เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนิศ’ ชี้ฉากทัศน์ New Economy ปรับกลยุทธ์ SME ไทย ชู ‘Taste & Trust’ รับมือ AI Overload
Business ‘อนิศ’ ชี้ฉากทัศน์ New Economy ปรับกลยุทธ์ SME ไทย ชู ‘Taste & Trust’ รับมือ AI Overload
MU Cambodia แจ้งใช้ภาพโดยไม่ได้ตั้งใจ ปมแพร่คลิปภาพชุดไทยโบราณอ้างเป็นของเขมร
News MU Cambodia แจ้งใช้ภาพโดยไม่ได้ตั้งใจ ปมแพร่คลิปภาพชุดไทยโบราณอ้างเป็นของเขมร
ภูเก็ตผนึก CAAT เตรียมใช้ ‘โดรน eVTOL’ แก้จราจรติดขัด ยกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตผนึก CAAT เตรียมใช้ ‘โดรน eVTOL’ แก้จราจรติดขัด ยกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน
เปิดกติกาใหม่ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ต้องโชว์ การคิดค่าธรรมเนียมรวม
Tech เปิดกติกาใหม่ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ต้องโชว์ การคิดค่าธรรมเนียมรวม
“ชัชชาติ” แจงรถขยะ EV 6 พันล้าน เคารพการตัดสินใจสภา ไม่ได้งัดข้อ ยึดคนกรุงเป็นหลัก
Politics “ชัชชาติ” แจงรถขยะ EV 6 พันล้าน เคารพการตัดสินใจสภา ไม่ได้งัดข้อ ยึดคนกรุงเป็นหลัก
LAWSON 108 ส่ง 2 คอนเซปต์ใหม่สู้ศึกสะดวกซื้อ
Business LAWSON 108 ส่ง 2 คอนเซปต์ใหม่สู้ศึกสะดวกซื้อ
ASP ตั้ง ‘กฤษณ์ พานิชพันธ์’ นั่ง CEO ใหม่ ต่อจาก ‘ดร.ก้องเกียรติ’ ลุยโบรกเกอร์-Wealth
Finance ASP ตั้ง ‘กฤษณ์ พานิชพันธ์’ นั่ง CEO ใหม่ ต่อจาก ‘ดร.ก้องเกียรติ’ ลุยโบรกเกอร์-Wealth
ศุลกากร โชว์ผลงานปีงบ‘69 จัดเก็บรายได้ 11 เดือน ทะลุ 6.3 แสนล้าน เก็บภาษีบาทแรกพุ่ง 4.6 พันล้าน
Finance ศุลกากร โชว์ผลงานปีงบ‘69 จัดเก็บรายได้ 11 เดือน ทะลุ 6.3 แสนล้าน เก็บภาษีบาทแรกพุ่ง 4.6 พันล้าน
“แอร์เอเชีย” พร้อมรับไฮซีซั่น รุกเส้นทางบินต่างประเทศ บินตรงจากดอนเมือง สู่ 46 เมือง 53 เส้นทาง
Biz Movement “แอร์เอเชีย” พร้อมรับไฮซีซั่น รุกเส้นทางบินต่างประเทศ บินตรงจากดอนเมือง สู่ 46 เมือง 53 เส้นทาง
GLP-1 เจอศึกใหม่ กลุ่มผู้ใช้ฟ้อง Ozempic-Wegovy อ้างเสี่ยงตาบอด
News GLP-1 เจอศึกใหม่ กลุ่มผู้ใช้ฟ้อง Ozempic-Wegovy อ้างเสี่ยงตาบอด
ดูทั้งหมด

สื่อจีนอ้างสถิติน่าตกใจ ญี่ปุ่นครองพลูโตเนียม 44.4 ตัน พอสร้างหัวรบนิวเคลียร์ 5,500 หัว

01 เม.ย. 2569 | 15:34น.

รายงานจากสื่อของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ระบุว่าญี่ปุ่นกำลังครอบครองพลูโตเนียม 44.4 ตัน ปริมาณมากพอที่จะผลิตหัวรบนิวเคลียร์ 5,500 หัว โดยการเสริมกำลังทหารของญี่ปุ่น ก้าวไปไกลเกินกว่าเพื่อการป้องกันประเทศ เป็นความเคลื่อนไหวที่ใกล้เคียงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ (South China Morning Post) รายงานอ้างอิง PLA Daily สื่ออย่างเป็นทางการของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (People’s Liberation Army : PLA) ระบุว่า ญี่ปุ่นกำลังก้าวข้ามเส้นแดงของจีน โดยขยายอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศในทิศทางอันตราย ทั้งในด้านกำลังการผลิต เทคโนโลยี และข้อตกลงระหว่างประเทศ

หนังสือพิมพ์ PLA Daily ฉบับวันที่ 30 มีนาคม 2026 รายงานว่า ญี่ปุ่นกำลังครอบครองคลังวัสดุนิวเคลียร์ในปริมาณที่น่าตกใจ โดยเมื่อสิ้นปี 2024 ญี่ปุ่นมีการแยกพลูโตเนียม 44.4 ตัน ซึ่งเพียงพอที่จะผลิตหัวรบนิวเคลียร์ได้ประมาณ 5,500 หัว

