยืนยัน

การเยือนครั้งนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองประเทศศึกษาและประเมินพัฒนาการและผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว

เมื่อต้นเดือนนี้ อินเดียบรรลุข้อตกลงชั่วคราว โดยทรัมป์ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียเหลือ 18% จาก 25% และยกเลิกภาษีพิเศษเชื่อมโยงกับการซื้อน้ำมันรัสเซียที่เรียกเก็บเพิ่มอีก 25% ด้วย

สหภาพยุโรป (อียู)

คณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (อียู) สำนักงานใหญ่กรุงบรัสเซลส์ ต้องการความชัดเจนอย่างเต็มที่ เกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปในนโยบายการค้าของรัฐบาลทรัมป์

แถลงการณ์อียูระบุว่า ข้อตกลงก็คือข้อตกลง และคาดหวังว่าสหรัฐจะปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงทางการค้าที่ลงนามในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

หัวหน้าฝ่ายการค้าของรัฐสภายุโรป ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติอียูวางแผนที่จะเสนอให้ระงับการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ จนกว่ารัฐบาลทรัมป์จะชี้แจงนโยบายให้ชัดเจน

ญี่ปุ่น

บุคคลสำคัญในพรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลญี่ปุ่นถึงกับเรียกสถานการณ์ทั้งหมดนี้ว่า “ความยุ่งเหยิงอย่างแท้จริง”

อิสึโนริ โอโนเดระ สมาชิกพรรคดังกล่าว ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่ โดยอ้างถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับภาษีนำเข้ารถยนต์

โอโนเดระแสดงความกังวลว่าธุรกิจต่าง ๆ จะย้ายออกจากสหรัฐ หากสถานการณ์ภายในประเทศยังคง “ยุ่งเหยิง” เช่นนี้ต่อไป

 

อ้างอิง :

Bloomberg

Reuters

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษีทรัมป์ ศาลสูงสุด