รายงานเตือนว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ญี่ปุ่นหลุดออกจากข้อจำกัดของ ‘หลักการปลอดอาวุธนิวเคลียร์ 3 ประการ’ (Three Non-Nuclear Principles) ซึ่งประกอบด้วย ไม่ครอบครอง ไม่ผลิต และไม่อนุญาตนำเข้า เมื่อนั้น ญี่ปุ่นอาจกลายเป็นรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์โดยพฤตินัยอย่างรวดเร็ว

รายงานยังระบุว่า ญี่ปุ่นพัฒนาอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศอย่างเป็นระบบ ภายใต้หน้ากากของเทคโนโลยีพลเรือน อีกทั้งได้วางรากฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ ในนโยบายป้องกันประเทศ และการปลดปล่อยศักยภาพทางอุตสาหกรรมทางทหาร

เมื่อปี 2025 ญี่ปุ่นจัดสรรงบประมาณในโครงการวิจัยการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง จำนวน 17.5 พันล้านเยน (ราว 3.6 พันล้านบาท) ซึ่งมากกว่างบประมาณในปี 2022 ถึง 18 เท่า งบประมาณดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อนำเทคโนโลยีพลเรือนมาใช้สำหรับทางทหาร รายงานระบุ

อีกทั้งรายงานยังระบุว่า กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นจัดตั้ง สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมการป้องกันประเทศ (Defence Innovation Science and Technology Institute) และกำลังส่งเสริมให้บริษัทพลเรือนเข้าร่วมการวิจัยและพัฒนาทางทหารมากขึ้น

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่คำกล่าวของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งระบุว่า ญี่ปุ่นอาจเข้ามาเกี่ยวข้องทางทหาร หากจีนโจมตีไต้หวัน โดยคำกล่าวนี้ทำให้จีนโกรธเคือง จนลดการเยือนทางการทูตและการไปมาหาสู่ของประชาชน

ในรายงานยังระบุว่า การเสริมกำลังทหารของญี่ปุ่นก้าวไปไกลเกินกว่าการพัฒนาขีดความสามารถเพื่อ “การป้องกันประเทศ” และรัฐธรรมนูญสันติภาพถูกกัดกร่อนจนเหลือแต่ความว่างเปล่า ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาคอย่างร้ายแรง

“ขณะนี้ ญี่ปุ่นเข้าสู่ระยะใหม่ ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ การพัฒนาขีดความสามารถในการโจมตีระยะไกลในวงกว้าง ถือเป็นการละทิ้งเส้นทางสันติภาพหลังยุคสงครามอย่างสิ้นเชิง” รายงานระบุ

ก่อนหน้านี้ จีนสั่งห้ามการส่งออกสินค้าสองวัตถุประสงค์ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งทางทหารและพลเรือน ไปยังญี่ปุ่นในเดือนมกราคม และขึ้นบัญชีดำบริษัทญี่ปุ่น 20 แห่งในเดือนกุมภาพันธ์ โดยรายงานระบุว่า บริษัทที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งรวมถึง มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสทรีส์, คาวาซากิ เฮฟวี่ อินดัสทรีส์ และ IHI มีบทบาทในการรุกรานช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และกำลังบุกเบิกการเสริมกำลังทางทหารของประเทศ อีกทั้งอาจฟื้นฟูลัทธิทหารนิยม

รายงานอธิบายว่า ในปีงบประมาณ 2023 เพียงปีเดียว มูลค่าสัญญาที่ทำระหว่างมิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสทรีส์ กับกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นถึง 4.6 เท่า โดยส่วนใหญ่เป็นการสั่งซื้อขีปนาวุธระยะไกลและเรือรบ อีกทั้ง บริษัทได้สร้างโรงงานผลิตใหม่และปรับปรุงสายการผลิตที่มีอยู่ รวมถึงวางแผนที่จะเพิ่มจำนวนพนักงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกลาโหมขึ้น 40% ในปี 2026

รายงานกล่าวว่า มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสทรีส์ ได้รับเทคโนโลยีสำคัญ สำหรับการผลิตเครื่องบินล่องหนและระบบป้องกันขีปนาวุธ ผ่านความร่วมมือกับสหรัฐ ในการผลิตเครื่องบินขับไล่ F-35A และขีปนาวุธ SM-3 Block IIA นอกจากนี้ยังคว้าสัญญาจ้างจากต่างประเทศขนาดใหญ่ได้หลายฉบับ รวมถึงข้อตกลงมูลค่า 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.21 แสนล้านบาท) ในการสร้างเรือรบให้กับออสเตรเลีย และการส่งมอบระบบขีปนาวุธแพทริออตให้กับสหรัฐ

รายงานยังตั้งข้อสังเกตว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของญี่ปุ่น คล้ายคลึงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งลัทธิทหารนิยมเติบโตขึ้น และจะยิ่งผูกโยงการใช้จ่ายด้านกลาโหม เข้ากับผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมเฉพาะกลุ่มและกลุ่มบริษัทแบบไซบัตสึ (กลุ่มคนร่ำรวย) ซึ่งจะสร้างวงจรย้อนกลับที่เร่งตัวขึ้นและส่งเสริมความแข็งแกร่ง ซึ่งกันและกันระหว่างนโยบายรัฐ กับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

เมื่อกลไกของอุตสาหกรรมกลาโหมเริ่มหมุนอีกครั้งเพื่อฟื้นฟูลัทธิทหารนิยม เครื่องจักรสงครามญี่ปุ่นอาจจะถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง” รายงานระบุ